ชุ่ม บุญเรือง นายอำเภอนักพัฒนาของอำเภอดอยสะเก็ด ผู้พัฒนาหนองบัว

0
581

นายชุ่ม บุญเรือง เป็นข้าราชการฝ่ายปกครองที่คนทั่วไปยอมรับว่าเป็น “นักพัฒนา” คนหนึ่ง ได้สร้างผลงานและชื่อเสียงไว้มากแม้จะเสียชีวิตไปแล้ว
นายชุ่ม บุญเรือง แม้เสียชีวิตไปเมื่อเดือนกลางเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๗ แล้ว แต่ชื่อเสียงในฐานะนายอำเภอนักพัฒนายังมีการกล่าวถึงอยู่ โดยเฉพาะชาวอำเภอดอยสะเก็ด

นายชุ่ม บุญเรือง เป็นชาวเมืองเชียงใหม่โดยกำเนิด มีประวัติชีวิตที่มิได้เกิดจากครอบครัวที่มีความผอม แต่ได้ใช้ความมานะบากบั่นมุ่งมั่น มีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่นที่จะก้าวหน้าตั้งแต่การศึกษา การเริ่มต้นทำงาน การเข้ารับราชการ การตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่จนมีความก้าวหน้าในชีวิตราชการจนถึงได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด และตำแหน่งสุดท้าย คือ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เกษียนอายุราชการในปี พ.ศ.๒๕๒๓

ชีวิตน่าศึกษาและพึงเป็นแบบอย่างอย่างยิ่งสำหรับคนรุ่นต่อไป ทั้งนี้นายชุ่ม บุญเรือง ได้ทำบันทึกส่วนตัวเพื่อเป็นแนวทางในการสั่งสอนลูกหลาน บันทึกนี้ทำขึ้นขณะอายุ ๗๐ ปี ใช้เวลาบันทึกถึง ๒ ปีเศษ มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อคนรุ่นหลัง

นายชุ่ม บุญเรืองเกิดที่บ้านวัวลาย ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ เป็นบุตรของนายบุญปั๋นและนางบัวแก้ว บุญเรือง เริ่มการศึกษาระดับประถมจากโรงเรียนประชาบาลวัดศรีสุวรรณ เข้าเรียนมัธยมที่โรงเรียนวัดศรีดอนชัย ซึ่งขณะนั้นเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดเชียงใหม่และมาเรียนต่อที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย หลังจากนั้นไปเรียนจบมัธยม ๘ ที่โรงเรียนแพร่พิริยาลัย จังหวัดแพร่ หลังจากยั้ยสมัครเป็นเสมียนมหาดไทยที่อำเภอสันป่าตอง ประมาณ ๕-๖ เดือน เปลี่ยนงายโดยสมัครเป็นครูที่โรงเรียนประชาบาล ตำบลยุหว่าและย้ายมาเป็นครูใหญ่โรงเรียนทุ่งต้อม แต่นายชุ่มมีความประทับใจการทำงานของนายอำเภอสันป่าตองในสมัยนั้น จึงอยากทำงานฝ่ายปกครอง เมื่อทางราชการประกาศรับสมัครผู้เข้าเรียนโรงเรียนข้าราชการฝ่ายปกครอง จึงสมัครและได้รับเลือกเป็น ๑ ใน ๓ คนของจังหวัดเชียงใหม่ เข้าอบรมใช้เวลา ๒ ปี

หลังจากนั้นได้รับการบรรจุเข้ารับราชการฝ่ายปกครอง เริ่มรับราชการครั้งแรกวันที่ ๙ มกราคา ๒๔๘๕ จากตำแหน่งสำรองปลัดอำเภอ คือ อำเภอฮอด สารภีและหางดงต่อมาปรับตำแหน่งเป็นปลัดอำเภอประจำตำบล, ปลัดอำเภอเมืองเชียงใหม่และนายอำเภอดอยสะเก็ด

ก่อนรับตำแหน่งนายอำเภอดอยสะเก็ด นายชุ่ม บุญเรือง เป็นปลัดอำเภอจัตวาอำเภอเมืองเชียงใหม่ เมื่อกลางปี พ.ศ.๒๔๘๖ ต่อมากรมการปกครองก็ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอดอยสะเก็ด เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๗ ขณะนั้นนายชุ่ม มีอายุ ๓๕ ปี นายอำเภอเก่า คือ นายสุวรรณ กฤตธรรม ย้ายไปดำรงตำแหน่งนายอำเภอเมืองเชียงใหม่แทนนายอำเภอสมาส อมาตยกุล

นายชุ่ม บุญเรือง ได้บันทึกเกี่ยวกับการรับราชการเป็นนายอำเภอที่อำเภอดอยสะเก็ด ทำให้ได้เห็นสภาพสังคม ตัวบุคคลและการทำงานของนายชุ่ม บุญเรือง ในครั้งนั้นได้เป็นอย่างดีว่า

“สถานีตำรวจอยู่ด้านเหนือของที่ว่าการอำเภอมี ร.ต.อ.ธานี ตามไท เป็นผู้บังคับกอง ภรรยาชื่อ คุณกฤษณา อยู่ก่อนพ่อ (นายชุ่ม บุญเรือง) ไปรับตำแหน่ง เราสนิทสนมกันดีมากทั้งครอบครัว พ่อมีตำรวจที่รู้จักกันมาก่อน คน ชื่อ จ.ส.ต.โกศล นามสกุล ไชยบุตร ถ้าจำไม่ผิด ตอนอยู่ร่วมงานก็ได้ออกท้องที่ด้วยกันทุกครั้ง ขณะนั้นปลัดอำเภอ ๔ คน ชั้นตรี ๑ คน คือ นายดำรัส แสงดอก เป็นคนเมืองแพร่ ส่วนปลัดอำเภอชั้นจัตวา คือ นายแก้ว พรหมขัติแก้ว, นายจำรัส จันทรศัพท์, นายประภัทร พงษ์กลาง”

“ใช้เวลา ๓ เดือนเศษออกตรวจท้องที่ ศึกษาภูมิประเทศ ความเป็นอยู่และอาชีพของราษฎร เมื่อประมวลเรื่องที่ต้องดำเนินการ อาทิ เรื่องถนนหนทางระหว่างอำเภอและหมู่บ้าน ตำบลต่างๆยังไม่สะดวก เป็นถนนดินและลูกรังบ้านเพียงไม่กี่สาย บางหมู่บ้านถนนไม่มีต้องเดินลัดทุ่งนา แม้ถนนใหญ่ เช่น ทางหลวงจังหวัดจากหน้าที่ว่าการอำเภอดอยสะเก็ดไปออกหมู่บ้านบ่อสร้างต่อทางหลวงสายอำเภอสันกำแพงก็ยังใช้ไม้สะดวก ในฤดูฝนเช่น จากบ้านเกาะผ่านบ้านป่าป้อง หมู่บ้านตลาดใหญ่หรือบ้านแม่ก๊ะ ผ่านไปบ้านป่าบงเชื่อมต่อตำบลบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง ทั้งสะพานก็ชำรุด ถนนเป็นดินเหนียว ฤดูฝนขับขี่รถจักรยานก็ลำบากเพราะดินเหนียวติดตามล้อรถ ต้องใช้ไม้เหน็บไว้ท้ายรถ ขับขี่ไปพอดินเหนียวติดล้อก็หยุด ต้องเขี่ยเอาดินออกจากล้อรถจักรยานจึงจะขับขี่ต่อไปได้ แม้ทางหลวงจังหวัดจากตัวจังหวัดไปยังอำเภอดอยสะเก็ดก็ยังไม่ได้ลาดยาง ลงเพียงดินลูกรังถึงฤดูฝน น้ำก็ท่วมถนน รถผ่านไปมาไม่ได้ ขาดเป็นตอนๆ เช่น ที่บ้านบ่อหินถึงบ้านแม่ย่อย เป็นต้น นอกจากเรื่องถนนแล้วก็เรื่องการชลประทาน เหมืองฝายต่างๆ เพื่อเอาน้ำมาทำนา ทำไร่ ต้องสร้างและซ่อมฝายกันทุกปี เป็นต้น”

นายชุ่ม บุญเรือง ขณะดำรงตำแหน่งนายอำเภอดอยสะเก็ด ระหว่างวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๙๗ ถึงวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๖ ได้บันทึกผลงานการพัฒนาด้านต่างๆที่อำเภอดอยสะเก็ดไว้ คือ

๑.ได้ปรับปรุงถนนใหญ่ในหมู่บ้านตำบลต่างๆ ด้วยการลงหินลูกรังทั่วถึงทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทำห้การสัญจรไปมาสะดวก
๒.ได้ตัดถนนใหญ่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านและระหว่างตำบลหลายสาบ โดยไม่ได้ใช้เงินงบประมาณ อาศัยความร่วมมือจากราษฎรในท้องที่เป็นอย่างดีทุกแห่ง ๓.ได้ปรับปรุงหนองบัว ซึ่งเป็นหนองน้ำธรรมชาติใกล้วัดหนองบัว หมู่ ๓ ตำบลเชิงดอย ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ สร้างถนนโดยรอบหนองบัวให้รถเดินได้ สร้างบังกะโล ห้องแถวให้คนมาขายของ ร่วมกับคุณทองดี พิธุประภาให้ช่วยจัดสร้างศาลาพักร้อนข้างสระ จัดสร้างที่ขายอาหารเครื่องดื่ม ขณะนั้นมีนกเป็ดน้ำได้มาลงในหนองบัวเป็นจำนวนหลายร้อยตัว ปลูกไม้ดอกไม้ประดับรอบๆหนองบัว คุณทองดีก็ร่วมมืออย่างดี หาเรือและที่เล่นของเด็ก มีจักรยานน้ำ กับได้สร้างศาลากลางน้ำเป็นที่พักผ่อน จากการบูรณะหนองบัวครั้งนี้ ทำให้ประชาชนไม่ว่าในอำเภอดอยสะเก็ดหรือจากจังหวัดเอง รวมถึงอำเภอต่างๆ ต่างมาพักผ่อนกันอย่างมากมาย เพราะวิวทิวทัศน์สวยงาม ทั้งได้ชมนกเป็ดน้ำและบัวหลวงในหนองน้ำด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถได้เสด็จฯนำพระราชอาคันตุกะ คือ พระเจ้าแผ่นดินและพระราชินีแห่งกรุงเดนมาร์กมาเสวยพระสุธารส ณ ศาลากลางน้ำแห่งนี้ และได้เสด็จฯมาเป็นส่วนพระองค์อีก ๑ ครั้งในปีต่อมา เพราะขณะนั้นที่พักผ่อนใจในท้องที่อื่นยังไม่มีใครคิดสร้าง หนองบัวจึงมีชื่อและโด่งดังมาก

ผลพลอยได้จากแหล่งพักผ่อนหย่อนใจแห่งนี้ ทำให้มีการปรับปรุงทางหลวงจังหวัดจากตัวจังหวัดมายังอำเภอดอยสะเก็ด ซ่อมยกระดับและลงลาดยางตลอดสายยังความสะดวกสบายให้แก่อำเภอดอยสะเก็ดมาก

๔.ได้จัดตั้งหน่วยยุวพิทธิกะจากเดิม ๖ หมู่บ้าน เป็นให้มียุวพุทธิกะทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ผลการตั้งยุวพุทธิกะนี้ ทำให้เด็กวันรุ่นสนใจในการส่งเสริมศีลธรรมวัฒนธรรมและการศาสนาเป็นอย่างดี แก้ปัญหาความประพฤติของเด็กวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี ทุกหมู่บ้านทุกตำบล เวลามีการงานอะไรก็จะไปช่วยเหลือเหลือซึ่งกันและกัน นำความสงบร่มเย็นมาให้แก่ครอบครัวชาวบ้านได้ดีมาก

“เป็นที่น่าภาคภูมิใจของพ่อเป็นอย่างมากที่ได้สร้างสรรค์อำเภอดอยสะเก็ดให้เจริญขึ้นกว่าก่อนๆ จึงเป็นที่รักและคิดถึงของชาวดอยสะเก็ดตลอดมาจนถึงปัจจุบัน แม้จะมีนายอำเภอคนใดมาเป็นนายอำเภอดอยสะเก็ดแทนก็อยู่ในอำเภอคนละปีสองปี ไม่ได้อยู่นาน แล้วก็มีการสับเปลี่ยนกันบ่อยๆ หนองบัวที่เคยโด่งดังสมัยที่พ่อเป็นนายอำเภอก็ขาดการดูแล จนแทบจะเลือนหายไป เดชะบุญที่คณะอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ริเริ่มโครงการปรับปรุงหนองบัวแหล่งน้ำธรรมชาติแหน่งนี้ เสนอเป็นโครงการใหญ่ต่อทางจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปีสองปีมานี้ (พ.ศ.๒๕๓๓-๒๕๓๔-๒๕๓๕) โดยได้งบประมาณมาดำเนินการขุดลอกหนองบัว ทำคันกั้นน้ำโดยรอบจากเดิม ๔ เมตร เป็นกว้าง ๖ เมตร รถยนต์สามารถเดินสวนกันได้ เข้าใจว่าโครงการนี้จะเสร็จเรียบร้อยภายใน พ.ย. ๒๕๓๖ งบประมาณได้ร่วม ๓ ล้านบาท” (ข้อมูลจากสมุดบันทึกของนายชุ่ม บุญเรือง, ญาติพี่น้องรวบรวม)

นายชุ่ม บุญเรือง ดำรงตำแหน่งนายอำเภอดอยสะเก็ด ๑๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๙๗ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๖ รวมระยะเวลา ๘ ปีเศษ ได้สร้างผลงานไว้มากและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะนายอำเภอนักพัฒนา ต่อมาจึงได้รับคำสั่งย้ายไปเป็นนายอำเภอเมืองตาก หลังจากนั้นเป็นนายอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน, เป็นนายอำเภอเมืองเชียงใหม่, ปลัดจังหวัดเชียงใหม่, รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และตำเเหน่งสุดท้ายคือ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เกษียณอายุรชการในปี พ.ศ.๒๕๒๓

นายชุ่ม บุญเรือง ป็นข้าราชการฝ่ายปกครองคนหนึ่งที่ได้สร้างผลงานไว้จนเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป แม้จะเสียชีวิตไปเมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๔๗ แล้ว แต่ชื่อเสียงเกียรติคุณ ความดีงามยังคงอยู่

คงขึ้นอยู่กับคนรุ่นหลัง ที่จะนำความดีงามเช่นนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในอนาคตได้มากน้อยเพียงใด

Cr.อดีต “ดอยสะเก็ด” (สังคมเมืองเชียงใหม่ เล่ม ๑๓)