ประวัติศาสตร์สำคัญที่หนองบัว ดอยสะเก็ดปี พ.ศ.2503

0
920

เหตุการณ์ดังกล่าว คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีแห่งประเทศเดนมาร์คได้เสร็จประพาสหนองบัวดอยสะเก็ด

การเสด็จทอดพระเนตรบรรยากาศของหนองบัวดังกล่าวบ่งบอกว่า “หนองบัวพระเจ้าหลวง” ของอำเภอดอยสะเก็ดมีความสวยงามเป็นที่เลื่องลือไปทั่วประเทศ

การเสด็จในปี พ.ศ.2503 ในครั้งนั้น นายอำเภอดอยสะเก็ด คือ นายชุ่ม บุญเรือง รับผิดชอบด้านการเตรียมการรับเสด็จ ซึ่งการรับเสด็จได้มีการบันทึกภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนำมาเผยแพร่เป็นภาพประวัติศาสตร์ของอำเภอดอยสะเก็ด โดยเฉพาะการประทับเรือทอดพระเนตรทัศนียภาพของหนองบัว

ผู้ที่ทำหน้าที่ขับเรือพระที่นั่งในครั้งนั้น คือ นายตัน ยาวิระ ปัจจุบันอายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 213 บ้านม่วงโตน หมู่ 6 ต.แม่ฮ้อยเงิน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

นายตัน ยาวิระ บ้านอยู่แม่ฮ้อยเงิน แต่เหตุใดจึงมาขับเรือติดเครื่องในการรับเสด็จในปี พ.ศ.2503 นายตัน เล่ารายละเอียดว่า

นายตัน ยาวิระ

“ตอนนั้นผมยังหนุ่ม อายุ 21 ปี เดิมผมอยู่บ้านทำไร่ทำนาอยู่ที่บ้านแม่ฮ้อยเงินขณะนั้นปี พ.ศ.2502 หนองบัวเริ่มมีชื่อเสียงคนมาเที่ยวกันเยอะแล้ว คนที่ชวนซื้อเรือมารับจ้างรับส่งคนวนรอบหนองบัว คือพระมหาสม สุทะคำ เป็นพระอยู่วัดดอยสะเก็ดเป็นญาติของภรรยา ผมไปซื้อเรือที่บ้านแอ่น ตำบลวังลุง อำเภอฮอด เป็นเรือมือสองมีเครื่องยนต์พร้อม เรียกว่าเรือหางยาว ราคาเท่าไรจำไม่ได้แล้วจ้างรถบรรทุกมาดอยสะเก็ด มาขออนุญาตสุขาภิบาลดอยสะเก็ดสมัยนั้นนายอำเภอชุ่ม บุญเรือง เป็นนายอำเภอ ขอวิ่งรับส่งคนโดยสารในหนองบัว โดยต้องเสียเข้าหลวงร้อยละ 20 ของเงินรายได้ เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงวิ่งรับส่งเป็นเจ้าแรกของหนองบัวดอยสะเก็ด

“การวิ่งรับส่งคนโดยสาร เริ่มจากท่าเรือที่เป็นสะพานไม้ พาผู้โดยสารนั่งเรือวิ่งรอบหนองบัวโดยผมบังคับเครื่องท้ายเรือ พาชมดอกบัวและนกเป็ดน้ำที่สมัยนั้นมีทั่วไป วน 1 รอบมาส่งที่ท่าเรือเดิม สมัยนั้นคนมาเที่ยวกันเยอะ เสาร์-อาทิตย์ คนมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ คนเยอะจนไม่มีเวลาพักกินข้าว ค่าโดยสาร 2 บาท โดยให้แฟนสมัยที่ยังไม่ได้แต่งงาน คือ จันทร์เพ็ญ แล้วน้องสาวมาตั้งซุ้มขายบัตร สมัยนั้นนิยมมใช้แบงค์บาท ได้เงินเป็นฟ่อนๆ นำใส่ถุงมานับที่บ้าน รายได้ดีมาก ขับเรือได้ประมาณ 1 ปี นายอำเภอชุ่ม มาบอกว่าในหลวงจะเสด็จชมหนองบัวให้ผมทำหน้าที่ขับเรือ ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมาก นำเรือมาทาสีใหม่และนายอำเภอชุ่มนำม้านั่งทำห้วยหวายมาวางบนเรือเป็นที่นั่งประทับ

“ในวันที่ในหลวงเสด็จนั้นพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯและสมเด็จพระราชินีแห่งประเทศเดนมาร์ค เสด็จลงจากรถมาที่หนองบัว ผมบนเรือไปรับที่ท่าเรือ แล้วขับเรือวนรอบหนองบัว 1 รอบ หลังจากนั้นพาไปที่ศาลากลางหนองบัว ในหลวงกับคณะเสด็จขึ้นจากเรือไปที่ศาลา ผมขับเรือไปรับสัมภาระและอาหารที่ฝั่งนำมาส่งมีมหาดเล็กคอยกำกับ ประมาณครึ่งชั่วโมงก็รับในหลวงกับคณะกลับเข้าฝั่ง”

ด้านประวัติในระยะต่อมาของหนองบัวดอยสะเก็ด นายตัน ยาวิระ เล่าว่า หลังจากวิ่งเรือได้ประมาณ 1 ปี ตนเองได้ซื้อเรือเพิ่มอีก 2 ลำ จ้างคนขับวิ่งรับส่ง คนโดยสาร ต่อมาก็เริ่มมีผู้นำเรือมาวิ่งรับส่งคนโดยสารเพิ่มขึ้น ลำหนึ่งเป็นของมหาดทองดี ซึ่งมีร้านอาหารและบาร์อยู่ที่หนองบัว ลำหนึ่งเป็นของหมวดกุศล เมื่อทำกิจการเรือได้ครบ 2 ปี รายได้น้อยลงจึงเลิกกิจการ

การที่มีการนำภาพประวัติศาสตร์การเสด็จหนองบัวดอยสะเก็ดออกมาเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน ทำให้นายตัน ยาวิระ ได้มีโอกาสนำเสนอหนองบัวดอยสะเก็ดที่เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามในอดีตให้กลับมาเป็นที่สนใจของประชาชนอีกครั้งหนึ่ง นายตัน ยาวิระ บอกว่านอกเหนือจากหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่มาสัมภาษณ์แล้ว ล่าสุดสถานีโทรทัศน์ไอทีวีมาสัมภาษณ์ออกอากาศทำให้หนองบัวดอยสะเก็ดเป็นที่รู้จักกกันอีกครั้งหนึ่ง และมีรถโดยสารท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดเริ่มเดินทางมาชมหนองบัวบ้างแล้ว น่าสนใจว่าในอนาคตอันใกล้นี้หนองบัวดอยสะเก็ดที่เคยสวยงามเป็นที่นิยมของคนทั่วประเทศจะกลับมาได้รับความนิยมดังเช่นอดีตได้อีกหรือไม่.

Cr.อดีต “ดอยสะเก็ด” (สังคมเมืองเชียงใหม่ เล่ม 13)