หน้ากากไม้ฝาโลงเมืองน่าน วัฒนธรรมชาวเลบนดอยสูง

0
1823

คุณดาวใจ ไพจิตร นักร้องดาวค้างฟ้า ในนามประธานมูลนิธิปรีดี-ดาวใจ สุจริตกุล พร้อมด้วยพันตำรวจเอกปราโมท สุคนธมาลย์ ได้วัตถุจัดแสดงชิ้นนี้มาจากร้านค้าของเก่าแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งผู้นำมาส่งมอบให้ร้านค้าระบุว่าได้มาจากถ้ำที่เต็มไปด้วยขี้ค้างคาวแห่งหนึ่งบนดอยสูงห่างจากวัดผาเวียง ที่อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน หลายสิบกิโลเมตร จากนั้นคุณดาวใจได้มอบให้แก่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ลำพูน ในปี พ.ศ. 2550 โดยดิฉันเป็นตัวแทนรับไว้

เมื่อทางสำนักศิลปากรที่ 7 น่าน (ยุคที่ยังไม่ถูกยุบรวมเป็นสาขาหนึ่งของสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่) ทราบข่าว ได้ส่งนักโบราณคดีลงพื้นที่แถววัดผาเวียง ทราบมาว่า “นายอินข่อง อินแปลง” เป็นผู้ค้นพบที่ถ้ำผาเวียงหมายเลข 3 หรือเรียกว่าถ้ำหีบ จำนวน 3-4 ชิ้น โลงไม้ถูกฝังอยู่ใต้ดินลึกลงไปประมาณ 50 เซนติเมตร ใต้โลงไม้มีไม้ไผ่ตัดวางเรียงกันเพื่อรองรับโลงไม้ไว้

และยังพบกำไลหินสีขาว ซึ่งนายอินข่องเป็นผู้เก็บรักษาไว้ แต่นายอินข่องได้นำฝาโลงทั้งหมดไปเก็บรักษาไว้ที่วัดผาเวียง ราวเดือนเมษายน พ.ศ. 2546 และได้จัดแสดงที่วัดอยู่นานถึง 4 ปี กระทั่งราวต้นปี 2550หน้ากากไม้ฝาโลงเหล่านั้นถูกลักลอบขโมยไปจากวัด และมาปรากฏที่ร้านขายของเก่าในเชียงใหม่

นอกจากนี้นักโบราณคดีของสำนักศิลปากรที่ 7 น่านยังได้พบชิ้นส่วนของตัวโลงท่อนล่างในสภาพเปื่อยยุ่ย พร้อมด้วยเครื่องมือหินอีกจำนวนหนึ่ง

หลังจากที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ได้ทำการศึกษาตรวจสอบหลักฐานแวดล้อม เชิญผู้เชี่ยวชาญมาพิสูจน์หาค่าอายุแล้ว ในปี พ.ศ. 2552จึงได้ส่งมอบวัตถุจัดแสดงให้แก่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เจ้าของพื้นที่ต่อไป

ปริศนาหน้ากากฝาโลง

หน้ากากไม้ฝาโลงทำด้วยไม้คล้ายตระกูลไม้ซ้อ คือเป็นไม้เนื้ออ่อนที่ไม่มีวงปี ดูเผินๆ คล้ายกับว่าตัดออกมาเฉพาะส่วนของเปลือกนอก แต่ความจริงนั้นใช้ทั้งส่วนที่เป็นกะพี้และแก่นผสมกัน พบรอยหยดของยางรักสีดำใช้เชื่อมติดกับลูกปัดหอยอันสึกกร่อน ด้านในฝาโลงมีร่องรอยผ้าห่อศพคล้ายลายขิดเชือกทาบหยาบๆ

สภาพของวัตถุ เนื้อไม้มีสองส่วน คือส่วนบนเป็นหน้ากากปิดฝาโลง และส่วนล่างเป็นตัวโลง ส่วนล่างนี้เว้าแหว่งไม่เต็มรูป ทั้งสองส่วนเก่าผุเปื่อยยุ่ย ยุคที่ดิฉันดำรงตำแหน่งหัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย เคยส่งวัตถุจัดแสดงดำเนินการอนุรักษ์ทางวิทยาศาสตร์ที่กลุ่มอนุรักษ์โบราณวัตถุ กรมศิลปากร เมื่อปี พ.ศ. 2551 แล้วหนึ่งครั้ง

ลักษณะรายละเอียดวัตถุ

หน้ากากไม้ฝาโลงชิ้นนี้มีลักษณะคล้ายงานศิลปะดั้งเดิม (Primitive Art) ของกลุ่มแอฟริกัน โพลีเนเซียน และโอเชียเนีย ค่อนข้างมาก ซึ่งไม่เคยพบเห็นในประเทศไทยมาก่อน ดูเป็นศิลปะกึ่งนามธรรม (Semi-Abstract)

ลวดลายศิลปะที่ตกแต่งหน้ากากไม้ ใช้ลายเส้นวงโค้งก้นหอยแบบ Spiral Motif ในส่วนคิ้วกับดวงตาที่ต่อเนื่องคล้ายนกฮูก อันเป็นลวดลายพื้นฐานสากลของหลายเผ่าชาติพันธุ์ โดยเฉพาะกลุ่มที่บูชานกเป็นเทพเจ้า ได้แก่พวกเมารี อะบอริจินส์ จมูกเป็นเส้นเดียว ปากเล็กจู๋ ลำตัวแต่งด้วยแผ่นวงโค้งเป็นคอ แขน เม็ดถันกลึงนูน

ลักษณะท่อนบนมองเผินๆ ละม้ายกับหน้ากากของชนเผ่าวาตูลูลูกลางมหาสมุทรแปซิฟิกอย่างมาก ส่วนการวางมือแปๆ บนลำตัวท่อนล่างที่ทำพอเป็นสัญลักษณ์ไม่เน้นความเหมือนจริงนั้น กลับพ้องกับวัฒนธรรมของชนเผ่าบนเกาะอีสเตอร์

เมื่อครั้งที่ดิฉันดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย อยู่นั้น ได้นำชิ้นส่วนเนื้อไม้มอบให้ รศ .ดร.รัศมี ชูทรงเดช (ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์) ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้เชี่ยวชาญด้านก่อนประวัติศาสตร์ภาคเหนือ มีผลงานการศึกษาเรื่องโลงศพมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ในเรือขุดถ้ำผีแมน ที่อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอนมาก่อน ขอให้ช่วยพิสูจน์หาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีคาร์บอน 14

ซึ่ง รศ.ดร.รัศมี ได้ส่งเนื้อไม้ไปยังห้องแล็บของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ผลการพิสูจน์ว่าเนื้อไม้มีอายุเก่าแก่ถึง 3,400 +/- 400 ปี ต่อมาได้ส่งให้กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ของกรมศิลปากรดำเนินการพิสูจน์เนื้อไม้ ได้ข้อสรุปว่าเป็นของแท้แน่นอนมิได้ทำเทียม พบคราบสารไนเตรท (มูลค้างคาว) ฝัง และการที่ผ่านเวลามานานกว่า 3,000ปีเศษ แต่ยังไม่สลายผุพังทั้งหมด ก็เพราะขี้ค้างคาวเป็นตัวช่วยอนุรักษ์เนื้อไม้ไว้

วิเคราะห์วัฒนธรรมการฝังศพของกลุ่มชนที่ใช้หน้ากาก

โดยปกติแล้ววัฒนธรรมการฝังศพของชาวไทล้านนา (กลุ่มไต-มองโกลอยด์) หรือชาวออสโตรเอเชียติก (มอญ-ขอม-ละว้า) กลุ่มคนพื้นเมืองดั้งเดิมภาคเหนือ หรือแม้แต่ประชากรบนพืื้นที่สูงส่วนใหญ่นั้น แทบไม่เคยพบการใช้หน้ากากไม้ฝาโลง ฝังไว้ในหน้าผาตามแนวตั้งแบบนี้มาก่อน

มนุษย์ถ้ำก่อนประวัติศาสตร์หรือมนุษย์ที่ตกค้างในสังคมดั้งเดิมตามที่เรารับทราบนั้น เช่น แหล่งอารยธรรม บ้านวังไฮ ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน หรือที่ประตูผา อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ล้วนแล้วแต่ฝังศพแบบนอนยาวแนวราบ นำกระดูกใส่หม้อทุบให้แตกแล้วลงวางบนอกของหัวหน้าเผ่าหรือหัวหน้าครอบครัวทั้งสิ้น

ในด้านกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ บนแผ่นดินสยาม ดิฉันพยายามเทียบเคียงกลุ่มชนที่มีการทำหน้ากากไม้ หรือรูปเคารพไม้แบบ Totem ประดับอยู่หน้าหมู่บ้าน ในสังคมดั้งเดิมแถบภาคเหนือเท่าที่พอหาได้นั้น พบว่าชาวเผ่าลัวะยังคงทำรูปเคารพ “เสาสะกัง” (เสาอินทขีล-หลักเมืองบูชาพระอินทร์) ด้วยแท่งไม้แกะสลักเป็นลวดลายเรขาคณิตกึ่งนามธรรมอยู่ แต่ไม่เคยพบการทำรูปเหมือนบุคคล

นอกจากนี้ยังมีชนเผ่าเย้า อาข่า รวมไปถึงวัฒนธรรม “ผีตาโขน” ที่ตกค้างของชาวเมืองเลยที่ควรศึกษาเปรียบเทียบ ทั้งหมดนี้คือกลุ่มชนที่มีประเพณีการทำหน้ากากไม้สำหรับการส่งวิญญาณผู้ตาย ดังนั้น อาจเป็นไปได้ว่าหน้ากากไม้ฝาโลงชิ้นนี้น่าจะเป็นรากเหง้าหรือบรรพบุรุษดั้งเดิมของวัฒนธรรมหน้ากากไม้ที่ยังตกค้างเหล่านี้ในสังคม

ปัจจุบันอินโดจีน มีชนเผ่า “ข่าจราย” และอีก2-3ชนเผ่า ที่อาศัยอยู่ในเวียดนามตอนกลางบนภูเขาสูง เป็นวัฒนธรรมแบบ Highland Society ไม่ใช่วัฒนธรรมชาวเลของกลุ่มโพลีเนเซียน โอเชียเนีย แปซิฟิก แต่อย่างใด ชนเผ่าเหล่านั้นยังคงมีการทำ Totemไม้แกะสลักรูปบุคคลปักอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน แต่ท่อนไม้เหล่านั้นไม่ได้มีรูปร่างเหมือนหน้ากากไม้ฝาโลงเสียทีเดียว วัฒนธรรมหน้ากากฝาโลงของชาวเล ขึ้นมาสู่ดอยสูงได้อย่างไร เรื่องนี้สามารถวิเคราะห์ได้สองแนวทาง

ข้อสันนิษฐานแรก อาจมีกลุ่มชนแถบทะเลจีนใต้แถวฟิลิปปินส์-เวียดนามที่เดินทางเร่ร่อนขึ้นมาติดต่อค้าขายกับชาวคาบสมุทรบนดอยสูง โดยผ่านแม่น้ำโขง และชนเผ่านี้ได้นำเอาวัฒนธรรมการฝังศพของตัวเองติดมาด้วยก็เป็นได้

ข้อสันนิษฐานที่สอง เป็นการมองย้อนศรว่ากลุ่มชนที่ทำหน้ากากไม้ฝาโลงนั้น จัดอยู่ในประเภทกลุ่มออสโตรเนเชียน (จาม ชวา มลายู) ครั้งหนึ่งหลายพันปีก่อนเคยอาศัยปะปนอยู่กับกลุ่ม ออสโตรเอเชียติก (ขอม มอญ ละว้า กลุ่มที่ไม่นิยมทำหน้ากากฝาโลง) บนเทือกเขาสูงมาก่อนหน้าที่จะอพยพลงสู่ทะเล ไปกลายเป็นบรรพบุรุษของพวกเมารี อะบอริจินส์ ก็เป็นได้

คุณค่าความสำคัญ

หน้ากากไม้ฝาโลงชิ้นนี้ ถือว่ามีคุณูปการยิ่งต่อวงการศึกษาทางโบราณคดีมานุษยวิทยาของประเทศไทย อย่างน้อยที่สุดทำให้รู้ว่า ยังมีชาติพันธุ์อีกมากมายหลายเผ่าที่ไม่เคยมีการศึกษา กลุ่มชนเหล่านั้นยังถูกหลงลืมอยู่ตามหลืบถ้ำผาเถื่อน

แม้พอจะทราบอายุของหน้ากากฝาโลงชิ้นนี้แล้วว่าเก่าแก่มากกว่า 3,200 ปี แต่ต้องมีการสืบค้นกันอีกหลายมิติ อาทิ วิธีฝังศพ จะฝังกันแบบใด แนวนอนหรือแนวตั้ง หรือฝังในหน้าผา การที่หน้ากากมีแผ่นเล็ก แสดงว่าเป็นการประดับแค่ส่วนศีรษะ ครึ่งตัว หรือใช้เป็นโล่ประดับสถานะของหัวหน้าเผ่า เป็นการเฉพาะหรือไม่

อีกทั้งควรมีการศึกษาเปรียบเทียบกับหน้ากากไม้ฝาโลงของชนเผ่าข่าจรายในเวียดนาม และชนเผ่าอื่นๆ ไม่เฉพาะแค่ย่านอุษาคเนย์ แต่รวมไปถึงทวีป แอฟริกา ออสเตรเลีย และกลุ่มโอเชียเนีย ที่มีรูปแบบหน้ากากคล้ายคลึงกัน