พิธีเทิดพระเกียรติ พระเจ้ากาวิละ

0
794

เช้าวันนี้ (5ก.พ.63) มณฑลทหารบกที่ 33 โดย พล.ต.สืบสกุล บัวระวงศ์ ผบ.มทบ.33 จัดพิธีเทิดพระเกียรติพระเจ้ากาวิละ ประจำปี 2563 ณ อนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละ ค่ายกาวิละ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

โอกาสนี้ มีนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เจ้านายฝ่ายเหนือ หัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนประชาชน นักเรียน นักศึกษา ร่วมในพิธีจำนวนมาก

โดยพิธีเริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. หน่วยงานต่างๆ ลงทะเบียนและวางพานพุ่มสักการะ เวลา 08.29 น. พิธีวางพานพุ่มสักการะฯ ของคณะผู้ใหญ่/เจ้านายฝ่ายเหนือ 08.39 น. เริ่มพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละ เวลา 09.00 น. การแสดงถวายฯ จากนั้นเวลา 09.29 น. เริ่มพิธีสงฆ์ เสร็จพิธีฯ เวลา 10.30 น.

ประวัติ พระเจ้ากาวิละเจ้าหลวงเชียงใหม่
องค์ที่ 1 (พ.ศ.2524 – 2358)
พระเจ้ากาวิละ เป็นบุตรคนแรกในจำนวน 10 คน ของเจ้าฟ้าชายแก้ว ซึ่งขณะนั้นเป็นเจ้าเมืองลำปางกับนางจันทาเทวี สมภพเมื่อ จ.ศ.1104 (พ.ศ.2285) เป็นพระนัดดาของนายหนานทิพย์ช้าง หรือพระยาสุละวะฤาชัยสงคราม ผู้ครองนครลำปาง พระเจ้ากาวิละทรงเสกสมรสกับแม่เจ้าโนจา มีบุตรและธิดารวม 5 คน คือ

1.เจ้าน้อยสุริยฆาฏ ต่อมาเป็นเจ้าราชบุตรเชียงใหม่ 2.เจ้าหนานสุริยวงค์ ต่อมาเป็นเจ้าบุรีรัตน์ ภายหลังได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น พระเจ้ากาวิโลรส สุริยวงษ์ เจ้าหลวงเชียงใหม่ ลำดับที่ 6 3.เจ้าหนานมหาวงค์ เสกสมรสกับเจ้าบุญนำ ธิดาของเจ้าหลวงเสฏฐีคำฟั้น 4.นางคำใส 5.เจ้าหนานไชยเสนา เสกสมรสกับเจ้านางสมธา ธิดาของเจ้าหลวงเสฏฐีคำฟั้น

พระราชกรณียกิจ และพระเกียรติยศ
พระเจ้ากาวิละ ทรงมีพระราชกรณียกิจทั้งในด้านการสงครามการป้องกันอาณาจักร การขยายอาณาเขตให้กว้างขวางและการบำรุงพระศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง จนได้รับพระราชทานพระเกียรติจากพระมหากษัตริย์ไทยที่สำคัญ โดยสรุปได้ดังนี้

การสงคราม
พระเจ้ากาวิละ ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการสงคราม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2307 ขณะมีอายุเพียง 22 ปี ทั้งการรบเพื่อขยายอาณาเขต และเพื่อป้องกันอาณาเขตหลายครั้งหลายหน ดังนี้
– พ.ศ.2307 ร่วมกับกองทัพพม่าเข้าตีเมืองเวียงจันทน์ได้เป็นผลสำเร็จ
– พ.ศ.2309 เป็นนายทัพนำกำลังจากเมืองนครลำปาง เข้าต้านทานการโจมตีจากกองทัพพม่า ณ เมืองเถิน
– พ.ศ.2317 ขับไล่พม่าออกจากเมืองนครลำปาง และนำทัพหลวงของพระเจ้าตากสินมหาราช เข้าตีพม่าที่ยึดครองเมืองเชียงใหม่ได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2317
– พ.ศ.2318 ถึง พ.ศ.2348 ได้ทำการรบกับพม่า ไทยใหญ่ และขยายอาณาเขตไปทางหัวเมืองลื้อและเมืองสิบสองปันนา

การศาสนา
ภายหลังจากที่พระเจ้ากาวิละได้รับการสถาปนาเป็น พระยาวชิระปราการเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่แล้ว ได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามน้อยใหญ่ ทั้งภายในเชียงใหม่และหัวเมืองต่างๆ ในเขตล้านนาไทย อาทิ ทรงสร้างวัดละโว เมืองลำพูนไชย , ทรงสร้างพระวิหารหลวงด้านทิศตะวันตกพระธาตุดอยสุเทพ และยกฉัตรยอดเจดีย์พระธาตุดอยสุเทพ , ทรงปฏิสังขรณ์พระอุโบสถวัดเชียงมั่น , ตั้งฉัตรหลวงสี่มุม และยกฉัตรยอดพระมหาชินธาตุหริภุญไชย , ปฏิสังขรณ์วัดเจดีย์หลวง บูรณะพระสถูปธาตุวัดบุปผาราม ยังผลให้พระพุทธสานามีความเจริญรุ่งเรืองในเมืองเชียงใหม่สืบมา

พระเกียรติยศ
พระกรณียกิจของพระเจ้ากาวิละ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการสงครามที่สามารถนำทัพหลวงของพระเจ้าตากสินเข้าตีเมืองเชียงใหม่จากพม่าได้สำเร็จ จึงได้รับพระราชทานเกียรติยศ ดังนี้
– พ.ศ.2317 ได้รับการสถาปนาจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ให้เป็นเจ้าผู้ครองนครลำปาง เป็น พระยากาวิละสุริยะวงศ์
– พ.ศ.2325 ได้รับการสถาปนาจาก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขึ้นเป็นพระยาวิชิระปราการเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่
– พ.ศ.2345 ได้รับการสถาปนาจาก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขึ้นเป็นเจ้าประเทศราชมีนามศักดิ์สมญาว่า
“ พระบรมราชาธิบดี ศรีสุริยวงศ์ องค์อัครอินทร สุรศักดิ์
สมญามหาขัตติราชชาติราชไชยสวรรย์ เจ้าขัณฑสีมา
พระนครเชียงใหม่ราชธานี ”

พระเจ้ากาวิละพระบรมราชานราธิบดีศรีสุริยวงศ์ฯ ปกครองนครเชียงใหม่ตั้งแต่ พ.ศ.2317 ในช่วงเวลาที่ปกครองนครเชียงใหม่นั้น ได้ขยายพระราชอาณาเขตให้ไทยมีเขตแดนขยายออกไปอย่างกว้างขวาง มีหัวเมืองต่างๆ มายอมอยู่ภายใต้อำนาจเป็นจำนวนมาก ได้บำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองและปกครองอาณาประชาราษฎร์ให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุขตลอดระยะเวลาที่ทรงปกครองล้านนาไทยและถึงแก่พิราลัย เมื่อวันพุธแรม 4 ค่ำ ปี พ.ศ.2358 (จ.ศ.1177) สิริรวมพระชนม์ชันษาได้ 74 ปี

ชาวเชียงใหม่ล้านนาไทย ได้รับอิสรภาพและมีความเป็นปึกแผ่น ร่มเย็นเป็นสุขมาถึงทุกวันนี้ เพราะอาศัยพระบารมีของพระเจ้ากาวิละ พระองค์ผู้ทรงกอบกู้เมืองเชียงใหม่ ทรงขับไล่พม่าข้าศึก ออกไปทรงเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมืองได้เป็นการสำเร็จ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2317 จากนั้นทรงรวบรวมหัวเมืองล้านนาเข้าด้วยกัน ทรงทะนุบำรุงส่งเสริมพระพุทธศาสนาในล้านนาให้รุ่งเรือง ประชาชนร่มเย็นเป็นสุขตราบนั้นมา นับได้เวลา 246 ปีล่วงแล้ว

เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงวีรกรรมของพระองค์ท่าน มณฑลทหารบกที่ 33 จึงได้จัดพิธีเทิดพระเกียรติพระเจ้ากาวิละขึ้นดังกล่าว