MOU ใช้กัญชา เพื่อประโยชน์การเรียน

0
293

เมื่อวันที่ผ่านมา นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การนำความรู้เกี่ยวกับกัญชาและกัญชงไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน” ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ โดยนางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข โดย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ณ ห้องชัยนาทนเรนทร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “กัญชา-กัญชง” ซึ่งเป็นพืชล้มลุกจัดอยู่ในวงศ์กัญชา (CANNABACEAE) เหมือนกัน แต่ต่างสายพันธุ์ โดยให้สารออกฤทธิ์ทางยาในกลุ่มเดียวกัน ในสัดส่วนตัวสารสำคัญที่มีผลและไม่มีผลต่อจิตประสาทต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม พืชทั้งสองอย่างสามารถผสมข้ามสายพันธุ์กันได้ แต่จะให้ปริมาณและคุณภาพของสารมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมเป็นสำคัญ นี่จึงเป็นเหตุให้กัญชาและกัญชงแยกออกจากกันได้ยาก

ซึ่งกระแสของโลกในยุคปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าหลายๆ ประเทศ มีความนิยมและมีความล้ำหน้าในเรื่องของการใช้ประโยชน์จากกัญชาหลายหลายรูปแบบ เช่นเดียวกับสังคมไทยที่ใช้กัญชาเพื่อเป็นยา อาหาร และใช้ผสมในอาหารเพื่อเลี้ยงสัตว์บางชนิด มาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และขณะนี้ประเทศไทยได้มีการศึกษาวิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทางการแพทย์อย่างเป็นรูปธรรม โดยการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้แถลงนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 “ให้มีการช่วยเหลือเกษตรกร และพัฒนานวัตกรรม เร่งศึกษาวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชา กัญชง และพืชสมุนไพรในทางการแพทย์ อุตสาหกรรมทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ของประชาชน โดยกำหนดกลไกการดำเนินงานที่รัดกุม เพื่อมิให้เกิดผลกระทบทางสังคมตามที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างเคร่งครัด”

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า ในฐานะกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีบทบาทในการสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิตแก่คนทุกช่วงวัย ทั้งเชิงองค์ความรู้ทางวิชาการ ทักษะและสมรรถนะในการทำงานและประกอบอาชีพ ตลอดจนการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข พร้อมก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมั่นใจ ตลอดจนเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ตามจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการและยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ของรัฐบาล จึงตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับคนไทยทุกคน เกี่ยวกับประโยชน์ โทษ ตลอดจนผลข้างเคียง และวิธีใช้กัญชาอย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อเป้าหมายที่สำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้สังคมไทย และเพื่อให้การดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา เกิดประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม

กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำความรู้เกี่ยวกับกัญชาและกัญชงไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรรายวิชาเลือก ทช 33098 กัญชาและกัญชงศึกษา เพื่อใช้เป็นยาอย่างชาญฉลาด ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ซึ่งได้พัฒนาหลักสูตรจนเสร็จสมบูรณ์ พร้อมมีการพัฒนาครูผู้สอนหลักสูตรรายวิชาเลือกฯ จำนวน 685 คน เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคม 2563 ที่ผ่านมา เพื่อให้นำองค์ความรู้ไปสร้างความรู้ความเข้าใจ ในเป้าหมายของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกัญชาและกัญชงสำหรับนักศึกษา

“หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการบูรณาการข้อมูลด้านการแพทย์กับการศึกษาที่สำคัญ อันจะส่งผลต่อการพัฒนาหลักสูตรเกี่ยวกับกัญชาและกัญชงเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพ เกิดการส่งเสริมและสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ และศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ในรูปแบบที่เหมาะสม ไปจนถึงการร่วมจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องให้แก่นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ตลอดจนเกิดการประสานความร่วมมือในรูปแบบภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่นักศึกษาและประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

และในนามของกระทรวงศึกษาธิการ ขอขอบคุณสำนักงาน กศน. โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ที่ร่วมกันผลักดันให้เกิดความร่วมมือ ร่วมแรง ในการเตรียมความพร้อมให้กับสังคมไทย รองรับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้กัญชาและกัญชงในการวิจัยและทางการแพทย์ ที่จะเป็นการสร้างความเข้าใจและเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชนคนไทยได้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว