โคโรนาไวรัสฯ ต้องรักษาตามอาการ

0
255

โคโรนาไวรัส เป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจได้ทั้งในคนและสัตว์ โคโรนาไวรัสมีหลายสายพันธุ์ สายพันธุ์ที่เคยระบาดรุนแรง ได้แก่ ไวรัสซาร์ส [SARS-CoV] ที่เคยระบาดทั่วโลกในปี 2002 และไวรัสเมอร์ส หรือโรคทางเดินหายใจอักเสบตะวันออก ที่การติดเชื้อเริ่มต้นที่ประเทศซาอุดิอาระเบียในปี 2012 และล่าสุดโคโรน่าไวรัสที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ เรียกว่าโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 ก่อให้เกิดปอดอักเสบ ระบาดที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ตั้งแต่ธันวาคม 2019 และมีการแพร่กระจายไปยังหลายประเทศรวมทั้งไทย

โคโรนาไวรัสติดต่อทางไหน เชื้อโคโรนาไวรัสสามารถติดต่อจากคนสู่คน โดยในคนที่ติดเชื้อจะมีเชื้ออยู่บริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น และบางส่วนอยู่ในปอด เราจะได้รับเชื้อจากละอองฝอยที่เกิดจากการไอ จาม รดกัน หรือการเอามือไปสัมผัสสารคัดหลั่งที่มีเชื้อแล้วมาสัมผัสบริเวณใบหน้า เยื่อบุทางเดินหายใจกำให้เกิดการติดเชื้อได้เช่นกัน

ระยะฟักตัวของโคโรนาไวรัส มีระยะฟักตัวประมาณ 2-7 วัน ในทางปฏิบัติการเฝ้าสังเกตอาการหลังสัมผัสโรคหรือมาจากแหล่งระบาด จะใช้ 2 เท่าของระยะฟักตัว คือ 14 วัน

โคโรนาไวรัสสอาการเป็นอย่างไร? ผู้ป่วยจะมีอาการแสดงของการติดเชื้อทางเดินหายใจที่ไม่สามารถแยกได้จากการติดเชื้อไวรัสอื่นๆ คือ มีไข้ ร่วมกับอาการน้ำมูก ไอ จาม เจ็บคอ หายใจลำบาก บางรายมีอาการร่วมเช่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ในรายที่รุนแรงจะมีปอดอักเสบ และทำให้ระบบหายใจล้มเหลวถึงกับเสียชีวิตได้

ความรุนแรงของโรคแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ ผู้สูงอายุมีโอกาสเป็นรุนแรงและเสียชีวิตมากกว่า ภูมิต้านทาน คนที่มีโรคเรื้อรัง เบาหวาน ถุงลมโป่งพอง มีโอกาสเป็นรุนแรงมากกว่าคนอื่นๆ

โคโรนาไวรัสป้องกันได้โดย หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีคนพลุกพล่าน , หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการ , ดูแลสุขอนามัยส่วนตน วลีเด็ด กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือยังใช้ได้เสมอ , คนที่มีอาการไอ จาม ให้ปิดปาก ปิดจมูก ด้วยกระดาษทิชชู่ หรือต้นแขนด้านใน , หมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ , ไม่นำมือมาสัมผัสที่ตา จมูก ปาก หากไม่จำเป็น , สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องการสัมผัสสารคัดหลั่งจากการไอ จาม ของผู้ป่วย , พักผ่อนให้เพียงพอ , หากมีไข้ ร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจ ให้ไปปรึกษาแพทย์

การรักษาโรคที่เกิดจากโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 ไม่มีการรักษาที่เฉพาะเจาะจงที่เชื่อถือได้ว่ามีประสิทธิภาพต่อเชื้อ มีการนำยาต้านไวรัสชื่อ Lopinavir/ritonavir , Remdesivir มาใช้ซึ่งอย่างไรก็ตามยังต้องรอการศึกษาเพิ่มเติม โดยรวมจะเป็นการรักษาตามอาการ ยังไม่มีวัคซีนสำหรับโรคนี้ อยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนาต่อไป

รพ.แมคคอร์มิค / ข้อมูล