กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ จัดงานฉลองวาระ ครบ 60 พรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ

0
224

นายฮิโรชิ มัทสึโมะโตะ กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ กล่าวในงานฉลองวาระครบ 60 พรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ เมื่อวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องแกรนด์คอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรมเลอเมอริเดียน เชียงใหม่ ว่า ในปีที่ผ่านมา ได้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะของญี่ปุ่น และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่10 ของไทย ถือเป็นวาระมหามงคลที่สานความสัมพันธ์ระหว่างไทยและญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งในระดับราชวงศ์และระดับประชาชน

ดังจะเห็นได้จาก การพบปะกันของนาย ABE Shinzo นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นและพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ในงานประชุมผู้นำ G20 และ ASEAN เมื่อปีที่แล้ว และการมาเยือนไทยของนาย MOTEGI Toshimitsu รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ของสองประเทศมากยิ่งขึ้น

รวมถึงการแลกเปลี่ยนระดับประชาชนที่พัฒนาในหลากหลายด้าน เช่น ในปีที่แล้วมีชาวไทยมากกว่าล้านคนไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น และมีชาวญี่ปุ่นมากกว่าหนึ่งล้านหกแสนคนมาท่องเที่ยวประเทศไทย

ซึ่งในคืนนี้ ได้มีตัวแทนจากจังหวัด Fukuoka และ Okinawa มาออกบูธเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และตั้งแต่กรกฎาคมปีนี้ กีฬา Olympic จะจัดขึ้นที่ Tokyo ผมจึงหวังว่าจะมีชาวไทยไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกันมากยิ่งขึ้น สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและญี่ปุ่นในภาคเหนือ จะพบการแลกเปลี่ยนมากมายเช่นกัน

ตั้งแต่ผมมารับตำแหน่งเมื่อพฤษภาคมปีที่แล้วผมได้ไปเยือนทั้ง 9 จังหวัด ในโอกาสนั้นผมได้เป็นตัวแทนรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านโครงการ KUSANONE ให้การสนับสนุน รถดับเพลิง รถกู้ภัย หอพักนักเรียน และอื่นฯ แก่ชุมชนระดับรากหญ้า ซึ่งผมหวังว่าการสนับสนุนเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาสังคมไทยต่อไป

ในด้านวัฒนธรรมและการศึกษา สถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่นฯ มีโอกาสได้ร่วมส่งรถกระทงที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่นในเทศกาลลอยกระทง ภายใต้ความร่วมมือของเทศบาลนครเชียงใหม่ นอกจากนี้ ผมมีโอกาสได้ไปชมการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่น และพบว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งในเชียงใหม่มีการแลกเปลี่ยนกับสถาบันศึกษาของญี่ปุ่นอย่างกว้างขวาง ผมรู้สึกดีใจที่เยาวชนไทยจำนวนมากให้ความสนใจในภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งในคืนนี้ นักศึกษาชาวไทยก็ได้มาช่วยสาธิตพิธีชงชาแบบญี่ปุ่นด้วย ผมขอเชิญทุกท่าน เข้าร่วมชิมชาครับ

การแลกเปลี่ยนด้านศิลปะหัตถกรรม ก็มีตัวอย่างเช่น โครงการ KOYORI ที่มีการถ่ายทอดเทคนิคการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น เพื่อพัฒนามูลค่าของสินค้า OTOP ในภาคเหนือของไทย ดังที่จัดแสดงผลงานให้ทุกท่านได้ชมบริเวณหน้าห้อง reception

ด้านเศรษฐกิจ มีบริษัทญี่ปุ่นมากกว่า 30 บริษัทมาเปิดโรงงานผลิตในจังหวัดลำพูน บางโรงงานถือเป็นแหล่งผลิตสำคัญของบริษัทญี่ปุ่น ซึ่งส่งผลให้เกิดการส่งออก การจ้างงาน การถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีสู่คนไทย อีกทั้ง บริษัทญี่ปุ่นเหล่านี้ได้กิจกรรมด้านสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชน ภายใต้แนวคิด Corporate Social Responsibility (CRS)

อ้างถึงคำกล่าวของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เกี่ยวกับการสานความสัมพันธ์กับจังหวัดฮอกไกโด ปัจจุบัน รัฐบาลญี่ปุ่นเน้นบทบาทของท้องถิ่นมากขึ้น การแลกเปลี่ยนระดับท้องถิ่นทั้งภาครัฐและเอกชนจึงมีความสำคัญมาก ส่งผลให้ มีองค์กรหรือบริษัทระดับท้องถิ่นของญี่ปุ่นเข้ามาจังหวัดเชียงใหม่กันมากขึ้น เพื่อประสานขอความร่วมมือ ซึ่งผมก็ขอความร่วมมือจากทุกท่านในการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเช่นนี้ในภาคเหนือของไทย ต่อไป

ในโอกาสนี้ ผมขอกล่าวขอบพระคุณทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนใน 9 จังหวัดภาคเหนือ ตลอดจนชาวไทยทุกท่านที่มีส่วนในการดูแลและช่วยเหลือชาวญี่ปุ่นในท้องถิ่นนี้ ตลอดมา ท้ายนี้ ผมขอเรียนเชิญทุกท่านดื่มถวายชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระราชินี ขอทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์พระชนมพรรษายั่งยืนนาน อีกทั้ง ขอให้ความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาวไทยและชาวญี่ปุ่นยั่งยืน สืบไป