ไอ้คลั่ง หั่นศพแม่ เครียด! ส่งฝากขัง

0
404

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ได้ทำการจับกุมตัว นายภาคิน มหาทรัพย์ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 476/1 บ้านหัวเวียง หมู่ 1 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย หลังก่อเหตุใช้มีดแทงนางอรุณี ชลทรัพย์ อายุ 55 ปีซึ่งเป็นมารดาของตัวเอง จนเสียชีวิตแล้วหั่นศพเป็นชิ้นๆ แช่ถังน้ำแข็งแล้วนำส่วนศีรษะไปฝังดิน โดยเหตุเกิดวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ล่าสุด ร.ต.อ.ประเสริฐ พาดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เวียงป่าเป้า ได้ทำเรื่องขออนุมัติจากศาล จ.เชียงราย ขอฝากขังนายภาคินแล้วหลังจากได้นำตัวไปสอบปากคำและเก็บหลักฐาน ชิ้นส่วนศพของนางอรุณีที่อยู่ภายในถังและ ขุดเอาส่วนศีรษะที่ผู้ต้องหาได้นำไปฝังเอาไว้ที่ป่าละเมาะข้างถนนสาย อ.เวียงป่าเป้า-อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ เขตหมู่บ้านโป่ง ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 15 กิโลเมตร นำส่งโรงพยาบาลเพื่อชันสูตร

โดยในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายภาคินไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพเพิ่มเติมที่บ้านที่เกิดเหตุ และตรวจยึดรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน บบ 3165 พะเยา ซึ่งใช้เป็นยานพาหนะเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนของศพผู้ตายไปซ่อนเร้นโดยหลังก่อเหตุยังจอดอยู่ภายในบ้าน และตรวจยึดมีดปลายแหลมที่ใช้ก่อเหตุซึ่งมีความยาวประมาณ 20 ซ.ม. พร้อมด้วยฝักสีดำจำนวน 1 ด้าม หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาเพิ่มเติมแล้วนายภาคินได้ขอขมาบ้านและมารดาผู้เสียชีวิตซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้นั่งกราบ ก่อนพาตัวผู้ต้องหาไปทำการฝากขังตามขั้นตอน ซึ่งพบว่านายภาคิน มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะนำตัวไปฝากขัง ณ เรือนจำกลาง จ.เชียงราย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำวจได้แจ้ง 3 ข้อหาคือ “ฆ่าบุพการีโดยกระทำทารุณโหดร้าย ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนใดของศพเพื่อปกปิดการตายหรือเหตุแห่งความตาย,ทำให้เสียหายเคลื่อนย้าย ทำลายหรือทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพ ส่วนของศพ หรือเถ้าของศพ,พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” ซึ่งนายภาคินให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ส่วนชาวบ้านใกล้เคียงยังคงจับกลุ่มคุยกันด้วยความแปลกใจว่าผู้ต้องหานั้นอดีตเคยเป็นคนดี ไม่ดื่มสุราและไม่เคยมีเรื่องกับใครจึงไม่อยากเชื่อว่าจะทำเรื่องโหดร้ายเช่นนี้ขึ้น ทั้งนี้ญาติเตรียมจัดพิธีศพในอีก 2-3 วันข้างหน้าหลังมีการชันสูตรพลิกศพแล้วเสร็จ

สำหรับการจับกุมผู้ต้องหาทางเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวนายภาคินเอาไว้ที่บ้านของตัวเอง หลังจากในช่วงเช้าเจ้าตัวได้ไปร่วมในการรณรงค์ทำแนวกันไฟร่วมกับผู้ใหญ่บ้านหัวเวียง เมื่อเวลา 13.40 น.วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ช่วงนั้นญาติและเพื่อนบ้านต่างสงสัยในการหาตัวไปของนางอรุณี แล้วแต่ไม่ทราบว่าหายไปไหน กระทั่งนายภาคินได้สารภาพกับผู้ใหญ่บ้านว่าได้กระทำการฆ่ามารดาของตัวเองจึงขอมอบตัว แล้วพากันไปตรวจสอบพบชิ้นส่วนศพภายในบ้านและที่ป่าละเมาะข้างทางดังกล่าว

จากสอบสวนนายภาคิน ได้ทราบว่าผู้ต้องหาได้ลักลอบมีความสัมพันธ์ทางเพศกับ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปีซึ่งเป็นบุตรสาวของตัวเอง ซึ่งนางอรุณี ได้ตักเตือนให้เลิกพฤติกรรมเสียแต่ผู้ต้องหาก็ไม่ยอมฟังโดยยังคงลักลอบไปนอนกับบุตรสาวตนเอง ทำให้นางอรุณีนำหลานสาวของตัวเองไปอยู่ด้วยโดยไม่ยอมให้พบกับนายภาคินอีก จึงเกิดการทะเลาะมีปากเสียงกัน และนางอรุณีขู่ว่าจะไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้ผู้ต้องหาใช้มีดของกลางจ้วงแทงมารดาจนเสียชีวิตแล้วลากไปหั่นศพที่หลังบ้านก่อนนำใส่ถังพลาสติกสีฟ้าแล้วเททับด้วยน้ำแข็งเพื่อไม่ให้มีกลิ่นเน่าเสีย ก่อนนำส่วนศีรษะไปฝังดินเพื่ออำพราง แต่ได้เกิดสำนึกผิดจึงแจ้งต่อผู้ใหญ่บ้านให้ทราบและมอบตัวในที่สุด