วัฒนธรรมย้ำ! ให้เลิกทุกงาน หนีโควิด -19

0
217

ประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับเทศกาล ประเพณี พิธีทางศาสนา และพิธีการต่างๆ ในห้วงการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19
ด้วยกระทรวงวัฒนธรรมได้ออกแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเทศกาล ประเพณี พิธีทางศาสนาและพิธีการต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 แต่ปรากฏว่าประชาชนบางกลุ่มยังไม่ได้ถือปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ก็ยังมีแนวโน้มแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น เพื่อให้การเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดจากโรคโควิด 19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 34(6) และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และความในข้อ 11 และข้อ 14 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2563 ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 18/2563 เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2563 จึงกำหนดข้อปฏิบัติสำหรับการป้องกันโรค เพื่อใช้ปฏิบัติเป็นการทั่วไป ดังนี้
ข้อ 1 ให้งดหรือเลื่อนการจัดงานเทศกาล ประเพณี พิธีทางศาสนา และพิธีการต่างๆ ที่เป็นการรวมตัวของคนจำนวนมาก
ข้อ 2 กรณีที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ไม่สามารถงดหรือเลื่อนการจัดงานนั้นๆ ได้ ให้ปฏิบัติดังนี้
สำหรับผู้จัดงาน (1) ต้องแจ้งการจัดงานต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือหน่วยงานปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์โรคโควิด19 ระดับตำบล หมู่บ้าน และชุมชน ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง แล้วแต่กรณี ทราบก่อนการจัดงานไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง
(2) ต้องแจ้งให้ผู้ร่วมงานให้สวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และหากมีอาการป่วย เป็นไข้ ไอ ให้ห้ามร่วมงานโดยเด็ดขาด
(3) ต้องจัดให้มีจุดคัดกรองและตรวจวัดไข้ผู้เข้าร่วมงาน หากตรวจพบผู้มีอุณหภูมิเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ให้งดเว้นการเข้าร่วมงาน และแนะนำให้ไปพบแพทย์โดยทันที
(4) ต้องจัดให้มีการลงทะเบียน หรือบันทึกชื่อ นามสกุล หมายเลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ พร้อมทั้งบันทึกภาพผู้ร่วมงาน เพื่อประโยชน์ในการติดตามและเฝ้าระวังโรคในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 จากงานดังกล่าว
(5) ต้องจัดให้มีแอลกอฮอล์เจล หรือที่ล้างมือบริเวณจุดทางเข้างาน ตลอดจนตามจุดต่างๆ รอบบริเวณงานและสำรองหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าไว้บริการ
(6) ต้องทำความสะอาดอุปกรณ์ และพื้นที่ในบริเวณการจัดงาน ที่ผู้เข้าร่วมงานต้องสัมผัสหรือใช้ร่วมกันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งพื้นที่โดยรอบการจัดงาน เช่น ราวบันได ลูกบิดประตู ลิฟต์ ห้องสุขา
(7) ต้องใช้เวลาการจัดงานให้สั้นที่สุด
(8) ต้องรีบแจ้งและจัดส่งรายชื่อผู้เข้าร่วมงานทั้งหมดต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ หรือหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคระดับหมู่บ้านในทันที หากทราบภายหลังว่ามีผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด 19
(9) งดจัดงานเลี้ยงทุกประเภท
(10) งดจัดให้มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
(11) งดจัดให้มีการแสดง ดนตรี มหรสพ หรือเต้นรำทุกชนิด
สำหรับผู้ร่วมงาน (1) ต้องแต่งกายให้มิดชิดเตรียมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า แอลกอฮอล์เจล โดยต้องสวมใส่หน้ากากตลอดเวลาที่อยู่ในงาน
(2) ควรเว้นระยะห่างการนั่ง หรือยืนระหว่างบุคคล ไม่น้อยกว่า 1 เมตร
(3) ควรปฏิบัติตามหลักสุขอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ด้วยแอลกอฮอล์เจล หรือด้วยน้ำสะอาด และสบู่เหลว
(4) ควรทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจล หรือล้างน้ำและสบู่ทันทีหลังออกจากงานรวมทั้งทำความสะอาดอุปกรณ์สื่อสารและของใช้ส่วนตัวมาในงาน เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต เป็นต้น
(5) ควรอาบน้ำชำระล้างร่างกายและเปลี่ยนเครื่องแต่งกายโดยทันที เมื่อกลับถึงที่พัก
แนวทางการปฏิบัติเป็นการเฉพาะ งานมงคลสมรส 1. ต้องปฏิบัติตามข้อ 2 โดยเคร่งครัด 2.ต้องจำกัดจำนวนคนรดน้ำสังข์ หรือผูกข้อมือให้น้อยที่สุด เช่น บิดามารดา ญาติผู้ใหญ่ หรือแขกผู้ใหญ่เท่านั้น และกรณีจัดงานในอาคารหรือห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศต้องจัดแถวเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลไม่น้อยกว่า 2 เมตร หรือกรณีจัดงานในพื้นที่โล่งต้องจัดแถวเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลไม่น้อยกว่า 1 เมตร 3.จำกัดจำนวนคนในพิธีแห่ขันหมาก 4.ให้งดการจัดงานเลี้ยงฉลองทุกประเภท
งานพิธีการศพ 1. ต้องปฏิบัติตามข้อ 2 โดยเคร่งครัด 2.ต้องลดจำนวนวันสวดพระอภิธรรมศพให้น้อยที่สุด และใช้เวลาสวดให้น้อยที่สุด 3.ต้องจัดอาสนะสงฆ์ ให้มีระยะห่างระหว่างกันไม่น้อยกว่า 1 เมตร 4.ต้องจัดเก้าอี้นั่งสำหรับแขกที่มาร่วมฟังสวดอภิธรรม หรือร่วมฌาปนกิจศพให้มีระยะห่างระหว่างกันไม่น้อยกว่า 1 เมตร 5.ต้องจำกัดจำนวนคนร่วมพิธีแห่ศพเวียนเมรุให้น้อยที่สุด และให้ตั้งแถวตอนลึก ต้องเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลไม่น้อยกว่า 1 เมตร 6.ต้องจัดแถวระยะห่างระหว่างผู้ขึ้นวางดอกไม้จันทน์ไม่น้อยกว่า 1 เมตร 7.ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายหากเป็นกรณีผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 8.ต้องปฏิบัติตามประกาศของสำนักจุฬาราชมนตรี หากเป็นกรณีศาสนาอิสลาม ส่วนศาสนาอื่นให้ปฏิบัติตามประกาศหรือคำแนะนำขององค์การศาสนานั้นๆ
เทศกาลประเพณีสงกรานต์ 1.ให้งดเว้นการจัดงานสงกรานต์ในทุกระดับ 2.หากต้องการรดน้ำขอพรญาติผู้ใหญ่ หรือแสดงความกตัญญูกตเวที หรือแสดงความปรารถนาดีต่อกัน เนื่องในโอกาสประเพณีสงกรานต์ ควรใช้การสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์ หรือช่องทาสื่อสังคมออนไลน์ 3.เพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์ ควรปฏิบัติเฉพาะภายในครอบครัวเท่านั้น โดยมีกิจกรรมดังนี้ สรงน้ำพระพุทธรูปที่บ้าน รดน้ำขอพรญาติผู้ใหญ่ที่บ้านโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของญาติผู้ใหญ่ที่สูงอายุ โดยสมาชิกในครอบครัวทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคระดับหมู่บ้าน
ข้อ 3 ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือหน่วยปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ระดับตำบล หมู่บ้าน และชุมชน ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง ใช้อำนาจหน้าที่ตามมาตรา 34(6) และมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 กำกับการปฏิบัติตามประกาศนี้โดยเคร่งครัดต่อไป
อนึ่ง การดำเนินการตามคำสั่งนี้เป็นไปตามพระราชกำหนดการบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จึงไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีการปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาทางปกครอง ตามมาตรา 16 ของพระราชกำหนดดังกล่าว ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 ประกาศ ณ วันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2563 ลงชื่อ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดเชียงใหม่