“ท้องถิ่น”คุมเข้มโควิด-19 มาตรการป้องกันแพร่ระบาด

0
258

            ด้วยปัจจุบันนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 มีแนวโน้มการแพร่ระบาดมากขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดเข้าสู่หมู่บ้าน ชุมชน ตลอดจนเพื่อป้องกันกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มที่ง่ายต่อการติดเชื้อที่อยู่ในหมู่บ้าน ชุมชน ทางกระทรวงมหาดไทยจึงได้กำหนดมาตรการป้องกัน และลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19 เข้าสู่หมู่บ้านและชุมชน

            ด้วยเหตุนี้ทางจังหวัดเชียงใหม่โดยนายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีหนังสือด่วนที่สุดถึงนายกเทศมนตรีทุกแห่งเพื่อแจ้งให้ทราบถึงมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงในทุกพื้นที่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบ ดำเนินการค้นหาและเฝ้าระวังคนในพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชน ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชิ้อไวรัสโคโรน่าหรือโควิด -19

            กล่าวคือมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อเข้าสู่หมู่บ้าน ชุมชน 1. การคัดกรองผู้มาจากพื้นที่เสี่ยงให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บูรณาการร่วมมือของบุคลากรในหมู่บ้าน ชุมชน ทุกภาคส่วนได้แก่ข้าราชการ สมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่อาศัยในหมู่บ้าน ชุมชน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล คณะกรรมการหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ร่วมกันค้นหาและคัดกรองว่ามีคนในหมู่บ้านที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเข้ามาอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ชุมชนหรือไม่ ดังนี้ ผู้ที่เดินทางกลับจากกรุงเทพฯจากต่างประเทศ จากประเทศเพื่อนบ้านหรือมีการเดินทางไปยังสถานที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดที่มีคนแออัดเบียดเสียดได้แก่ สนามมวย สนามกีฬา สนามม้า สนามชนโค สนามชนไก่ สถานบันเทิงหรือการไปร่วมกิจกรรมที่มีคนเข้าร่วมเป็นจำนวนมากตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคมเป็นต้นมา

            หรือผู้ที่อยู่ในระยะใกล้ชิดกับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 หรือไปร่วมอยู่ในสถานที่ที่มีผู้ป่วยติดเชื้อไปปรากฎตัว ซึ่งหมู่บ้านหรือชุมชนใดมีผู้เข้าข่ายดังกล่าว ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านจัดทำบัญชีรายชื่อเพื่อเฝ้าติดตามสังเกตอาการเป็นระยะเวลา 14 วัน นับแต่วันที่ผู้นั้นเดินทางไปยังสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด และให้ขอความร่วมมือผู้นั้นให้งดหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆนอกหมู่บ้าน ชุมชน ไว้ก่อนหรือพักอาศัยอยู่แต่ในบ้านเรือนเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วันและให้รายงานข้อมูลดังกล่าวให้เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อติดตามและเฝ้าระวังและให้ส่งข้อมูลให้อำเภอทราบเพื่อบันทึกข้อมูลเข้าระบบรายงาน

            2.มาตรการเฝ้าระวังโรคติดต่อภายในหมู่บ้าน ชุมชน เรื่องการแจ้งเตือนราษฎรในหมู่บ้าน ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในฐานะเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ แจ้งเจ้าบ้านหรือผู้ดูแลบ้านให้ปฏิบัติตามมาตรา31 (1)แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พศ.2558 ว่ากรณีมีผู้เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยเป็นโรคติดเชื้ออยู่ในบ้านให้รีบแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อโดยทันที และให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบ

            ในกรณีบุคคลที่เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ จากต่างประเทศ จากประเทศเพื่อนบ้าน หรือมีการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดที่คนแออัดเบียดเสียดตามข้อ 1 มีอาการป่วยให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบทันที เพื่อเข้ารับการรักษาและประเมินอาการว่าเข้าข่ายสงสัยว่าจะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19หรือไม่ หากเข้าข่ายสงสัยว่าจะติดเชื้อให้ดำเนินการตามมาตรการที่คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติกำหนด

            กรณีบุคคลที่เป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือไปร่วมอยู่ในสถานที่ที่ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019ไปปรากฏตัวตามข้อ 2.ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบทันที เพื่อดำเนินการตามมาตรการคัดกรอง แยกกัก กักกันหรือคุมไว้สังเกต ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติกำหนด

            กรณีมีคนในหมู่บ้าน ชุมชน ได่รับการยืนยันว่าเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดำเนินการกับผู้ที่อยู่ในระยะใกล้ชิดกับผู้ป่วยตามแนวทางในข้อ2.3 และให้แจ้งเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลเข้าไปดำเนินการทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นที่ที่ผู้ติดเชื้อไปทำกิจกรรมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อโดยเร็ว

            3.การป้องกันและเฝ้าระวังกลุ่มผู้สูงอายุในหมู่บ้าน ชุมชน ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม) ให้คำแนะนำแก่ผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรังในหมู่บ้าน ชุมชน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 ได้ง่าย ให้หลีกเลี่ยงการพบปะ และสัมผัสกับบุคลลที่เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ จากต่างประเทศ จากประเทศเพื่อนบ้าน หรือมีการเดินทางไปยังสถานที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดที่มีคนแออัดเบียดเสียด และบุคคลที่เป็นผู้ที่อยู่ในระยะใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 หรือไปร่วมอยู่ในสถานที่ที่ผู้ป่วยติดเชื้อไปปรากฏตัวที่อยู่ในช่วงระยะเวลาเฝ้าระวังสังเกตอาการ 14 วัน รวมทั้งงดกิจกรรมนอกบ้านและงดการไปในที่ชุมชน

            4.ในกรณีของชุมชนในเขตเทศบาลที่ไม่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้นายอำเภอแจ้งประสานงานกับเทศบาลในพื้นที่รับผิดชอบ ให้แจ้งประธานกรรมการชุมชนและคณะกรรมการชุมชนดำเนินการเช่นเดียวกัน และข้อ 5.ในกรณีที่หมู่บ้านหรือชุมชน โดยปรากฏว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 หากผู้ว่าราชการจังหวัดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดได้พิจารณาใช้อำนาจตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติรีคติดต่อแห่งชาติ พศ.2558 ในการปิดการเข้า-ออกหมู่บ้าน ชุมชนนั้นไว้เป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อไปยังสถานที่ต่างๆหรือดำเนินการอื่นใด ให้รายงานไปยังที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่เพื่อจะได้รายงานกระทรวงมหาดไทยต่อไป

            นี่คือมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ ที่ทางจังหวัดเชียงใหม่ขอความร่วมมือไปยังทุกองค์กรในท้องถิ่น เพื่อร่วมด้วยช่วยกัน “หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนายังจังหวัดเชียงใหม่ ก็ควรจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เข้าไปดำเนินการเพื่อตัวของท่านเอง ทำได้เช่นนี้ ไวรัสโคโรน่า2019 หรือ โควิด-19 ก็จะหายไปในที่สุด