ล็อคดาวน์ทำเจ๊ง 2 พันล. ร้านอาหารบันเทิงเชียงใหม่ระทม เซ้งกันเป็นแถวปลดล็อคยังไม่ชัด

0
505

นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ เผย จากมาตรการล็อคดาวน์ ปิดสถานที่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นการชั่วคราว ช่วงเดือนกว่า ส่งผลให้ร้านอาหารทั่วเชียงใหม่ 1.2 หมื่นกว่าร้านค้า สูญรายได้ไป 2 พันกว่าล้านบาท เบื้องต้นขณะนี้พบว่าร้านอาหารขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ปิดป้ายประกาศเซ้งกิจการแล้วบางส่วน ส่วนข่าวที่จะมีการปลดล็อคดาวน์จังหวัดเชียงใหม่ประมาณกลางเดือนพ.ค.นี้ก็ยังไม่ชัดเจน ชี้หากกลับมาเปิดให้บริการตามเดิมต้องมีระยะเวลาในการปรับตัวเตรียมพร้อมทั้งพนักงานที่หยุดยาวและเงินทุนในการบริหารจัดการใหม่ ถึงแม้บางร้านปรับตัวขายแบบเดลิเวอร์รี่ส่งถึงบ้านและห่อกลับบ้านแต่ยอดขายได้เพียงหยิบมือเท่านั้น ขณะที่คาดหวังหากเปิดให้บริการ ยอดขายเพียงครึ่งหนึ่งจากปกติก็พอใจแล้ว

หลังจากที่จังหวัดเชียงใหม่ ออกมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อโควิด-19 อาศัยมาตรการ 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อพ.ศ.2558ให้ปิดสถานที่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม-1 เมษายน 2563 ได้แก่ สถานบริการตามพรบ.สถานบริการ พ.ศ.2509 แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบัน และสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายสถานบริการ , สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ทั้งร้านสปา ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ร้านนวด เพื่อเสริมความงาม , ร้านคาราโอเกะ , ร้านเกมส์ , ฟิตเนส , โรงละคร, โรงภาพยนตร์โซนเครื่องเล่นเด็กในห้างสรรพสินค้า , ตลาดถนนคนเดิน และให้ปิดสถานที่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ได้แก่ สนามมวย สนามม้า และสนามชนไก่

นายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ เปิดเผยว่า โดยทางร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่นั้นได้ปิดสถานที่ไปตั้งแต่ วันที่ 18 มีนาคม 2563 แล้ว ซึ่งรับผลกระทบค่อนข้างมากนับจากที่ปิดร้านอาหารและสถานบันเทิงมาเกือบเดือนกว่า ปัจจุบันร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่มีจำนวน 12,800 ร้านค้า รวมร้านขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ตั้งแต่ร้านข้าวแกงไปจนถึง สวนอาหาร ภัตตาคาร อ้างอิงจากเว็บไซต์ Wongnai (วงใน) ขณะที่บุคลากรที่เกี่ยวข้องทางธุรกิจร้านอาหารจำนวน 65,000 คน รายได้ที่ขาดหายไปต่อวันเฉลี่ยร้านละ 5,000 บาท รวมแล้วร้านอาหารทั้งหมดที่ขาดรายได้ไปทั้งหมดต่อวันคือ 65 ล้านบาท 1 เดือนก็เฉลี่ย 2,000 กว่าล้านบาท นี่คือตัวเลขความเสียหายทางธุรกิจร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่

นายธนิต กล่าวว่า สำหรับความเคลื่อนไหวในส่วนของร้านอาหารที่พบในขณะนี้คือมีบางร้านติดประกาศเซ้งกิจการไปแล้วโดยเฉพาะร้านอาหารขนาดกลางไปจนถึงใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามร้านอาหารขนาดเล็กยังคงประคองธุรกิจไปก่อนเนื่องจากต้นทุนไม่ได้มากเหมือนร้านอาหารขนาดใหญ่ ขณะที่เรื่องของข่าวการประกาศปลดล็อคดาวน์ในจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มลดลงนั้น เชียงใหม่เองตามข่าวระบุว่าอาจจะยกเลิกภายในกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ก็ยังไม่มีความชัดเจนแต่อย่างใด สุดท้ายต้องฟังจากภาครัฐอย่างเดียวเท่านั้น
“ถ้าหากมีคำสั่งปลดล็อคดาวน์ร้านอาหารและสถานบันเทิงกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งนั้นก็ต้องมาพิจารณาแบ่งเป็น
ร้านอาหารขนาดกลางและขนาดใหญ่ต้องมีเวลาในการปรับตัวเตรียมพร้อมเปิด ทั้งบุคลากรในการดำเนินงานที่ก่อนหน้านี้แยกย้ายกันไปอยู่ตามภูมิลำเนาตนเอง อีกส่วนคือในเรื่องของเงินลงทุน ที่ผ่านมาร้านอาหารขนาดกลางขนาดใหญ่ต้องมีการแบ่งเงินชดเชยให้กับพนักงาน แต่ในส่วนของร้านอาหารขนาดเล็กก็น่าจะเปิดให้บริการได้เลย เนื่องจากทุกวันนี้ก็เปิดให้บริการห่ออกลับบ้านอยู่แล้วจึงน่าจะพร้อมเปิดได้หากมีคำสั่งปลดล็อคดาวน์”นายธนิต กล่าวและว่า

ที่ผ่านมามีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้ทางสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ เป็นคณะกรรมการในทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลกระทบทางธุรกิจ เรื่องของการผ่อนปรนในส่วนแรงงานต่างๆ ทั้งนี้มาตรการเยียวยาต่างๆ ภาครัฐได้ออกมาตรการในภาพรวมอยู่แล้ว เช่น เงินเยียวยาให้กับแรงงานที่อยู่ในระบบ ที่เหลือก็ไม่ได้มีมาตรการใดๆ เลยที่จะมาช่วยภาคธุรกิจอย่างจริงจัง มีเฉพาะในเรื่องของการออกมาตรฐานความปลอดภัยของร้านอาหารเท่านั้น สุดท้ายผู้ประกอบการก็ต้องดิ้นรนด้วยตัวเองอยู่ดี
นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า หลังจากที่เกิดวิกฤติขึ้นมาทางร้านอาหารหลายๆ ร้านก็ต้องปรับตัว เช่นเปิดให้บริการเดลิเวอร์รี่สั่งอาหารจากทางร้านไปทานที่บ้าน ซึ่งบางเมนูก็ลดราคาเกือบ 50% เลยทีเดียว ทั้งนี้ก็เพื่อนำเงินส่วนหนึ่งมาจุนเจือพนักงานบางส่วนให้มีรายได้ จากที่ถามร้านค้าหลายร้านเชื่อว่ายอดขายน่าจะเพิ่มขึ้นแต่กลับเป็นว่ายอดลดลงเยอะทีเดียว ลูกค้าจากที่มาทานที่ร้านสั่งหลายเมนูก็สั่งไปทานบ้านเพียง 1 เมนูเท่านั้น ไม่มีร้านไหนขายดีเหมือนเดิมเลยสักร้าน อย่างร้านกู๊ดวิว ออลเดย์ที่ตนเองเป็นเจ้าของอยู่นั้นก็มียอดขายลดลงถึง 95% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ ซึ่งหากมีการเปิดให้บริการตามปกติดังเดิมในระยะเวลาอันใกล้นี้ เราหวังยอดขายเพียงครึ่งหนึ่งจากปกติก็เป็นที่พอใจแล้ว