ม.แม่โจ้มอบเจล ช่วยรพ.สู้โควิดฯ

0
225

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์ ผลงานจากบุคลากรและนักศึกษา มอบให้กับจังหวัดเชียงใหม่ นำไปสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19
เมื่อวันที่ผ่านมา รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงาน และเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันนำเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ขนาด 50 มิลลิลิตร จำนวน 10,000 หลอด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากผลงานวิจัยของบุคลากรและนักศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ มอบให้กับ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำไปให้บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ ใช้ประโยชน์ในการป้องกันการติดเชื้อ และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด -19 ในขณะปฏิบัติหน้าที่

รองศาสตราจารย์ ดร. วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ที่บุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานต่างๆ ต้องต่อสู้มาเป็นระยะเวลานาน และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะยุติลงได้ง่ายๆ ซึ่งในขณะนี้หลายภาคส่วนต่างออกมาผนึกกำลังช่วยกันจัดหา และส่งมอบสิ่งของช่วยเหลือทุกรูปแบบให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อนำไปใช้ต่อสู้กับเชื้อไวรัสดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ ชุดตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 หน้ากากอนามัย เสื้อกราวด์ น้ำ อาหาร และสิ่งของจำเป็นอีกมากมาย โดยเฉพาะเจลแอลกอฮอล์ หรือ แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อชนิดเจลสำหรับล้างมือ ที่นับเป็นสิ่งของสำคัญและจำเป็นอย่างมากที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ และหน่วยงานต่างๆ ยังคงขาดแคลนและมีความต้องการอีกเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ บุคลากรและนักศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ร่วมกันทำผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์ใส่บรรจุภัณฑ์ ขนาด 50 มิลลิลิตร ซึ่งมีขนาดเล็ก ใช้งานง่าย เก็บรักษาง่าย และเหมาะแก่การพกพา นำไปช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยในรอบแรกนี้ ได้ทำการผลิตและส่งมอบให้กับหน่วยงานต่างๆ แล้ว 10,000 หลอด และจะยังดำเนินการผลิตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้แล้ว ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ยังได้คิดค้นวิจัยและผลิตหน้ากากอนามัยจากผ้านาโน เพื่อที่จะนำไปให้บุคลากรทางการแพทย์ตามโรงพยาบาลและหน่วยงานต่างๆ ได้ใช้ ซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันการติดเชื้อได้ดี อีกทั้งยังสามารถนำไปซักแล้วใช้ต่อได้ถึง 9 ครั้ง ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย โดยในเบื้องต้นได้ตั้งเป้าผลิตให้ได้อย่างน้อย 2,000 ชิ้น