‘เชียงใหม่โมเดล’ ปลดล็อกเร็ว..ทุกคนรอด

0
368

ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ส่งผลกระทบโดยตรงกับทุกมิติ ทุกภาคส่วนทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของเมืองที่ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลักอย่างเช่นจังหวัดเชียงใหม่

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการ นักธุรกิจชั้นนำ และตัวแทนหลายภาคส่วนในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมวงเสวนาในหัวข้อ “ร่วมหาทางออก คลายล็อกดาวน์เชียงใหม่” ณ โรงแรมรอยัลเพนนินซูล่า เชียงใหม่ โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนา ได้แก่ ดร.วัชระ ตันตรานนท์ ประธานกลุ่ม วี กรุ๊ป (อดีตวุฒิสมาชิก) ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ ประธานเชียงใหม่พัฒนาเมือง นายพรชัย จิตรนวเสถียร อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่ 4.นางอรชร จันทร์วิวัฒนา ผอ.อาวุโส กลุ่มงานปฏิบัติการสาขาเขตภาคเหนือ บ.เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) นายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ และนางอุบลนัดดา สุภาวรรณ กก.ผจก.ไทยนิวส์รายวัน ดำเนินการเสวนาโดย ผศ.บงกช สุทัศน์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยอธิการบดี ม.นอร์ท-เชียงใหม่ และน.ส.เยาวนา อาทิตย์ธรรม จากดนตรีสีสัน

ผศ.บงกช สุทัศน์ ณ อยุธยา นำสู่การเสวนา โดยกล่าวว่าการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มาถึงวันนี้ ทุกฝ่ายต่างก็อยากเห็นว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองอยู่ได้ ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ ภาคเอกชนประสบปัญหาอย่างไร เชียงใหม่เคยเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ของโลก วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป เห็นชาวดอยแลกข้าวกับปลาเป็นความคิดของภาคประชาชน เช่นเดียวกับการเสวนาครั้งนี้ ภาคประชาชนจะเสนอรัฐ เพื่อคลายล็อกดาวน์อย่างไร ที่จะไม่ทำให้มีปัญหา

ดร.วัชระ ตันตรานนท์ กล่าวว่า ทำธุรกิจมากว่า 50 ปี วิกฤตครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ที่เคยประสบ เป็นครั้งร้ายแรงที่สุดในระดับโลก ตนอยู่ทั้งในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การศึกษา โรงแรมและร้านอาหาร รับผลกระทบรุนแรงที่สุดทั้งหมด โรงแรมต้องปิด 3 เดือนผู้ประกอบการไม่ได้อะไร ยังดีพนักงานมีประกันสังคมได้รับรายได้ 62% สูงสุดคนละ 9 พันบาท ด้านการศึกษา ผู้ปกครองจะหาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าเทอม อสังหาฯ เดิมก็มี ต่างประเทศเกิดวิกฤตแบบนี้ใครจะมีเงินมาซื้อ ร้านก๋วยเตี๋ยวจะอยู่รอดอย่างไร รัฐต้องดูแลไปอีกหลายปี คาดว่าโควิดไปแล้วธุรกิจต่างๆ จะลดลงเหลือร้อยละ 30 เท่านั้น

“ผมอยากให้เชียงใหม่เป็นโมเดลของประเทศ ด้านการแพทย์เรามีคณะแพทยศาสตร์ มีโรงพยาบาลดีๆ อย่างนครพิงค์ สันทราย สันกำแพง รักษาคนหายแล้วเหลือแค่ 8 คน ถ้าเปิดจังหวัดจะเปิดอย่างไรเป็นเชิงรุก จะสแกนอย่างไร เราสามารถตรวจผู้ติดเชื้อได้ ภาคธุรกิจมีประกันสังคมทุกโรงแรมพร้อมอยู่แล้ว ขอเสนอให้เป็นโมเดลแรก สถานที่ใดตรวจแล้วมีใบรับรองก็เปิดกิจการได้”

ดร.วัชระ กล่าวอีกว่า ควรจะต้องเร่งคลายล็อกเพื่อให้เชียงใหม่ฟื้นตัวเร็วที่สุด เริ่มต้นเรื่องพื้นฐานที่เสี่ยงน้อยก่อน การท่องเที่ยวก็ทำได้ภายใน ต่อไปค่อยขยายไปในภูมิภาคใกล้เคียง ขอเสนอให้พิจารณาง่ายที่สุดอะไรทำได้ก่อนเปิดร้าน กิจการได้ เชียงใหม่จะเป็นโมเดล และจะทำให้ฟื้นตัวเร็วในปี 2564”

ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ เห็นว่าโรคนี้ก่อความหายนะกับโลกมากมาย แต่มีธุรกิจดาวรุ่งเพียงด้านสุขภาพเท่านั้น ด้านเกษตรก็น่าจะดี แต่ส่งออกไม่ดี ชาวดอยส่งผักมาช่วยคนพื้นเมือง การท่องเที่ยวกระทบหนัก ร้านอาหารสถานบันเทิงรับผลกระทบเต็มๆ เหตุการณ์นี้จะนานแค่ไหน ถ้าถึงปลายปีจะอยู่อย่างไร เราต้องฟังหมอเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดสูง แต่ปากท้องก็เป็นปัญหา มีคนฆ่าตัวตายทุกวัน ร้านรวงต่างปิดหมด จะช่วยกันอย่างไรเป็นเรื่องน่าห่วง หอการค้าไทยระบุว่าธุรกิจความเสี่ยงสูงให้เปิดทีหลังสุด เสี่ยงน้อยควรเปิดก่อน แต่ต้องไม่เสี่ยงแพร่โรค เราต้องมี new normal วิถีชีวิตต้องเปลี่ยนไป ธุรกิจต่อไปนี้จะอยู่ได้ด้วยเงินกู้ 80% ต้องผิดนัดชำระหนี้ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องร่วมกันช่วยเหลือกัน ที่ผ่านมาเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาแจกเงินที่หน้ามีโชคพลาซา คนตื่นมารับมากกว่าอาหาร ตนตื้นตันใจมาก

“ถ้าปลดล็อกแล้วปลอดภัย เชียงใหม่ไม่มีผู้ป่วยเพิ่มมากว่า 20 วันแล้ว ดังนั้น อยู่บ้านช่วยชาติ ออกบ้านอย่าประมาท เราไม่หยุดต้องค้าขายกับคนไม่มีเชื้อ นศ.ก็ต้องออกจากหอไม่ประมาท สรุปว่า ถ้าจะเปิดล็อกทุกคนมีมาตรฐานการป้องกัน ไม่ประมาท เราทำได้ เราใช้ชีวิตนอกบ้านได้ แต่ไม่ประมาท” ดร.ณรงค์ย้ำ

นายพรชัย จิตรนวเสถียร ระบุว่าผลกระทบจากการระบาดไวรัสโควิด-19 ทุกกลุ่มอาชีพทุกธุรกิจกระทบหมด 100% มีข้าราชการเท่านั้นที่ไม่ได้รับผลกระทบ ถามว่าถ้าคลายล็อกเราพร้อมกันหรือยัง เชียงใหม่ปลอดติดเชื้อมาหลายสัปดาห์ ถ้าตนเป็นผู้บริหารเมืองเชียงใหม่ พร้อมจะปลดล็อกให้ทำธุรกิจซื้อมาขายไป เปิดการเดินทางข้ามไปมาได้ แล้วค่อยๆ เคลื่อนขึ้นไปต่างจังหวัดและภูมิภาคใกล้เคียง เมืองไทยและเชียงใหม่เป็นเมืองน่าอยู่น่าลงทุน ถ้าเราปล่อยให้คนอดตายมากจะยิ่งลำบาก

ประเด็นคือ เราจะคลายล็อกอย่างไร ผลกระทบจะเกิดอะไร เปิดแล้วจะเหมือนเดิมไหม ห้างเซ็นทรัลก็ปิด โรงแรมก็ปิด ผู้ประกอบการอยู่ไม่ได้ เกษตรกรก็ขายผลผลิตไม่ได้ เราจึงเห็นว่ามาคลายล็อกเชียงใหม่กันก่อนไหม ร้านก๋วยเตี๋ยวเปิดได้ ธุรกิจต่างๆ เปิดได้ อย่าหวังคนต่างเมืองมา เราช่วยกันซื้อช่วยกันขาย การตรวจตราคนเข้าเมืองก็ต้องเข้มงวดเหมือนเดิมในระยะแรก ตามข่าวว่าให้เปิดตลาดร้านค้า 4 พฤษภาคม ตนเห็นว่าตลาดนัดชาวบ้านก็ควรเปิด ร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นให้คนได้ทำงาน มีรายได้ ไม่ให้หิวรอข้าวมา 3 วันยังไม่ได้กิน

นายพรชัย กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือถึง ผวจ.เชียงใหม่และรองนายกรัฐมนตรีเรื่องแบงก์ชาติจะช่วยผู้ประกอบการอย่างไร ประกันสังคมจะช่วยอย่างไร เชียงใหม่ปฏิบัติตาม social distancing มาแล้วจะปรับมาตรฐานอย่างไรให้ถ้าร้านนวดสปาจะเปิด โดยรวมแล้วทุกกิจการก็ต้องมีมาตรฐาน เชียงใหม่ก็มีบุคลากรการแพทย์ที่ดี มีจุดเด่นที่สุด การลงทุนที่นี่ก็อันดับ 1 ถ้าคนไทยไม่มีรายได้ ก็จะกระทบกันหมด แล้วเราจะเหลืออะไร

ด้าน นายธนิต ชุมแสง กล่าวว่า เชียงใหม่มีร้านอาหาร 12,800 แห่ง ทั้งเล็กใหญ่กลาง ตั้งแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว ภัตตาคาร จนถึงร้านกาแฟ จำนวนพนักงาน 7 หมื่นคน มูลค่าค้าขาย 65 ล้านบาท/วัน เดือนละ 2 พันล้าน ปีละ 2 หมื่นกว่าล้านบาท เป็นกลไกให้ธุรกิจการท่องเที่ยวเชียงใหม่เติบโต เมื่อรัฐสั่งปิด 18 มีนาคม 63 เราก็ร่วมมือ แม้จะเปิดลมหายใจเล็กๆ ให้ซื้อกลับบ้านได้ แต่ลูกค้าหายไป 80-90% เราอยากให้รัฐพิจารณาให้ธุรกิจร้านอาหารที่ทำตามมาตรฐานเข้มข้นเปิดได้ ทุกร้านก็พร้อมจะทำ เราจะบริหารบนความเสี่ยงให้ได้ และยินดีร่วมมือกับคณะแพทย์เพื่อป้องกันโควิด-19

ทั้งนี้ ร้านอาหารถ้าจะเปิดต้องมีมาตรการ 3 เรื่อง คือ 1.จัดการสิ่งแวดล้อมภายในร้าน ตั้งโต๊ะเก้าอี้เว้นระยะห่าง ร้านก๋วยเตี๋ยวมีแผงกั้น ทำความสะอาดพื้น ลูกบิด จุดคัดแยกขยะ 2.จัดระบบลูกค้าต้องจองมา ที่นั่งไม่พอ คนมานั่งต้องลงชื่อ เบอร์โทร มีกล้องวงจรปิดจับภาพ มีเจล เว้นระยะห่าง เมนูเขียนติดฝาผนัง มือถือสแกนคิวอาร์โค้ดสั่งอาหาร จ่ายเงินแบบแคชเปย์เม้นท์ 3.มาตรการส่วนบุคคล พนักงานต้องตรวจวัดไข้ 3 เวลา สวมหน้ากาก มีผ้ากันเปื้อน แยกทานข้าว เป็นต้น ถ้าทุกร้านทำได้ก็จะเป็นมาตรฐาน ร้านใดไม่ร่วมมือเกิดระบาดโรคก็อยู่ไม่ได้

นางอรชร จันทร์วิวัฒนา กล่าวว่า การป้องกันโรคระบาด ทำให้ลูกค้าไม่สามารถมาได้ ร้านตัดผมเปิดไม่ได้ ร้านไอทีก็ Work from Home แต่ร้านไอทีมีลูกค้าต้องใช้งาน บริษัทเซ็นทรัลฯ จึงคิดวิธีการปรับเซอร์วิสแบบ new normal ไดร์ฟทรูเข้ามาไม่ต้องเดิน แม้สั่งอาหาร ของก็มีจุด pick up point ผ่าน delivery man ได้ มีระบบ call one click สั่งสินค้าได้หลากหลาย เป็นแนวทางที่มีการปรับเปลี่ยนใหม่

“เรามี 5 มาตรการ ให้ร้านค้ากลุ่มธุรกิจประกอบการได้ คือ 1. มีการคัดกรองทุกคนที่เข้ามา แม้แต่ rider man มีเจล มีจุดจุดปิคอัพพอยท์ ทิ้งระยะห่าง 2.ในศูนย์การค้าก็ต้องจำกัดคนเข้า 1 คน/ 5 ตร.ม. ร้านค้าหนึ่งก็เข้าได้ไม่เกิน 20 คน ทำ face shield ต่างๆ ไม่ให้ลูกค้ามาสัมผัสกันมาก 3.เซฟตี้บุคลากร เรามีพนักงานกว่าพันคน มีการตรวจสุขภาพ ใช้พาหนะอย่างไร บ้านอยู่ที่ไหนตรวจสอบย้อนหลังไป 14 วัน วัดอุณหภูมิทุกวัน 4.ทำความสะอาดทุก 30 นาที เน้นจุดใดลูกค้าสัมผัส ประตูลิฟท์มีพนักงานคอยเปิด ใช้ e-payment แทนเงินสด มาตรการแบบนี้จะป้องกันได้ ร้านค้าอื่นๆ ก็สามารถนำไปใช้ได้เลย และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนปลอดภัยจากไวรัสโควิด-19 ด้วย” ผอ.อาวุโสเซ็นทรัลพัฒนากล่าว

ทางด้าน นางอุบลนัดดา (ลิ้มจรูญ) สุภาวรรณ ผู้ประสานการเสวนากล่าวว่า เพราะทุกท่านอยากเห็นการคลายล็อก เพื่อทำมาหากิน ผู้ป่วยก็นิ่งมากแล้ว ถ้าเปิดก็ควรเน้นที่รากหญ้าก่อน ให้ได้ทำงาน-ซื้อขายก็จะช่วยได้ อีกเรื่องด้านข่าวสาร ขอให้รัฐสร้างความชัดเจน ทุกวันมีแต่ข่าวปลอมมากลือต่างๆ นานา มีแต่คนถามอันนั้นจริงไหมอันนี้ใช่ไหม มาตรการอีกอย่างคือรัฐบาลจะทำอะไรขอให้ชี้แจงให้ชัดเจน และควรจะคลี่คลายปลดล็อกดาวน์ให้เหมาะสมโดยเร็ว

ผศ.บงกช สุทัศน์ ณ อยุธยา กล่าวว่า เห็นคนไปรับเงินแจกที่ข่วงประตูท่าแพแล้ว สะเทือนใจ เหมือนเราพิการ ทั้งที่เราไม่ต้องการความสงสาร แต่ต้องการช่วยตนเอง ขณะนี้ทุกคนพร้อมแล้ว และพร้อมช่วยสังคม เพื่อให้จังหวัดเชียงใหม่เดินไปได้

น.ส.เยาวนา อาทิตย์ธรรม กล่าวเสริมว่า หลังโควิด-19 สงบแล้ว เราจะอยู่อย่างไร เชียงใหม่ต้องทิ้งระยะห่าง ใช้มาตรฐานเข้มงวดเข้มแข็ง เชียงใหม่จะต้องเป็นโมเดล เราเริ่มต้นก่อนก็จะได้เห็นความสำเร็จไว หวังว่าการคลายล็อกจะเกิดขึ้นเร็ววัน และท้ายสุด นายพรชัย จิตรนวเสถียร กล่าวว่า จากวิกฤตโควิด-19 ตนเปิดโครงการ “ฮักกั๋นปั๋นกั๋นกิน” นำของยังชีพมอบแก่ชุมชนในเขตเมือง นำเงินจากผู้บริจาค เช่น เซ็นทรัลฯ ให้มา 4 แสนบาท นำไปซื้อพืชผลเกษตรของพี่น้องชาวดอยอินทนนท์มาแจก จัดทำ 3 พันชุด ตอนนี้แจกไปแล้ว 1,300 ชุด เพื่อที่เราจะอยู่รอดไปด้วยกันได้.