“ทต.สันผักหวาน”ช่วยชาวบ้าน แจกเงินผู้ได้รับผลกระทบโควิด

0
268

            เทศบาลตำบลสันผักหวานให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่า2019 หรือโควิด-19 แจกเงิน 1 พันบาทต่อครอบครัวต้องผ่านการคัดกรองจากคณะอนุกรรมการฯ ถือเป็นการบรรเทาเบื้องต้นในช่วงที่ประชาชนเดือดร้อน

            นายณรงค์ ปะมาละ นายกเทศมนตรีตำบลสันผักหวาน อ.หางดง เชียงใหม่ เปิดเผยว่าเป็นที่ทราบกันดีว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19ได้กระจายไปทั่วโลกและประเทศไทยโดยกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้โรคนี้เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 เนื่องจากมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสฯและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการยับยั้งการแพร่ระบาดภายในประเทศรัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักรซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันการแพร่ระบาด

            “จังหวัดเชียงใหม่โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ก็มีคำสั่งที่20/2563เรื่องปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 ส่งผลให้ประชาชนประสบปัญหาความเดือดร้อนจากมาตรการของทางภาครัฐไม่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุขในสังคมขณะนี้ ดังนั้นทางเทศบาลตำบลสันผักหวานซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นจึงมีโครงการแจกเงินให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019เป็นจำนวนเงิน 1 พันบาทต่อครอบครัว ซึ่งผู้ที่ขอรับการช่วยเหลือแต่ละครอบครัวนั้นต้องการการพิจารณาคัดกรองจากคณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือฯก่อน”

            ทั้งนี้เทศบาลตำบลสันผักหวานอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่14 พ.ศ.2562 มาตรา50 ข้อ4 พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 (10) การสังคมสงเคราะห์และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชราและผู้ด้อยโอกาส ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชานตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2560 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ.2561 ข้อ3 ข้อ9 ข้อ12ข้อ16 (2) และข้อ20 ประกอบกับหนังสือด่วนที่สุดที่ ชม 0023.3/ว12763 ลงวันที่16 เมษษยน พศ.2563เรื่องซักซ้อมแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตและหนังสือด่วนที่สุดที่ ชม 0023.3/ว13977 ลงวันที่ 28 เมษษยน พ.ศ.2563เรื่องซักซ้อมแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต

            นายณรงค์ กล่าวต่อว่าสำหรับหลักเกณฑ์ผู้ที่ขอรับความช่วยเหลือประกอบด้วยมีสัญชาติไทย มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเทศบาลตำบลสันผักหวาน ผู้ยื่นลงทะเบียนต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานในสังกัดหน่วยงานรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ไม่เป็นผู้ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตามมาตรการให้ความช่วยเหลืออื่นใดจากภาครัฐ อาทิเช่นประกันสังคมมาตรา33 สิทธิจากโครงการเราไม่ทิ้งกัน (5พันบาท) เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 กล่าวคือเป็นแรงงาน ลูกจ้างหรือผู้ประกอบการอิสระ เป็นผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากมาตรการป้องกันฯทำให้ต้องหยุดกิจการหรือไม่สามารถประกอบกิจการได้ส่งผลให้ขาดรายได้หรือรายได้ลดลง เป็นพนักงานหรือลูกจ้างในสถานประกอบการซึ่งถูกเลิกจ้าง ถูกพักงานหรือลดเวลาการทำงาน เป็นผู้มีฐานะยากจน ทุพพลภาพ ผู้ด้อยโอกาสประกอบอาชีพด้วยความยากลำบากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อฯ

            ทั้งนี้ผู้ที่มีความประสงค์จะขอความช่วยเหลือดังกล่าวให้มายื่นและลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่12-16 พ.ค.63 ต่อเจ้าหน้าที่ที่ออกไปบริการรับลงทะเบียนทั้ง 7 หมู่บ้าน หรือที่ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนเทศบาลตำบลสันผักหวาน โดยจะต้องมีเอกสารประกอบการลงทะเบียนเช่น สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านพร้อมสำเนา สำเนาหน้าบัญชีธนาคารเงินฝากทุกธนาคาร ตลอดจนเอกสารอื่นๆซึ่งใช้ยืนยันรับรองการประกอบอาชีพนั้นๆที่ได้รับผบกระทบ

            นายกเทศมนตรีตำบลสันผักหวาน กล่าวอีกว่าเมื่อได้จำนวนผู้มาลงทะเบียนขอรับการช่วยเหลือ ก็จะนำรายชื่อเหล่านั้นมอบให้กับคณะอนุกรรมการในระดับหมู่บ้านพิจารณาซึ่งคณะกรรมการประกอบด้วย ผู้นำหมู่บ้าน ประธานแม่บ้าน ประธาน อสม. ร่วมกันพิจารณากลั่นกรองว่าผู้มาขอรับการช่วยเหลือดังกล่าวมีคุณสมบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่ได้ประกาศหรือไม่ เมื่อคัดกรองเรียบร้อยแล้วก็จะนำรายชื่อเหล่านั้นให้คณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือประชาชนตำบลสันผักหวานพิจารณาเห็นชอบและประกาศให้ความช่วยเหลือโดยทางเทศบาลตำบลสันผักหวานจะโอนเงินให้ผู้ที่ผ่านการคัดกรองครอบครัวละ 1 พันบาทต่อไป ซึ่งเงินจำนวนนี้ก็เป็นเงินที่มาจากภาษีประชาชน เมื่อประชาชนเดือดร้อนเราก็ต้องให้ความช่วยเหลือ นายณรงค์ กล่าวในที่สุด.

                                                                                    ชาติ ทุ่งเสี้ยว/ รายงาน