ขาช้อปเฮ! ห้างเปิดแล้ว

0
319

สิ้นสุดการรอคอย คลอดมาตรการผ่อนปรนระยะ 2 ห้างสรรพสินค้าเปิดได้แล้ว 17 พ.ค.63 เป็นต้นไป ขาช้อปได้เฮ เชียงใหม่เริ่มคึกคัก พ่อเมืองฯ พาคณะตรวจห้างใหญ่กลางเมือง สร้างความมั่นใจ “เซ็นทรัลพัฒนา” ประกาศมาตรการเชิงรุก “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” จับมือร้านค้าสร้างต้นแบบการใช้ชีวิตแบบ New Normal

เมื่อวันที่ผ่านมา นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ , นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ , พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ,ทหาร,ฝ่ายปกครอง,สาธารณสุขจังหวัด เข้าเยี่ยมชมศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนมาตรการผ่อนปรน โดยมี นางอรชร จันทร์วิวัฒนา ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มงานปฎิบัติการสาขาเขตภาคเหนือ และคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับ หลังจากที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศ.บ.ค. ซึ่งมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในการประชุม โดยมีมติอนุญาตให้สามารถเปิดห้างสรรพสินค้าได้พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 17 พฤษภาคม นี้ แต่เปิดได้ไม่เกินเวลา 20.00 น. และต้องยึดมาตรการการตรวจคัดกรอง การจัดระเบียบของผู้ใช้บริการ และการรักษาความสะอาดต่างๆ ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

จากการตรวจสอบ พบว่า ได้มีการวางมาตรการและปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามที่ได้ตกลงไว้กับทางสำนักงานสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด มีขั้นตอนการตรวจคัดกรองหลายชั้น เริ่มตั้งแต่บริเวณประตูทางเข้า-ออก ต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายจากเครื่องสแกนอุณหภูมิ พร้อมจัดพนักงานตรวจวัดไข้ซ้ำอีกครั้ง รวมถึงให้ล้างมือด้วยเจลล์แอลกอฮอล์ก่อนเข้าภายในห้างทุกครั้ง ขณะที่แต่ละร้านค้าภายในห้าง ก็มีการตรวจคัดกรองประจำร้านของตนเองอีกรอบหนึ่ง พร้อมกันนี้ ได้จัดระยะห่างการเดินห้าง ที่ต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 – 2 เมตร เช่นเดียวกับการใช้บันไดเลื่อนจะต้องเว้นระยะห่างบนขั้นบันไดจากคนข้างหน้าอย่างน้อย 2 ขั้น ด้านการจำหน่ายสินค้าและให้บริการต่างๆ จะต้องหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน โดยทุกครั้งที่มีการใช้สิ่งของต่างๆเสร็จแล้ว จะต้องผ่านระบบการฆ่าเชื้อและทำความสะอาดทุกครั้ง นอกจากนี้ ในการชำระค่าสินค้า ทางห้างสรรพสินค้าจะนำเทคโนโลยี การชำระเงินผ่านทางแอพลิเคชั่น แทนการใช้ธนบัตรและเหรียญมากขึ้น เพื่อลดการสัมผัสสิ่งของต่างๆ ให้มากที่สุด
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบความพร้อมในภาพรวมของห้างสรรพสินค้าในครั้งนี้ ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ทางห้างสรรพสินค้าได้ปฏิบัติตามแนวทางและมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายเข้มงวดในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ต่อไปอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะมาตรฐานตามที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ ทั้งการเว้นระยะห่างของผู้มาใช้บริการ การตรวจคัดกรอง การล้างมือ และการรักษาความสะอาด ซึ่งหลังจากนี้ จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบมาตรฐานต่างๆ เป็นประจำ หากพบว่าทางห้าง หรือ ร้านค้าใด มีการผ่อนปรน และไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ได้ตกลงไว้ จะถือว่ามีความผิดและจะต้องดำเนินการเอาผิดกับร้านค้าดังกล่าวเป็นรายๆ ไป

ด้าน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัล ภูเก็ต และ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของไทย จำลองสถานการณ์ตามแผนแม่บท “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” เพื่อยกระดับมาตรการความสะอาดและความปลอดภัยเชิงรุก และส่งเสริมให้เป็นแผนแม่บทค้าปลีกของประเทศที่จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ให้กับสังคมตาม ‘New Normal’ ที่เปลี่ยนแปลงไป เชื่อมั่น “พลังประเทศไทย” จากความร่วมมือของประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน พร้อมย้ำเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการสนับสนุนให้ประชาชน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” แต่หากจำเป็นต้องมาใช้บริการที่ศูนย์การค้า ก็มั่นใจได้กับมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยสูงสุดที่เตรียมไว้รองรับ โดยได้จำลองสถานการณ์ให้เห็นในร้านค้าต่างๆ อาทิ ร้านอาหาร, ศูนย์อาหาร, ร้านแฟชั่น, ธนาคาร และร้านโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น
นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “โดยในระหว่างที่สถานการณ์การติดเชื้อในประเทศยังไม่แน่นอนนั้น บริษัทฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจจึงได้ริเริ่มการจัดทำแผนแม่บท ‘เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ’ เพื่อยกระดับมาตรการความสะอาดและความปลอดภัยในเชิงรุกไว้ล่วงหน้า ที่สามารถนำมาปฏิบัติได้จริงกับศูนย์การค้า ร้านค้า และพนักงานทุกคน เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการลดการแพร่ระบาด และทำให้ทุกคนในศูนย์การค้าของเราปลอดภัยขั้นสูงสุด อีกทั้งเพื่อตอบรับ ‘New Normal’ หรือพฤติกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งบริษัทฯ ไม่สงวนสิทธิ์ในแผนงานนี้ เพื่อส่งเสริมให้เป็นแผนแม่บทในการดำเนินกิจการค้าปลีกของประเทศ และกำหนดบรรทัดฐานใหม่ให้กับสังคม นับจากนี้ไป ซึ่งครอบคลุมในเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยใน 5 แกนหลัก กว่า 75 มาตรการ ได้แก่ (1) การคัดกรองอย่างเข้มงวด, (2) มาตรฐาน Social Distancing ทุกจุด, (3) การติดตามเพื่อความปลอดภัย, (4) การใส่ใจในความสะอาดทุกจุดสัมผัส และ (5) แนวทางลดการสัมผัส (Touchless) โดยจะขอความร่วมมือจากพันธมิตรร้านค้าทุกร้านค้าในศูนย์การค้าให้ร่วมกันดำเนินตามแผนแม่บท ‘เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ’ ร่วมกัน เพื่อฝ่าฝันวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ทดลองริเริ่มการใช้มาตรการนี้และปฏิบัติได้จริงกับการเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครศรีธรรมราชมาแล้ว และถือเป็นตัวอย่างความร่วมมืออันดีโดยได้รับการชื่นชมจากทางจังหวัดที่มาตรวจเยี่ยม และลูกค้าว่ารู้สึกมั่นใจมากขึ้น”

นางสาววัลยากล่าวเพิ่มเติมว่า “บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นใน “พลังประเทศไทย” ที่เกิดจากความร่วมมือกันของทั้ง 3 ฝ่าย (1) ภาคประชาชนมีวินัยช่วยกันป้องกัน (2) ภาครัฐดูแลสุขภาพคนไทยอย่างเต็มที่ และ (3) ภาคเอกชนมีแผนมาตรการความสะอาดและความปลอดภัยที่เคร่งครัดรัดกุมปฏิบัติได้จริงตลอดระยะเวลา โดยทางเซ็นทรัลพัฒนาได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐเต็มที่และต่อเนื่องในการปฎิบัติตามมาตรการต่างๆ รณรงค์การทำ Social Distancing ที่ชัดเจนและเคร่งครัดจนเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก รวมทั้งสนับสนุนให้ประชาชน ‘อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ’ แต่หากต้องมาใช้บริการที่จำเป็น เราได้ดำเนินมาตรการความสะอาดและความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจมาโดยตลอด โดยบริษัทฯ เชื่อมั่นการดำเนินการของภาครัฐด้านสาธารณสุขของไทยที่ได้รับการชื่นชมจากทั่วโลก และในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ การเปิดให้บริการศูนย์การค้าของซีพีเอ็นจะขึ้นอยู่กับคำสั่งของภาครัฐเท่านั้น”
สำหรับไฮไลต์ของแผนแม่บท ‘เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ’ ประกอบไปด้วย 5 แกนหลัก ได้แก่ การคัดกรองอย่างเข้มงวด (Extra Screening) วัดอุณหภูมิทุกคนก่อนเข้าศูนย์ฯ และทุกร้านค้า, สวมหน้ากากตลอดเวลา, พนักงานที่บริการใกล้ชิดลูกค้าต้องสวม Face shield และสวมถุงมือ และมีมาตรการเข้มงวดพิเศษสำหรับ Delivery man มาตรฐาน Social Distancing ทุกจุด เช่น จำกัดจำนวนคนเข้าศูนย์การค้า ไม่เกิน 1 คน ต่อ 5 ตร.ม. สำหรับร้านค้าและพื้นที่ส่วนกลาง ลิฟท์-บันไดเลื่อน-ห้องน้ำ ต้องรักษาระยะห่าง 1-2 ม. ทุกจุด, จัดคิวขณะรอ และมีพื้นที่นั่งคอย สำหรับร้านค้า และ Delivery man, มีฉากกั้นแบ่งส่วนครบครันด้วย 5 Shields: Face Shield / Food Shield / Table Shield / Counter Shield / Cashier Shield พร้อมสร้างการตระหนักรู้วิธีปฏิบัติให้ทุกคนทราบอย่างต่อเนื่อง การติดตามเพื่อความปลอดภัย (Safety Tracking) มีการ Tracking ข้อมูลสุขภาพ และการเดินทางของพนักงานในศูนย์และร้านค้าย้อนหลัง 14 วัน และมีแบบฟอร์มให้กรอกก่อนเปิดศูนย์ฯ และทุกวันก่อนเริ่มงาน และสำหรับอาหาร Take away ทุกกล่อง ต้องระบุข้อมูลชื่อร้าน สาขา และเวลา พร้อมชื่อและอุณหภูมิของผู้ประกอบอาหารติดบนกล่องอาหาร
การใส่ใจในความสะอาดทุกจุดสัมผัส (Deep Cleaning) เช็ดทำความสะอาดทุกจุดสัมผัสทุก 30 นาที ทั้งศูนย์การค้าและทุกร้านค้า และฆ่าเชื้อหลังปิดศูนย์ฯ พร้อมทำ Big Cleaning ทุกสัปดาห์, บริการฆ่าเชื้อที่ถุงสินค้าก่อนกลับบ้าน, ทำความสะอาดฆ่าเชื้อบัตรศูนย์อาหาร / บัตรจอดรถทุกใบ และมีมาตรการพิเศษสำหรับห้องบริการต่างๆ เช่น ห้องแม่และเด็ก ห้องละหมาด ห้องลอง ห้องเรียน และทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกชิ้นก่อนและหลังใช้บริการลดการสัมผัส (Touchless Experience) ส่งเสริมการใช้ Cashless และ E-payment, บริการถุงใส่เงินทอนที่จุดแคชเชียร์ทุกร้านค้า,จัดพนักงานเปิดปิดประตูศูนย์การค้าและร้านค้า และกดลิฟท์ให้ลูกค้าเพื่อลดการสัมผัส (Buttonless)
โดยในระหว่างนี้และอนาคต ศูนย์การค้าจะยังคงจัดบริการอำนวยความสะดวกเพื่อให้ประชาชนดำเนินชีวิตได้สะดวกขึ้น ด้วย 4 บริการยกระดับ ตอบโจทย์ New Normal Lifestyle ของลูกค้าในสภาวการณ์เช่นนี้ ได้แก่ บริการ One Call, One Click โทร 02-021-9999หรือ LINE Official Account : @CentralLife, บริการ Drive Thru, บริการ Central Eats ร่วมกับ Grab Food และบริการ Food Delivery & Food Pick Up Counter ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย ‘เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ’ ที่ป้องกันอย่างรัดกุมเพื่อความปลอดภัยของผู้เกี่ยวข้องทุกคน