โมบายคลายเครียดสัญจร นำร่องในตลาดเชียงใหม่

0
590

กรมสุขภาพจิต จัดทีมเสริมพลังสุขภาพจิตลงพื้นที่ประเมินภาวะสุขภาพจิต และแนะนำสายด่วนสุขภาพจิตปรึกษาความเครียด กังวล ซึมเศร้าช่วง COVID-19 พร้อมแสดงความห่วงใยต่อจิตใจของพี่น้องประชาชนทุกคน
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต มอบมายให้ นพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต พร้อมด้วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนปรุง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ และผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 1 ลงพื้นที่นำทีมสุขภาพจิต เขตสุขภาพที่ 1 แนะนำสายด่วนสุขภาพจิตปรึกษาความเครียด กังวล ภาวะซึมเศร้าในช่วงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ COVID-19 นำร่องในพื้นที่อำเภอมืองเชียงใหม่ โดย KICKOFF ที่แรก ณ ตลาดวโรรสและต้นลำไย โดยมี นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่ารการจังหวัดชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน
นพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากการรายงานปัญหาการฆ่าตัวตายต่างๆ ที่เกิดขึ้นกรมสุขภาพจิตมีความห่วงใยต่อปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการเชิงรุก จัดตั้งทีมวิกฤติสุขภาพจิตในสถานการณ์โควิด-19 ขึ้น เพื่อให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตโดยฉพาะในช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด19 โดยโครงการดังกล่าวดำเนินการนำร่อง ในพื้นที่ตลาดสดเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ 8 แห่ง และ รพ.จอมทอง 1 แห่ง

โครงการเชิงรุกเสริมพลังสุขภาพจิต นำร่องพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นโครงการเพื่อประเมินภาวะสุขภาพจิตสำหรับประชาชน และเสริมพลังสุขภาพจิตโดยการให้การปรึกษาและให้ความรู้สุขภาพจิตศึกษา โดยแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรมคือ การดูแลใจผ่านไปรษณีย์ และโมบายคลายเครียดสัญจร โดยกิจกรรม “โมบายคลายเครียดสัญจร” นี้ ได้จัดทีมสุขภาพจิต เขตสุขภาพที่ 1 โดยมีโรงพยาบาลสวนปรุง สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ และศูนย์สุขภาพจิตที่ 1 ลงพื้นที่เพื่อประเมินภาวะสุขภาพจิตและแนะนำสายด่วนสุขภาพจิตช่วงโควิด-19 โทร. 0946317373 สำหรับประชาชนทั่วไป เมื่อมีความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ โทรศัพท์เข้ามาปรึกษาหรือฝากหมายเลขโทรศัพท์ไว้ให้ทีมสุขภาพจิตโทรกลับได้ตลอด 24 ชั่วโมง
พญ.สุวรรณี เรืองเดช ผู้อำนวยการโรพยาบลสวนปรุง กล่าวว่า ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตยังได้จัดทำถุงดีต่อใจเพื่อนำไปมอบให้กับประชาชน โดยถุงดีต่อใจประกอบด้วย แบบประเมินความกังวล ความรู้สุขภาพจิต หน้ากากผ้าคิดตี้ และแอลกอฮอล์เจลขนาดพกพา
นพ.สมัย ศิริทองถาวร กล่าวอีกว่า กรมสุขภาพจิตขอแสดงความห่วงใยไปถึงพี่น้องประชาชน เราทุกคนกำลังต้องต่อสู้กับวิกฤตที่รุนแรงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้เราทุกคนคงต้องตระหนักและหันมามองปัญหาด้านสุขภาพจิตว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน กรมสุขภาพจิตเองกำลังทำงานเชิงรุกอย่างเข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้เกิดความสูญเสียต่อประชาชนน้อยที่สุด และอยากให้ทุกคนใส่ใจและดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง คนรอบข้าง และครอบครัว รับฟังและเข้าใจซึ่งกันและกันให้ “อึด ฮึด สู้” และผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน