“เบญจมิตรวิชาการ” เวทีใหญ่ ระดับนานาชาติ

0
335

การประชุมวิชาการระดับชาติและระดับนานาชาติ “เบญจมิตรวิชาการ” มีการจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดในปี 2563 นี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 10 เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เป็นพันธมิตรทางวิชาการร่วมกันทั้งสิ้น 8 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยธนบุรี มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น วิทยาลัยอินเตอร์เทคลำปาง วิทยาลัยเซาธ์อีสบางกอก และมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ร่วมกันจัดขึ้น

พิธีเปิด เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา กล่าวรายงานโดย รองศาสตราจารย์ ดร.พิธากรณ์ ธนิตเบญจสิทธิ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ในฐานะประธานจัดการประชุมฯ โดยมี อาจารย์ ดร.ณรงค์ ชวสินธุ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิด
การประชุมวิชาการระดับชาติและระดับนานาชาติ เบญจมิตรวิชาการ ครั้งที่ 10 ซึ่งเป็นการปรับรูปโฉมการนำเสนอผลงานวิจัยระดับนานาชาติ และระดับนานาชาติ ทั้งภาคบรรยาย และภาคโปสเตอร์ ให้เป็นรูปแบบออนไลน์ทั้งสิ้น เพื่อตอบสนองนโยบายของภาครัฐ กล่าวคือ เมื่อรัฐบาลตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการเพิ่มระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) จึงจำเป็นต้องงดการประชุมรวมตัวกันของคนจำนวนมาก โดยอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ดังนั้นการประชุมเบญจมิตรวิชาการ ครั้งที่ 10 จึงต้องจัดเป็นรูปแบบออนไลน์ ทั้งหมด ซึ่งมีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมจำนวนมากกว่า 500 ผลงาน แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มที่ 2 เทคโนโลยีดิจิทัล กลุ่มที่ 3 บริหารธุรกิจ กลุ่มที่ 4 ศึกษาศาสตร์ กลุ่มที่ 5 สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
หลังเสร็จพิธีการเปิดงาน มีการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “สถาบันอุดมศึกษาไทย : พลังขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน” (THAI HIGHER EDUCATION INSTITUTIONS: EMPOWERING TOWARDS SUSTAINABLE DEVELOPMENT GOALS) เพื่อนำเสนอการพัฒนาศักยภาพของคนทั้งประเทศ การผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพสนองความต้องการตลาด ผ่านหลักสูตรที่ยืดหยุ่น หลากหลาย รู้หลายศาสตร์ มีการลด boundary ระหว่างคณะ โดยกำหนดเป้าหมายที่คิดร่วมกับผู้ใช้ และเปิดกว้าง เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา เน้นจัดการเรียนรู้ข้อเท็จจริง สถานที่จริง ทำงานได้จริง
– สร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STEM Education & Skill, Entrepreneurship)
– การวิจัยและการบริการวิชาการที่มองการใช้ประโยชน์/ผู้ใช้ประโยชน์ชัดเจนแต่แรก สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยความร่วมมือกับภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคส่วนต่างๆ ของสังคม
– เน้นความร่วมมือกับภาคประชารัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ (Area-Based Approach) เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งทางวิชาการ ระบบข้อมูลสารสนเทศ กลไกการจัดการ การเตรียมความพร้อมในระดับพื้นที่หรือท้องถิ่น

– มหาวิทยาลัยสร้างเครือข่ายร่วมกัน เชื่อมต่อกันด้วยอินเทอร์เน็ต เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพของโลกสมัยใหม่ที่มีการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงสูงอยู่ตลอดเวลา ความจริง ที่กำลังจะเกิดขึ้นคือมหาวิทยาลัยจะดำรงตนอย่างโดดเดี่ยวเหมือนเดิมไม่ได้อีกต่อไปในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล จึงควรมีการแลกเปลี่ยนคอนเท็นต์/หลักสูตร การช่วยกันพัฒนาคอนเท็นต์/หลักสูตร เปลี่ยนตัวเองให้เป็นสถานที่ที่ผู้คนทั่วไปทั่วโลกนักศึกษาต่างมหาวิทยาลัย สามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ และมี credit transfer ซึ่งควรเอื้อต่อสถาบันวิทยาลัยชุมชนด้วย
– ยกระดับ English Proficiency & Digital skills
– Demand-Based Financing
องค์ปาฐกครั้งนี้ คือ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และที่ปรึกษา คณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอุบัติใหม่แห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง ทั้งด้านวิชาการและการบริหาร ผ่านการดำรงตำแหน่งสำคัญระดับประเทศมาแล้วมากมาย
สำหรับผู้เข้าร่วมประชุมวิชาการในครั้งนี้ ประกอบด้วยนักวิชาการ นักวิจัย คณาจารย์ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐและเอกชน และบุคคลทั่วไป โดยมีบทความวิจัยที่เข้าร่วมการนำเสนอรวมทั้งสิ้น จำนวน 523 ผลงาน แบ่งเป็นบทความวิจัยระดับชาติ จำนวน 445 ผลงาน และระดับนานาชาติ จำนวน 78 ผลงาน