ฮือฮา! วัคซีนโควิด ฉีดในลิง ไทยลองเข็มแรกชนิดmRNA แนวโน้มดี – ส.ค.นี้จะฉีดคน

0
408

ด่วน! สู้ไวรัสมรณะ โควิด-19 เริ่มมีความหวัง ไทยเริ่มทดลองวัคซีนป้องกัน “โควิด” เข็มแรกในลิง โดยมีการฉีดรวม 3 ครั้ง หากได้ผลเดินหน้าลุยต่อในคนช่วงเดือน ส.ค.นี้ เผยอาจจะเป็นตัวแก้วิกฤติโรคระบาดของโลกได้ คาดจะเอามาใช้จริงได้ต้องใช้เวลาอีกร่วมปี
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 5 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 3 แสนรายแล้วนั้น ทำให้นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และวงการสาธารณสุขทั่วโลก ต่างเร่งคิดค้นหาแนวทางในการยับยั้งไวรัสมรณะดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ขณะที่ประเทศไทยเริ่มมีการทดลองวัคซีนฯ ในลิงแล้ว
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะ ได้เดินทางไปที่ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เพื่อติดตามการทดลองฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 “ชนิด mRNA” ในลิง โดยใช้รหัสพันธุกรรมของเชื้อ ที่พัฒนาโดยศูนย์วัคซีนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และ วช. ผ่านการให้ทุนสนับสนุนจาก อว. ทั้งนี้ วัคซีนดังกล่าวประสบความสำเร็จในระดับดี หลังจากทดสอบในหนูทดลอง และล่าสุดได้เริ่มการฉีดวัคซีนทดสอบเข็มแรกในลิง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการทดสอบวัคซีนในคน

นายสุวิทย์ เปิดเผยว่า การทดสอบในลิงจะฉีด 3 ครั้ง สำหรับวัคซีนที่ทดลองในลิง ใช้เทคโนโลยีใหม่ของการวิจัยวัคซีน คือใช้สารพันธุกรรมของเชื้อชนิด mRNA โดยครั้งที่ 1 ฉีดวันที่ 23 พ.ค. เวลา 07.39 น. ครั้งที่ 2 นับไปอีก 4 สัปดาห์ ครั้ง 3 นับไปอีก 8 สัปดาห์ โดยหลังการทดสอบในเข็มที่ 2 น่าจะทำให้เห็นผลการสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคโควิด-19 โดยขั้นตอนการทดสอบในลิง ถือเป็นสัตว์ที่ตอบสนองกับวัคซีนได้ใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด ที่สำคัญจะดูเรื่องความปลอดภัย ไม่เกิดโรคแทรกซ้อนเมื่อได้รับวัคซีนและการตอบสนองคือ สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้จริง ก่อนที่จะทดสอบในมนุษย์ ซึ่งคาดว่าอีก 3-6 เดือนจะเริ่มทดสอบได้
“สำหรับการวิจัยและการทดสอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 นี้ เป็นไปตามยุทธศาสตร์การผลิตวัคซีนของไทย ที่มีแนวนโยบายว่าประเทศไทยจะต้องมีวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 พร้อมๆ กับนานาอารยประเทศ โดยเร่งวิจัยและพัฒนาวัคซีนในประเทศ รวมทั้งทำความร่วมมือกับต่างประเทศ และเตรียมพร้อมการผลิตหรือจัดหาวัคซีนให้เพียงพอต่อความต้องการ ในขณะนี้ ทั่วโลกกำลังวิจัย พัฒนา และทดสอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ไม่น้อยกว่า 200 แบบ โดยยังไม่มีใครทราบว่าวัคซีนแบบไหนจะใช้ได้ผล เพราะแทบทุกแบบยังอยู่ในขั้นการทดลองกับสัตว์ทดลอง และกระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายใน 6-12 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ กระบวนการผลิตวัคซีนทดสอบในคนของประเทศไทย หากมีผลที่ดีจากการทดสอบในลิง ก็คาดว่าจะเริ่มต้นได้ภายในเดือน ต.ค 63 นี้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าว
รมว.การอุดมศึกษาฯ กล่าวอีกว่า สำหรับกระบวนการทดสอบในมนุษย์มี 3 ระยะ โดยพิจารณาใน 4 ประเด็นได้แก่ ความเป็นพิษ ความปลอดภัยต่อร่างกาย การกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และประสิทธิผลของวัคซีน ซึ่งหากข้อมูลการทดสอบในลิงเป็นที่น่าพอใจ คาดว่าจะเริ่มผลิตวัคซีนเพื่อทดสอบในคน ได้ในประมาณเดือน ส.ค.ปีนี้ โดยเฟสที่ 1 ทดสอบในคนจะเริ่มจากหลักสิบคน เพื่อดูว่าวัคซีนมีความปลอดภัยหรือไม่ จากนั้นเฟสที่ 2 เพิ่มเป็นหลักร้อยคน เพื่อดูว่าสร้างภูมิคุ้มกันได้จริง และเฟสที่ 3 จะทดสอบในหลักหลายพันคน เพื่อดูว่าใช้ได้กับประชากรจำนวนมาก โดยวัคซีนชนิด mRNA ที่ประเทศไทยใช้ เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด มีข้อดีคือสามารถพัฒนาได้เร็ว และใช้ได้ผลโดยการใช้ปริมาณวัคซีนที่ไม่มากนัก

นอกจากนี้ สิ่งที่เราดำเนินการยังใช้หลายวิธีการพร้อมๆกันโดยดำเนินยุทธศาสตร์ 3 แนวทางคู่ขนานกันคือ 1.การวิจัยและทดลองในประเทศไทย ให้สามารถสร้างวัคซีนใช้เอง เพื่อยืนบนขาของตัวเอง 2.การร่วมมือกับนานาชาติ และ 3.การเตรียมความพร้อมในการผลิตวัคซีนที่ผ่านการทดลองและพิสูจน์ว่าใช้ได้ผล เพื่อให้คนไทยได้ใช้อย่างทั่วถึง เพราะนายกรัฐมนตรีให้นโยบายมาว่า คนไทยต้องมีวัคซีนใช้ในเวลาเดียวกับประเทศชั้นนำอื่นๆ คาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะพร้อมภายใน 6-12 เดือน ส่วนเรื่องศูนย์ไพรเมทฯ นั้น วางแผนในระยะยาวคือการสร้างอาคารวิจัยวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อทางอากาศ ซึ่งจะทำให้การวิจัยพัฒนาและการทดสอบวัคซีนมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น ครอบคลุมโรคอุบัติใหม่อุบัติซ้ำ เหมือนอย่างในกรณีโรคโควิด-19
ทั้งนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (NVI) ได้สนับสนุนทุนวิจัยเรื่องวัคซีนโควิด-19 โดยได้มีการดำเนินการไปแล้ว 5 โครงการในหลายสถาบันและมีความก้าวหน้าจนถึงขั้นทดสอบในสัตว์ทดลองแล้ว ซึ่งในขณะนี้งานวิจัย “วัคซีนชนิด mRNA” ที่ศูนย์วัคซีน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นหลังทดสอบในหนูทดลองแล้ว และพร้อมที่จะเริ่มมีการทดสอบในลิงในประเทศไทยต่อไปดังกล่าว