พาณิชย์ ขึ้นเหนือ ขนของถูกมาขาย กว่า 7 พัน รายการ

0
179

บิ๊กกระทรวงพาณิชย์ พาคณะขึ้นเหนือ มอบสิ่งของช่วยเหลือสมาชิกสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า พร้อมยืนยันควบคุมราคารับซื้อกระดาษรีไซเคิลไม่ให้ต่ำกว่า 2 บาทต่อกิโลกรัม ขณะเดียวกันติดตามการดำเนินโครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน ล็อต 3 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อม เปิดโครงการพาณิชย์ลดราคา ช่วยประชาชนล็อต 4 นำสินค้าราคาถูกกว่า 7 พันรายการ มาเปิดจำหน่ายให้ชาวอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ จัดลดราคาสูงสุดเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 63 เวลา 13.30 น. ที่ อาคารศูนย์สินค้าเกษตรภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ เพื่อมอบสิ่งของยังชีพและข้าวสารอาหารแห้ง ให้แก่สมาชิกสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งประกอบด้วยผู้ขับรถซาเล้ง รถเร่ รถปิคอัพ รถสามล้อและสี่ล้อ ที่มีอาชีพเก็บขยะรีไซเคิลขาย จำนวนกว่า 500 คน ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง เช่น จังหวัดน่าน เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง และจังหวัดตาก เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 รวมถึง การประกาศบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิว จนส่งผลทำให้ไม่สามารถออกไปเก็บของมาขายได้ตามปกติและขาดรายได้ในการเลี้ยงชีพ

โอกาสนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้พบปะพูดคุยกับพี่น้องผู้ขับรถซาเล้งที่มาร่วมงานในครั้งนี้ และกล่าวถึงปัญหาการรับซื้อกระดาษรีไซเคิล ที่ช่วงก่อนหน้านี้ ผู้เก็บขยะรีไซเคิล ประสบกับปัญหาราคารับซื้อกระดาษตกต่ำ จนร่วงลดลงมาเหลือเพียงกิโลกรัมละ 50 สตางค์ จากปกติที่ขายได้สูงกว่านั้น แม้ราคาจะมีการขยับขึ้นจนขณะนี้สามารถขายได้ในราคาเฉลี่ย 3 บาทต่อกิโลกรัม แต่เนื่องจาก ราคา ขึ้น ลง ตลอดเวลา โดย รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้ให้การยืนยันกับสมาชิกว่า จากนี้ไปจะมีการควบคุมราคาการรับซื้อกระดาษรีไซเคิล โดยอย่างน้อยจะต้องให้มีการรับซื้อในราคาไม่ต่ำกว่า 2 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้ผู้เก็บขยะรีไซเคิลขายมีรายได้จากการเก็บขยะไปขายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากการสอบถามผู้เก็บขยะขายในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ขณะนี้บางรายสามารถเก็บกระดาษรีไซเคิลไปขายได้สูงถึงกิโลกรัมละ 2.50 บาท ถึง 3.50 บาท นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้แล้ว ยังอยากเชิญชวนให้ผู้เก็บขยะรีไซเคิลที่ยังไม่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกของสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ได้เข้ามาลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกของสมาคม เพื่อเป็นการจัดระเบียบ รวมถึงหากมีการช่วยเหลือต่างๆ เข้ามา ก็จะสามารถให้การช่วยเหลือได้ง่าย และจะได้รับความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึงกัน

ขณะเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมโครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน ล็อต 3 ในห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นต่างๆ ณ ริมปิง ซุปเปอร์มาร์เก็ต สาขาพรอมเมนาดา เชียงใหม่ โดยมีนายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ให้การต้อนรับ ซึ่งมีสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน เข้าร่วมโครงการกว่า 4,800 รายการ และลดสูงสุด 70% ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ในห้างสรรพสินค้าระดับท้องถิ่น 287 สาขาทั่วประเทศ

นอกจากนี้ทาง ริมปิง ซุปเปอร์มาร์เก็ต สาขาพรอมเมนาดา เชียงใหม่ ยังได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์จัดบูธจำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกร ตามโครงการการเชื่อมโยงผลไม้ภาคตะวันออก เพื่อกระจายสินค้าทางการเกษตร ให้ถึงมือผู้บริโภคได้มากขึ้น ในช่วงที่ไม่สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศ รวมทั้งกำลังซื้อภายในประเทศลดลง เนื่องจากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

และในวันที่ 7 มิ.ย. 63 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมโครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชนล็อต4 (ระดับอำเภอ) ซึ่งจัดขึ้นที่บริเวณเทศบาลตำบลหางดง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้นำสินค้าราคาถูกมาจัดจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 โดยมี นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ส่วนราชการ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนมาร่วมให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในวันนี้นอกจากตั้งใจมาพบพี่น้องชาวหางดงแล้ว ก็ตั้งใจที่จะมาติดตามโครงการสำคัญโครงการหนึ่งของกระทรวงพาณิชย์ นั่นคือ”โครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชนล็อตที่ 4” ซึ่งก่อนหน้านี้ได้จัดขึ้นมาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยได้เชิญชวนห้างสรรพสินค้าชื่อดังระดับประเทศทั้ง บิ๊กซี โลตัส ซีเจ เดอะมอลล์ กูร์เมต์ มาร์เก็ต แม็คโคร และห้างอื่นๆ อีกหลายห้าง รวมทั้งห้างสรรพสินค้าระดับท้องถิ่นอีก 258 ห้าง ทั่วประเทศ มาร่วมกันลดราคาและจำหน่ายสินค้าในราคาถูก ลดมากสุดถึง 68 เปอร์เซ็นต์ โดยการจัดโครงการในล็อตที่ 4 นี้ จะเป็นการจัดโครงการลึกลงไปในระดับอำเภอทั้ง 878 อำเภอ ทั่วประเทศ และการจัดโครงการดังกล่าวในอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ในวันนี้ ถือเป็นอำเภอแรกของประเทศไทยที่เดินทางมาติดตามโครงการนี้ด้วยตัวเอง

สำหรับการจัดโครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชนล็อตที่ 4 จะเป็นการจัดขึ้นในระดับอำเภอต่างๆ ครั้งละ 2-3 วัน ตามความเหมาะสม และสินค้าที่นำมาจำหน่ายนั้นจะลดสูงสุด 68 เปอร์เซ็นต์ เหมือนที่ผ่านมา แต่ที่พิเศษกว่า คือ จะมีสินค้าเพิ่มขึ้นจาก 4,845 รายการ มาเป็น 7,158 รายการ ส่วนสินค้าสำคัญที่เป็นไฮไลท์และลดเป็นพิเศษ ได้แก่ ไข่ไก่ แพ็คละ 10 ฟอง ราคา 20 บาท ข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัม ราคาถุงละ 95 บาท น้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 20 บาท ปลากระป๋อง ราคากระป๋องละ 10 บาท และ น้ำมันปาล์ม ราคาเพียงแค่ขวดละ 30 บาท เพียงเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอื่นๆ มาร่วมลดราคา อีกมากมาย โดยประชาชนที่สนใจสามารถตรวจสอบวัน เวลา และสถานที่จัดงานแต่ละครั้งได้ที่ เว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์ www.moc.go.th

นอกจากนี้แล้ว นายจุรินทร์ ยังได้นำคณะ โชว์ฝีมือการเจียวไข่กระทะยักษ์ มาทำเป็นเมนูข้าวไข่เจียวแจกจ่ายพี่น้องอำเภอหางดงที่มาร่วมงาน อีกด้วย โดยได้ถือโอกาส รณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนหันมาช่วยกันบริโภคไข่ไก่ หลังจากไข่ไก่ได้พ้นภาวะวิกฤตขาดแคลน จากการที่ประชาชนแห่ซื้อไข่ไก่ไปกักตุนไว้บริโภคตามบ้านเรือนในช่วงที่เชื้อโควิด-19 กำลังระบาดอย่างหนัก จนไม่เพียงพอกับการบริโภคภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หลังสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มคลี่คลายและกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ทำให้ขณะนี้ไข่ไก่เริ่มมีจำนวนมากขึ้นและอาจจะล้นตลาดได้ในไม่ช้านี้ จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนได้หันมาร่วมกันบริโภคไข่ไก่กันให้มากขึ้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เองจะพยายามควบคุมให้อยู่ในราคาที่เหมาะสมกับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังได้ปลดล็อกมาตรการควบคุม ให้สามารถส่งออกไข่ไก่ไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้แล้ว เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดในอนาคต