สายดริงค์ เฮ! ปลดเฟส 4 เลิกเคอร์ฟิว-ฟื้นท่องเที่ยว รับต่างชาติแต่ต้องคุมเข้ม

0
203

ศบค. แถลงข่าวดี มาตรการผ่อนปรนระยะ 4 เคอร์ฟิว เลิกแล้ว สายดริงค์เริงร่า ร้านอาหารขายเหล้าได้แล้ว แต่ยังห้ามผับ-บาร์ หลายธุรกิจเปิดดำเนินการได้ตามปกติ แต่ยังเน้น “การ์ดห้ามตก” คุมเข้มต่อไป ขณะที่รัฐแย้มเริ่มฟื้นการท่องเที่ยวได้บ้างแล้ว พร้อมรับต่างชาติแต่ต้องอยู่ในเงื่อนไข มาจากประเทศที่ปลอดภัย

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. โดยมีการพิจารณาผ่อนปรนมาตรการ ระยะ 4 ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยหลังจากการประชุม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ได้แถลงถึงมติที่ประชุมว่า ที่ประชุมมีมติยกเลิกเคอร์ฟิว โดยคลายล็อกตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.63 เป็นต้นไปแต่ยังคงการควบคุมการเดินทางเข้าสู่ราชอาณาจักรทั้งทางบก น้ำ และอากาศ

นอกจากนี้ ยังได้อนุญาตให้เปิดธุรกิจต่างๆ ได้แล้วไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนนานาชาติ การศึกษานอกระบบ ประเภทกวดวิชา และโรงเรียนขนาดเล็กไม่เกิน 120 คน ไปถึงการใช้อาคารสถานที่ของหน่วยงานราชการ เพื่ออบรม ทั้งการจัดประชุม สัมมนา อีเวนท์ พิธี การแสดงดนตรี คอนเสิร์ต แต่ต้องมีมาตรการดูแลความแออัดหนาแน่น เช่น งานคอนเสิร์ต แสดงดนตรี กำหนดให้ 5 ตารางเมตร ต่อคน

ส่วนการเปิดจำหน่าย หรือบริโภคสุราในร้านอาหารทั่วไปสามารถทำได้แล้ว แต่ยกเว้นสถานบริการที่ยังถือว่าสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิดฯ ได้แก่ สถานบริการ สถานบันเทิง ผับ โรงเบียร์ ฯลฯ ที่ยังไม่ได้รับการอนุญาตให้เปิด ส่วนสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานสงเคราะห์ ศูนย์วิทยาศาสตร์ และการถ่ายทำโทรทัศน์สามารถทำได้ในระยะที่ 4 นี้แล้ว
ในส่วนของการออกกำลังกาย สวนน้ำ สนามเด็กเล่น สวนสนุกสามารถเปิดให้บริการได้ ตามมาตรการ เปิดออกกำลังกายแบบกลุ่มในที่สาธารณะได้ แต่ต้องมีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 50 คน ขณะที่สนามกีฬา หรือที่ออกกำลังกายเองก็สามารถมีการแข่งขันได้ เช่นกัน แต่ต้องไม่มีผู้ชม

โฆษก ศบค. กล่าวด้วยว่า ภาคการท่องเที่ยว ได้นำเสนอการเปิดประเทศเพื่อท่องเที่ยวอย่างจำกัด โดยต้องเลือกเป้าหมายประเทศที่มีความสามารถควบคุมการแพร่ระบาดที่ดี สามารถตรวจเชื้ออย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้นทาง ต้องซื้อประกันสุขภาพ เพื่อมั่นใจว่า ก่อนเข้าประเทศต้องไม่มีเชื้อ ทั้งนักธุรกิจและกลุ่มรับบริการการรักษาทางการแพทย์ โดยสามารถติดตามได้ทุกคน ขณะนี้มีการหารือแนวทางอย่างหลากหลาย เช่น เลือกพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง และต้องมีการดูแลอย่างดี

โดยกลุ่มเป้าหมายคือ นักธุรกิจ และกลุ่มที่มารับการรักษา บริการทางการแพทย์ โดยเป้าหมายประเทศคือ จีน เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ประเทศตะวันออกกลางบางประเทศ ฯลฯ โดยที่ประชุม ศบค. เห็นชอบในหลักการ แต่ต้องมีมาตรการที่เข้มข้น ที่ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ได้รายได้จากการท่องเที่ยว แต่ต้องมีการคุมเข้มในการตรวจโรคด้วย