“New Normal” ความปกติใหม่ในโลกใบเดิม

0
283

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มหาวิทายาลัยเชียงใหม่ จัดเวทีเสวนาออนไลน์ เรื่อง “New Normal ความปกติใหม่ในโลกใบเดิม” โดยดำเนินการผ่านสถานีวิทยุ FM100 และเฟซบุ๊กไลฟ์ FM100 เสียงสื่อสารมวลชน มีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รศ.ธีร​ภัทร​ วรรณฤมล คณบดีคณะการสื่อสารมวลชน ผศ.ดร.จารึก สิงหปรีชา รองคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และ ผศ.คมสัน ธีรภาพวงศ์ อาจารย์คณะสถาปัตย​กรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินรายการโดย “ธีรภาพ เป็งจันทร์” และ “ชาลิณีย์ ธรรมโม” ณ สถานีวิทยุเสียงสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เป็นที่ทราบกันดีว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นมานั้น สร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมทั่วโลกอย่างมากมาย หลังจากนี้ไปชีวิตของคนเราจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะถือว่าเป็นวิถีชีวิตรูปแบบใหม่หรือไม่อย่างไร

ผู้ร่วมเสวนา ได้ร่วมพูดคุยในประเด็นภาพรวมผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษา ด้านการแพทย์สาธารณสุข หรือแม้กระทั่งการดำเนินชีวิตทางชุมชนและเมือง สังคม เศรษฐกิจ ฯลฯ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ ทุกคนเห็นตรงกันว่า “NEW NORMAL” จากโรคโควิด-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด มีผลกระทบอย่างชัดเจนและเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเดิมที่คุ้นเคยให้กลายเป็นความคุ้นเคยแบบใหม่ที่เข้ามาเพิ่มในชีวิตประจำวัน เช่น การล้างมือ การสวมใส่หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เป็นต้น
ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ปัญหาด้านสุขภาพกระทบไปทั่วโลก บางอย่างที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้ก็เกิดขึ้นมาแล้วบางอย่างที่คิดว่าไม่ปกติกลับมาปกติในช่วงนี้ นี่คือที่มาของนิยามคำว่า” New Normal ” ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยจำนวนมากเข้ามาทำการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ หรือโรงพยาบาลสวนดอก ในช่วงนั้นคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็ได้มีการปรับ ” New Normal ” อยู่หลายอย่าง ซึ่ง ” New Normal” ของทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ค่อนข้างจะชัดเจนเนื่องจากขึ้นอยู่ใน 2 ส่วนคือ” New Normal” ส่วนผู้ป่วยหรือประชาชน และ” New Normal ” ในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์
“ตั้งแต่ทำงานมาจนจะใกล้จะถึงวัยเกษียณไม่เคยมีเหตุการณ์ที่คนตระหนักและตระหนกในเรื่องของโรคระบาดมากเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย ทั้งนี้อาจจะมาจากยุคนี้เป็นยุคของดิจิทัลทุกคนเห็นและรับข้อมูลข่าวสารเร็วมาก สมัยก่อนถ้ามีคนตายในที่ไกลๆ คงไม่มีใครทราบแต่ตอนนี้ไม่ถึง 1 นาทีเห็นกันทั่วโลกเลย จึงทำให้หลายคนเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเองหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ถ้าถามผมตอนนี้เชื่อว่าทุกอย่างจะกลับมา Normal ซึ่งขณะนี้ทางโรงพยาบาลสวนดอกกับคณะแพทย์กำลังทำรูปแบบการดีไซน์” New Normal “เราจะตั้งใจให้มันเป็นอย่างไรหลังจากที่ผ่านพ้นวิกฤติไปแล้ว อย่างไรก็ตามเราก็ต้องดีไซน์ให้มันอย่ากลับมาเหมือนเดิมควรจะต้องทำอย่างไรคณะแพทย์เราตั้งโจทย์ไว้แล้วว่าจะทำอย่างไรจะใช้ตรงนี้เป็นโอกาส”
ในด้านภาคเศรษฐกิจ ผศ.ดร.จารึก สิงหปรีชา รองคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มช. ให้ความเห็นว่า สถานการณ์โควิด-19 เกิดจากเรื่องของสุขภาพทางการแพทย์ท้ายที่สุดจะมาจบที่ภาคเศรษฐกิจเนื่องจากความเป็นอยู่ของคนจะเปลี่ยนไป สำหรับนิยาม” New Normal “ในช่วงที่ผ่านมามีคนถกเถียงกันมากว่ามันคืออะไร ความจริงนิยามนี้มีอยู่ 3 สถานะ คือ” Old Normal “เป็นความปกติแบบเดิมถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงจากโควิด-19 เช่นเรายังมีระบบแบงก์กิ้ง หรือระบบธนาคาร ยังเหมือนเดิม เรายังมีระบบการศึกษาที่ยังเหมือนเดิมมันคือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นถึงแม้มันจะมีสิ่งใหม่ที่ตามมาก็ตาม 2 คือ” New Ab Normal” คือปกติจะออกจากบ้านไม่เคยที่จะต้องสวมหน้ากากอนามัย ก็ต้องมาสวมในช่วงที่เกิดโรคระบาด เรียกว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว และ 3 ที่เรามาคุยกันวันนี้คือ ” New Normal ” วิถีชีวิตเราเริ่มจะคุ้นเคยกับสิ่งใหม่ๆ คุ้นเคยกับการสวมหน้ากากอนามัย เริ่มคุ้นเคยกับการที่จะไปใช้บริการสาธารณะต่างๆ นี่คือสิ่งที่เราจะต้องมาใช้ชีวิตเราในแบบใหม่
“ในวิกฤติโรคระบาดที่ผ่านมาในอดีตหลาย 100 ปีที่ผ่านมา มันจะไปเล่นงานที่ภาคการเงิน ระบบธนาคาร ระบบไฟแนนซ์ แต่โควิด-19นี้ไม่ใช่มันไปเล่นงานที่คนยากคนจนก่อนเลย พูดง่ายๆ คนที่ขาดโอกาสทางด้านเศรษฐกิจกระทบก่อนใครเลย คนที่มีฐานะระดับปานกลางมีการหยุดงานก็ยังมีเงินเก็บ ในมุมมองของภาคเศรษฐกิจ โควิด-19 เป็นวิกฤติทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่รุนแรงที่สุดในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา แม้ในปี 2009 ที่เรามีวิกฤติเศรษฐกิจการเงินทั้งโลกก็ยังไม่เท่ากับครั้งนี้ โดยเหตุการณ์ครั้งนี้มีหลายประเทศในโลกยื่นขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ที่เรารู้จักกันดี กว่า 100 ประเทศ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน เงินที่จะต้องมาดูแลฟื้นฟูหลายๆประเทศทั่วโลกมีจำนวนมหาศาลถึง 1ล้านล้านเหรียญยูเอส”
ขณะที่ ผศ.คมสัน ธีรภาพวงศ์ อาจารย์คณะสถาปัตย​กรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ให้คำนิยามของ ” New Normal” ว่าในมุมมองสถาปัตย์ เป็นเรื่องของระยะห่างที่จะต้องนำมาใช้กันช่วงโควิด-19 คือ Social Distancing การเว้นระยะห่าง 2 เมตร หรือแม้แต่เรื่องของช่วงเวลาในการที่จะไปพบปะสังสรรค์ช่วงโควิด-19 ก็ตาม การล็อกดาวน์ปิดเมือง ประกาศเคอร์ฟิว และการให้คนอยู่บ้าน ทำให้ทุกคนใช้ชีวิตที่เคยเป็นแบบเดิมเปลี่ยนไป โดย” New Normal ” ในแง่ของสถาปัตย์ คือนิยามที่เราจะต้องทำอย่างไรในเรื่องของระยะ การรักษาโซนนิ่งให้ได้ ต่อไปเราจะต้องทำอย่างไรที่จะให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้าน ชุมชน และเมืองให้มีการป้องกันที่ดีได้ สถาปนิกนักออกแบบต้องมีวิธีคิดใหม่ๆ ในการออกแบบบ้าน ชุมชนและเมืองอย่างไรในช่วง ” New Normal ” และช่วงหลังโควิด-19 เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม คัดกรอง จัดการผู้คนในภาวะที่มีการระบาดของโรคต่างๆ
สำหรับประเด็นด้านการสื่อสารในช่วงวิกฤติการณ์เกิดโรคระบาดในช่วงนี้ รศ.ธีร​ภัทร​ วรรณฤมล คณบดีคณะการสื่อสารมวลชน มช. กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่น่าห่วงมากในช่วงวิกฤติเหตุการณ์ต่างๆ คือ เรื่องเฟคนิวส์ จะพบเห็นว่าเกิดขึ้นเยอะมากในช่วงโควิด-19 เมื่อไม่มีข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริง การนำเสนอก็สับสนวุ่นวายสะเปะสะปะ หลังจากมี ศบค. (ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิดฯ) ก็การนำเสนอข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อแขนงต่างๆ ก็เริ่มชัดเจนขึ้น ตรงนี้จะเป็นบทเรียนของเราต่อไป ในมุมของการสื่อสาร แบบนิวนอมอล
“เมื่อเกิดวิกฤติใดๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสื่อสาร ควรต้องมีศูนย์บัญชาการควบคุมเกิดขึ้น เพื่อจัดการดูแลการสื่อสาร ให้มีการนำเสนอข้อเท็จจริงให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อลดปัญหาความสับสนวุ่นวายในสังคม” รศ.ธีร​ภัทร กล่าว