สารพัดโรค มากับน้ำหลาก เชียงใหม่ป่วยพุ่ง หวัดใหญ่ระบาด

0
535

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ แนะวิธีปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคและภัยที่มากับ น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลากน้ำท่วมขัง พื้นดินเฉอะแฉะ ดินสไลด์ ดินถล่ม ฉี่หนูระบาดหนัก ขณะที่สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ยังน่าเป็นห่วง เชียงใหม่ แชมป์ผู้ป่วยสูงสุด

ในช่วงนี้พื้นที่ภาคเหนือมีฝนตกอย่างต่อเนื่องและตกหนักในทุกพื้นที่ ส่งผลให้บางพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ชะล้างหน้าดินเกิดเป็นดินโคลนถล่มหรือดินสไลด์ทับบ้านเรือนพื้นที่และเส้นทางสัญจรของประชาชน สิ่งที่มักตามมาคือ โรคและภัยสุขภาพ ที่มากับน้ำท่วมขัง และพื้นที่ชื้นแฉะ เช่น โรคน้ำกัดเท้า โรคติดเชื้อ แมลงมีพิษกัดต่อย จมน้ำ อุบัติเหตุจากของมีคมตำและไฟฟ้าดูด เป็นต้น ซึ่งโรคติดเชื้อที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือโรคฉี่หนูหรือ Leptospirosis โรคอุจจาระร่วง โรคตาแดง โรคน้ำกัดเท้า และงูกัด

นายแพทย์สุเมธ องค์วรรณดี ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ กล่าวว่า จากข้อมูลในระบบเฝ้าระวังสถานการณ์โรค (รง.506) ของ สคร.1 ชม. ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 18 สิงหาคม 2561 พบผู้ป่วยโรค ฉี่หนูหรือ Leptospirosis จำนวน 172 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต อัตราป่วยสูงสุดอยู่ที่จังหวัดน่าน = 6.25 ต่อประชากรแสนคน ; โรคอุจจาระร่วง พบผู้ป่วยจำนวน 87,222 ราย อัตราป่วยสูงสุดอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน = 2,090.43 ต่อประชากรแสนคน ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต ; โรคตาแดง พบผู้ป่วยจำนวน 9.234 ราย อัตราป่วยสูงสุดอยู่ที่จังหวัดน่าน =2.94 ต่อประชากรแสนคน ; งูกัด พบคนถูกงูกัดจำนวน 12 คนที่ เชียงใหม่และน่าน จังหวัดละ 6 คน ไม่พบผู้เสียชีวิต

โรคฉี่หนู หรือ Leptospirosis เกิดจากเชื้อเลปโตสไปรา ติดต่อจากเชื้อที่ถูกปล่อยออกมากับปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อปนเปื้อนอยู่ตามน้ำ ดินที่เปียกชื้น หรือพืช ผัก เชื้อสามารถไชเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนังตามรอยแผลและรอยขีดข่วน และเยื่อบุของปาก ตา จมูก นอกจากนี้ยังสามารถไชเข้าทางผิวหนังปกติที่อ่อนนุ่มเนื่องจากแช่น้ำอยู่นาน คนมักติดเชื้อโดยอ้อมขณะย่ำดินโคลน แช่น้ำท่วมหรือว่ายน้ำ หรืออาจติดโรคโดยตรงจากการสัมผัสเชื้อในปัสสาวะสัตว์หรือเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ เชื้ออาจเข้าร่างกายโดยการกินอาหารหรือน้ำ หรือการหายใจเอาละอองนิวเคลียสจากของเหลวที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป หลังเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ใช้เวลาประมาณ 10 วัน จึงจะแสดงอาการ อาการที่พบบ่อยได้แก่ ไข้เฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง (มักปวดที่น่อง โคนขา กล้ามเนื้อหลังและน่อง) ตาแดง ป้องกันโดย หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ แช่หรือลุยในน้ำที่อาจปนเปื้อนเชื้อจากปัสสาวะสัตว์นำโรค หรือถ้าจำเป็นควรสวมรองเท้าบู๊ท สวมถุงมือ

โรคอุจจาระร่วง มีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ค้างคืน มีแมลงวันตอม ดื่มน้ำไม่สะอาดหรือมีการปนเปื้อนของเชื้อโรค โดยผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงจะมีอาการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำตั้งแต่ 3 ครั้ง/วัน หรือมากกว่า หรือถ่ายมีมูกหรือปนเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง อาเจียนบ่อย กินอาหารไม่ได้ กระหายน้ำกว่าปกติ มีไข้สูง การป้องกันโรคให้ยึดหลัก “กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ” โดยรับประทานอาหารเฉพาะที่ปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อนและสะอาด หลีกเลี่ยงการปรุงโดยวิธีลวกหรือพล่าสุกๆ ดิบๆ สำหรับอาหารที่รับประทานไม่หมดต้องเก็บในตู้เย็นและนำมาอุ่นก่อนรับประทานใหม่ แต่หากมีรสหรือกลิ่นผิดปกติไม่ควรรับประทานเด็ดขาด และหมั่นล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร หลังขับถ่าย และหลังสัมผัสสิ่งสกปรก ที่สำคัญควรปฏิบัติตนให้ถูกหลักสุขอนามัย

โรคตาแดง เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตา ติดต่อโดยการสัมผัสคลุกคลีกับผู้ป่วยโรคตาแดง หรือน้ำสกปรกเข้าตา ซึ่งจะมีอาการตาแดง เคืองตา น้ำตาไหล เจ็บตา มักมีขี้ตามาก ตาบวม จะเป็นอยู่ประมาณ 5-14 วัน การป้องกันโรคนี้ ประชาชน ควรล้างมือด้วยน้ำและสบู่ ไม่คลุกคลีใกล้ชิดหรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย อย่าให้แมลงหวี่หรือแมลงวันตอมตา หมั่นดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย เครื่องใช้ต่างๆ เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และหากป่วยเป็นโรคตาแดง ไม่ควรซื้อยามาหยอดเอง ควรรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที และควรหยุดเรียนหรือหยุดงานรักษาตัวที่บ้าน ไม่ควรลงเล่นน้ำในสระหรือคลอง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายในน้ำ เพราะโรคนี้อาจแพร่กระจายไปสู่คนอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังมีโรคน้ำกัดเท้า ซึ่งเกิดจากเชื้อราจากการที่เท้าแช่อยู่ในน้ำที่สกปรกเป็นเวลานาน หรือมีความชื้นที่เท้าอยู่ตลอดเวลา เป็นอาการทางผิวหนังที่พบบ่อยในช่วงที่มีน้ำท่วมขัง โดยเชื้อราจะทำให้ผิวหนังซอกนิ้วเท้าแดง ขอบนูนเป็นวงกลมและคัน หากเกา แผลจะแตกและมีน้ำเหลืองเยิ้มออกมา คำแนะนำเพื่อป้องกันโรคน้ำกัดเท้าคือ หลีกเลี่ยงการเดินในที่ที่มีน้ำท่วมขัง ถ้าจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบู๊ท และเช็ดเท้าให้แห้งทุกครั้งหลังขึ้นจากน้ำ และหากผิวหนังเริ่มเปื่อย เกิดตุ่มคัน น้ำกัดเท้า หรือมีบาดแผล ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาก่อนลุกลาม

สำหรับสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 มค. – 11 สค. 2561 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 ได้รับรายงานผู้ป่วย จำนวนทั้งสิ้น 13,191 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 225.27 ต่อประชากรแสนคน ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิตมีอัตราป่วย สะสมต่อประชากรแสนคน สูงเป็นลำดับที่ 1 ของประเทศ กลุ่มอายุที่พบสูงสุดคือ 0 – 4 ปี อัตราป่วยเท่ากับ 1,082.51 ราย รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 5-9 ปี, 10-14 ปี, 25-34 ปี อัตราป่วยเท่ากับ 840.43 , 428.5 , 170.68 ต่อประชากรแสนคน ตามลำดับ จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือจังหวัดเชียงใหม่ อัตราป่วยเท่ากับ 350.40 รองลงมาคือ พะเยา, ลำปาง, น่าน, ลำพูน, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, แพร่, อัตราป่วยเท่ากับ 278.43 , 203.44 , 193.03 , 190.55 , 159.89 , 79.32 , 64.51 ต่อประชากรแสนคน ตามลำดับ

นายแพทย์สุเมธ กล่าวต่อไปว่า ภัยสุขภาพที่สำคัญอื่นๆในช่วงน้ำท่วมคือ แมลงมีพิษกัดต่อย และไฟฟ้าดูด โดยอันตรายที่เกิดจากแมลงมีพิษกัดต่อยช่วงน้ำท่วม เช่น งู ตะขาบ แมงป่อง ที่หนีน้ำท่วมเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านเรือน ซึ่งหากไม่ระวังก็อาจถูกสัตว์เหล่านี้กัดหรือต่อยได้ การป้องกันควรตรวจสอบจุดต่างๆ ของบ้านหลังจากฝนตก หากพบเจอสัตว์มีพิษควรตั้งสติให้ดี และเรียกผู้ชำนาญมาช่วย หรือในกรณีที่ถูกงูกัด ควรจดจำลักษณะของงูว่าเป็นงูชนิดใดเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง และให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ลดการเคลื่อนไหวอวัยวะที่ถูกงูกัด และไม่ควรขันชะเนาะ เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นขาดเลือดไปเลี้ยงเกิดเป็นเนื้อตาย และห้ามกรีดแผล ดูดแผล ใช้ไฟ/ไฟฟ้าจี้ที่แผล โปะน้ำแข็ง สมุนไพรพอกแผล ดื่มสุรา กินยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของแอสไพริน ที่สำคัญให้นำส่งสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดและโดยเร็วที่สุด ส่วนในกรณีที่ถูกตะขาบ แมงป่องกัด ให้ทาแผลด้วยแอมโมเนียหรือครีมไตรแอมซิโนโลน หากมีอาการปวดมากหรือมีอาการแพ้ เช่น หนังตาบวม หายใจไม่สะดวก ควรรีบไปพบแพทย์

สำหรับการถูกไฟฟ้าดูด อาจทำให้บาดเจ็บรุนแรง พิการ และเสียชีวิตได้ ขอให้ประชาชนระมัดระวังและป้องกันตนเองโดยก่อนน้ำท่วมควรขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและสิ่งของจำเป็นไว้ที่สูงหรือที่ปลอดภัย น้ำท่วมไม่ถึง และถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน งดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด รวมถึงห้ามเปิดปิดสวิทซ์ไฟโดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะตัวเปียกหรือยืนแช่น้ำ และหากระดับน้ำท่วมขังสูงเกินกว่าปลั๊กหรือเมนสวิทซ์อย่าเดินลุยน้ำ ให้หาวัสดุที่เป็นฉนวนไฟฟ้า เช่น ลังไม้ กล่องพลาสติก เพื่อใช้เป็นทางเดินไม่ให้ร่างกายถูกน้ำ

และเนื่องจากช่วงนี้ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องดินมีการอุ้มน้ำในปริมาณสูง จึงเสี่ยงต่อดินถล่ม ผู้ที่อยู่ใกล้ภูเขาหรือแหล่งน้ำต้องระวังติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422 ฟรี 24 ชม.