ยาตราบารมี “ครูบาเจ้าศรีวิชัย” บูรณะปฏิสังขรณ์วัด จากลำพูนสู่พะเยา

0
698

ระยะเวลาเพียงเดือนครึ่งที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยเดินทางจากจังหวัดลำพูนไปพะเยานั้น ท่านได้สร้างวัดตามเบี้ยบ้ายรายทางจำนวนมากกว่า 40 แห่ง บทบาทของเมืองพะเยาที่เข้ามามีความสัมพันธ์กับการเดินทางไปบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามจำนวนมหาศาลของครูบาเจ้าศรีวิชัยในเขตจังหวัดเชียงราย พะเยา รวมถึงตอนเหนือของจังหวัดลำปางนั้น เริ่มต้นจากการที่พระครูศรีวิราชวชิรปัญญา (ปินตา ชอบจิต) ผู้เป็นเจ้าคณะแขวงเมืองพะเยาและเป็นเจ้าอาวาสวัดหัวข่วงแก้ว วัดราชคฤห์ในขณะนั้น (ระหว่าง พ.ศ. 2404-2487 ต่อมาพระครูศรีวิราชวชิรปัญญาเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ) ได้ทราบกิตติศัพท์ว่าที่ลำพูนมีพระภิกษุชื่อดังมากรูปหนึ่ง คือครูบาเจ้าศรีวิชัย สามารถบูรณะก่อสร้างเสนาสนะวัดสำคัญตามอารามต่างๆ จำนวนนับร้อยกว่าแห่ง เป็นผลสำเร็จราวปาฏิหาริย์ แต่ละวัดใช้เวลาไม่นาน อีกทั้งใช้งบประมาณไม่มาก เนื่องด้วยหากท่านดำริฟื้นฟูวัดไหนก็ตาม เหล่าสานุศิษย์จะยกทีมมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ

ในขณะที่วัดพระเจ้าตนหลวง ริมกว๊านพะเยา (ทุ่งเอี้ยง) ถูกทิ้งร้างมานาน สภาพวัดทรุดโทรม พระวิหารผุพัง ยากต่อการบูรณปฏิสังขรณ์ พระครูศรีวิราชวชิรปัญญาจึงมอบหมายให้ลูกศิษย์จากเมืองพะเยาชื่อ ครูบาปัญญา เดินทางไปอาราธนาครูบาเจ้าศรีวิชัยมาเป็นประธานในการบูรณปฏิสังขรณ์ โดยต้องรอคำตอบจากครูบาเจ้าศรีวิชัยถึงสามครั้ง กว่าจะตอบตกลงรับเป็นประธานในการบูรณะ

เมื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยตัดสินใจรับเป็นประธาน ท่านได้เดินทางผ่านสถานที่ต่างๆ ดังที่เรียกกันว่า เส้นทางยาตราบารมีครูบาเจ้าศรีวิชัย ลำพูนเชียงใหม่เชียงรายพะเยาลำปาง” โดยการเดินทางตั้งต้นที่วัดเชียงยัน (ปัจจุบันเป็นคณะเชียงยัน วัดพระธาตุหริภุญชัย) อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน คณะที่ติดตามมีทั้งพระภิกษุ สามเณร ฆราวาส ที่เป็นทั้งโยมอุปัฏฐาก สล่า ชาวเขาเผ่าต่างๆ โดยเฉพาะเผ่ากะเหรี่ยง จำนวนเริ่มต้นมากกว่า 300 ชีวิต ซึ่งต้องขนเอาวัสดุก่อสร้างประเภทเครื่องรัก เครื่องทอง กระจกจืน (กระจกตะกั่ว) และเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้างติดตัวไปด้วย

ตามข้อตกลงระหว่างครูบาเจ้าศรีวิชัยกับพระครูศรีวิราชวชิรปัญญา ที่แบ่งภารกิจว่า ขอให้ทางพะเยาเตรียมอิฐเผา ปูน ไม้สัก เสาขนาดใหญ่ไว้ ส่วนงานเชิงประณีต เครื่องรัก เครื่องเขิน งานประดับตกแต่ง งานแกะสลักหน้าบัน ทางลำพูนจะเตรียมช่างและอุปกรณ์ที่มีอยู่ไปช่วย

การเดินทางเป็นการเดินเท้า บางครั้งหามแคร่หรือเสลี่ยงให้ครูบาเจ้าศรีวิชัยนั่ง มิได้ใช้พาหนะใดๆ นานครั้งจึงจะมีพ่อค้าวัวต่างโคจรมาร่วมสมทบ นำเกวียนมาให้ครูบาเจ้าศรีวิชัยนั่งบางช่วงสั้นๆ

รายละเอียดทั้งหมดปรากฏในคร่าวซอของพระภิกษุท้าวสุนทรพจนกิจและตำนานวัดพระเจ้าตนหลวง ระบุวันออกเดินทางว่าเป็นวันแรม 6 ค่ำ เดือน 3 เหนือ ปี 2465 เมื่อตรวจสอบกับปฏิทิน 120 ปีแล้วพบว่าตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน 2465 และเดินทางถึงวัดพระเจ้าตนหลวงเมื่อเย็นวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 4 เหนือ ปี 2465 ตรงกับวันอังคารที่ 26 ธันวาคม 2465 รวมระยะเวลาการเดินทางทั้งสิ้น 48 วัน หรือประมาณ 7 สัปดาห์

สรุปเส้นทางการแวะพักตามสถานที่ต่างๆ ดังนี้

๏ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2465 ออกจากวัดเชียงยัน จังหวัดลำพูน ถึงวัดประตูป่า จังหวัดลำพูน เวลาบ่ายสองโมง นำทองคำเปลว 2,000 อับ (ห่อ) มอบให้ครูบาธรรมไชย ใช้ติดหน้าบันที่หอธรรมของวัด ครูบาปัญญามารับนิมนต์จำวัดที่วัดเดื่องก 1 คืน

๏ วันที่ 20 พฤศจิกายน ครูบาปัญญาจัดเรือให้ครูบาเจ้าศรีวิชัยพาคณะข้ามแม่น้ำปิง จากลำพูนสู่เชียงใหม่ ผ่านบ้านช่างคำน้อย ศรัทธาบ้านท้าวผายู นิมนต์จำวัด 1 คืน

๏ วันที่ 11-13 พฤศจิกายน ไปวัดท้าวคำวัง นิมนต์จำวัด 2 คืน

๏ วันที่ 13 พฤศจิกายน ครูบาอริยะ นิมนต์ไปวัดท้าวบุญเรือง จำวัด 1 คืน

๏ วันที่ 14 พฤศจิกายน ออกเดินทางไปวัดดอนปิน ชาวบ้านกำลังก่อสร้างศาลา ขอให้ครูบาเจ้าศรีวิชัยเป็นประธานกำหนดรูปแบบการบูรณะวิหาร รอมเงิน 50 รูเปีย จำวัด 1 คืน

๏ วันที่ 15-19 พฤศจิกายน ครูบาแก้ววัดป่าแดงนิมนต์สร้างหอธรรม 1 หลัง จำวัด 5 คืน

๏ วันที่ 20 พฤศจิกายน ครูบาเมธาวี แห่งวัดดอกเอื้องเอารถ (เรียกรถมอเตอร์) มานิมนต์รับครูบาเจ้าศรีวิชัยที่วัดป่าแดง แต่ครูบาเจ้าศรีวิชัยไม่นั่งไปด้วย เพราะต้องการแวะวัดฝายหิน (อาจเพื่อสักการะกู่อัฐิพระอไภยสารทะ สังฆปาโมกข์ ก็เป็นได้) ลัดเลาะเลียบเชิงดอยสุเทพไปถึงร่องห้า แวะวัดสวนดอก ผ่านศาลากลาง (เก่า) จึงไปพบครูบาเมธาวีที่วัดดอกเอื้อง (ตั้งอยู่ในคูเมืองสี่เหลี่ยมใกล้ประตูท่าแพ) ครูบาเมธาวีเกิดปีติร้องห่มร้องไห้ดีใจยามสนทนากับครูบาเจ้าศรีวิชัย รอมเงินทำบุญ 10 รูเปีย คณะครูบาเจ้าศรีวิชัยรับนิมนต์ไปจำวัดที่วัดล่ามช้าง 1 คืน

๏ วันที่ 21 พฤศจิกายน รุ่งเช้า ครูบาเมธาวียังคงติดตามไปส่งคณะครูบาเจ้าศรีวิชัยเดินทางมุ่งหน้าขึ้นทิศเหนือ ผ่านโรงเลื่อยไม้ คณะจำวัดที่วัดป่าตัน 1 คืน

๏ วันที่ 22 พฤศจิกายน คณะมุ่งหน้าไปวัดลังกา (ปัจจุบันไม่มีแล้ว) จำวัด 1 คืน

๏ วันที่ 23 พฤศจิกายน นั่งเรือข้ามแม่น้ำปิง ผ่านตำบลหนองเส้ง บ้านสันทราย แม่หย้อย ชาวบ้านให้ครูบาเจ้าศรีวิชัยขึ้นนั่งรถลาก ต่อมาครูบาเมธาวีหารถไปส่งครูบาเจ้าศรีวิชัยที่ตลาดบ่อหิน จำวัดวัดบ่อหิน 1 คืน

๏ วันที่ 24 พฤศจิกายน เจ้าอธิการ “พะยากสำนัก” (นิกายเงี้ยวจากเมืองพยาก) มารับครูบาเจ้าศรีวิชัยไปสำนัก จากนั้นมุ่งหน้าไปท่าน้ำเล็กๆ ชื่อขี้เหล็ก ชาวดอยสะเก็ดมารับหามขึ้นจนถึงวัดพระธาตุดอยสะเก็ด จำวัด 4 คืน ระหว่าง 24-27 พฤศจิกายน ช่วยสร้างพระอุโบสถ 200 รูเปีย

๏ วันที่ 28 พฤศจิกายน ขาลงจากดอย รถลาก-คานหามหัก แวะวัดหนองบัว วัดแม่ดอกแดง สวนอ้อย ม่อนหน้าผาชาม ปางสัก พักปางชมพู 1 คืน

๏ วันที่ 29 พฤศจิกายน ขึ้นเขาลงห้วยต่อ ถึงกาดผี โป่งดินแดง มีพ่อค้าวัวต่างชาวไทใหญ่ 3 คนเอาเกวียนให้ครูบาเจ้าศรีวิชัยนั่ง ผ่านดงดอยทุรกันดาร ใกล้ถึงดงพยัคโฆ พ่อค้าเงี้ยวกลัวเสือขอแยกตัวไปทางอื่น คณะยาตราบารมีจำวัดกลางห้างนาที่แม่หวาน 1 คืน

๏ วันที่ 30 พฤศจิกายน พระอาทิตย์ขึ้นเดินทางต่อ ขนานลำน้ำกวง บุกป่าฝ่าเหว ผ่านพงป่าอ้อ ปางแฟน พักปางไม้แดง ผ่านปางนาน้อย ปางเพา ยางขุนควง (ทำป่าเหมี้ยง) ราว 100 กว่าคนมานิมนต์ให้จำวัดในหมู่บ้าน 1 คืน

๏ วันที่ 1 ธันวาคม ข้ามดอยนางแก้ว ผีปันน้ำ ปางสัน พ้นเขตเชียงใหม่สู่เขตเชียงราย ผ่านแม่โถ ปางงิ้วเถ้า โป่งน้ำร้อน บ้านจำบอน บ้านชุมพู บ้านบวกขอน มียางและเงี้ยวมาต้อนรับ 3,000 คน จำวัดที่วัดแม่เจดีย์ แขวงป่าเป้า 1 คืน

๏ วันที่ 2 ธันวาคม ไปวัดสันกู่แก้ว รอมเงินสร้างวิหาร 50 รูเปีย ที่นี่มีคนมาล้มตัวลงนอนให้ครูบาเจ้าศรีวิชัยเหยียบหลัง เหมือนดั่งที่พระพุทธเจ้าทีปังกรเหยียบกายสุเมธดาบส ไปวัดป่าสา รอมเงินสร้างศาลา 20 รูเปีย ไปวัดแม่ขะจาน ร่วมสร้างธรรมาสน์ 100 รูเปีย บรรพชาสามเณร 37 รูป อุปสมบทพระภิกษุ 2 รูป จำวัดวัดแม่ขะจาน 1 คืน

๏ วันที่ 3 ธันวาคม ผ่านบงน้อย ขนานแม่กวง ไปวัดป่างิ้วงาม (ปัจจุบันคือป่างิ้ว) ชาวบ้านนับพันเอาผ้าโพกหัวให้ท่านเหยียบ และนอนให้เหยียบหลัง ที่วัดป่างิ้วงาม ครูบาเจ้าศรีวิชัย รอมเงินสร้างวิหาร 100 รูเปีย บรรพชาสามเณร 44 รูป อุปสมบทพระภิกษุ 5 รูป คืนนั้นตรงกับขึ้น 15 ค่ำ จำวัดวัดป่างิ้วงาม 3 คืน

๏ วันที่ 6 ธันวาคม แรม 3 ค่ำไปถึงวัดสรีค้ำ (ศรีคำเวียง) จำวัดที่วัดป่าเป้า (ปัจจุบันคือวัดป่าม่วง) 4 คืน ระหว่าง 6-9 ธันวาคม รอมเงินสร้างวิหาร 50 รูเปีย บรรพชาสามเณร 26 รูป อุปสมบทพระภิกษุ 6 รูป

๏ วันที่ 10 ธันวาคม ไปวัดศรีสุทธาวาส รอมเงินสร้างวิหาร 200 รูเปีย จำวัด 2 คืน

๏ วันที่ 12 -13 ธันวาคม ผ่านนาไลย บ้านป่าข่า ห้วยหมากจอม โป่งเหม็น ดงชา ห้วยไร่ทรายขาว ท่าค้อ มีคนมาเบียดแย่งกันนอนให้เหยียบหลัง พักวัดแม่ต๋ำ 2 คืน รอมเงินสร้างกุฏิ 100 รูเปีย

๏ วันที่ 14 ธันวาคม ผ่านห้วยดินดำ นางบัวผันเอามันเผือกส้มมาถวาย ผ่านไปห้วยบง ห้วยหมอเถ้า จำวัดวัดเจดีย์หลวง 1 คืน รอมเงินสร้างวิหาร 100 รูเปีย

๏ วันที่ 15 ธันวาคม ผ่านห้วยส้ม ห้วยตอง ห้วยลึก ป่าทึง มีพ่อค้าวัวต่างที่ค้าขายระหว่างเชียงใหม่-เชียงตุง ชื่อขุนชื่นนายร้อย นิมนต์ขึ้นบนบ้าน จากนั้นไปจำวัดวัดจุมปา (สันจำปา) 1 คืน

๏ วันที่ 16 ธันวาคม นายคำอ้าย มานิมนต์ให้ขึ้นไปป่าเหมี้ยงขุนพริก เส้นทางลัดจากแม่สรวยไปเมืองพาน (ปัจจุบันคือเส้นปางป่าเขาอุทยานดอยหลวง) ผ่าน(วัดคีรี)ท่าสุด ปางแม่พริก ปางซาง ผ่านขุนเขาลำเนาไพรป่าชัฏ จำวัดแม่พริกใต้ 1 คืน

๏ วันที่ 17 ธันวาคม ขึ้นป่าเหมี้ยงปางเหนือ ไต่เขาอันตรายสูงชัน ดงสิงห์สาราสัตว์ จำวัด 1 คืน บริเวณดอนห้วยหาด สร้างวัดหนึ่งแห่ง (ปัจจุบันคือ ปงสนุก) สำหรับให้ภิกษุจำวัดได้ 50 รูป

๏ วันที่ 18-19 ธันวาคม มีชาวม้งและมูเซอมาใส่บาตรกลางดอย เข้าป่าปีนผาสูงเรียกม่อนเคียะ (ไม้สนเกี๊ยะ) ผ่านดอยตายโหง ถ้ำโคหา ลงสู่ฟากแขวงเมืองพาน (สิ้นสุดเส้นทางหฤโหดของเขตอุทยานดอยหลวง) ขุนบำรุงกิจการ (บ้างเรียกขุนสวัสดิ์บำรุง) พ่อเมืองพานมารอรับ นิมนต์ไปวัดป่าผาง (ทุ่งมะฝาง) รอมเงินสร้างวิหาร 50 รูเปีย บรรพชาสามเณร 18 รูป อุปสมบทพระภิกษุ 2 รูป ชาวเมืองพานแห่มาต้อนรับ 3,000 คน ต่อมาวัดป่าเปา (วัดพื้นเมือง) นิมนต์ไปจำวัดที่นั่น 2 คืน บรรพชาสามเณร 31 รูป อุปสมบทพระภิกษุ 2 รูป

๏ วันที่ 20 ธันวาคม วัดบ้านกาดใจจงนิมนต์ไปรับทาน ข้ามทุ่งหลวง ข้ามทุ่งน้อย สู่บ้านป่าบง คนมาแห่รับ 5,000 เศษ คนเบียดเข้าพบครูบาเจ้าศรีวิชัยจนกุฏิไม้หักพัง จำวัด 1 คืน รอมเงินสร้างกุฏิวัดป่าบงหลังใหม่ 100 รูเปีย บรรพชาสามเณร 39 รูป

๏ วันที่ 21-22 ธันวาคม ไปบ้านป่ากวาว บ้านม่วงคำ เด่นหนองเขียว ถึงวัดสันกอง จำวัด 2 คืน รอมเงิน 100 รูเปีย สร้างเจดีย์ บรรพชาสามเณร 7 รูป อุปสมบทพระภิกษุ 2 รูป

๏ วันที่ 23-24 ธันวาคม ไปวัดสันปูแกงเหนือ วัดป่าสักใต้ บ้านแม่เย็น ทุ่งน้อย ป่าแฝก บ้านคอกหมู รอมบุญ 30 รูเปียสร้างวิหารวัดป่าแฝกเหนือ ไปบ้านแม่ไชย (แม่ใจ) จำวัดที่วัดแม่ไชยปงสนุก (วัดศรีสุพรรณ) 2 คืน ทำบุญให้วัด 20 รูเปีย

๏ วันที่ 25 ธันวาคม ไปวัดสันขี้เหล็ก บ้านแม่พึม (แม่ปืม) บรรพชาสามเณร 1 รูป ต่อไปยังวัดดอนตัน (ปัจจุบันคือ วัดศรีดอนตันที่อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา) รอมเงินสร้างวิหาร 50 รูเปีย จำวัดที่วัดรางซาย (ปัจจุบันคือวัดสันทราย) 1 คืน พร้อมรอมเงิน 20 รูเปียทำบุญให้วัด

๏ วันที่ 26 ธันวาคม ผ่านป่าตุ้ม ร้องงัวแดง ต้นเผิ้ง โป่งเกลือเหนือ โป่งเกลือใต้ พระสิทธิวงส์ วัดสันหมื่นแก้วนิมนต์รับผ้าป่า ผ่านห้วยบง ปงขาม ห้วยเคียน ร่องห้า ผามวัว

ถึงวัดศรีโคมคำ ในวันอังคารที่ 26 ธันวาคม เวลาเย็น เดือนสี่เหนือ ขึ้น 9 ค่ำ ปีเล้า

สิ้นสุดเส้นทางยาตราบารมี 48 วัน

หมายเหตุ :ข้อมูลจากหนังสือ “ครูบาเจ้าศรีวิชัย” เล่ม 3 ตอนตามรอยการปฏิสังขรณ์ก่อสร้างปูชนียสถานโบราณวัตถุจังหวัดพะเยา จัดพิมพ์โดยสมาคมชาวลำพูน (กรุงเทพมหานคร) ดร.เพ็ญสุภา สุขคตะ เป็นบรรณาธิการเรียบเรียง