วัดศรีโคมคำ หัวใจแห่งภูกามยาว

0
778

ต่อจากบทความฉบับที่แล้ว ได้กล่าวถึงเส้นทาง “ยาตราบารมีครูบาเจ้าศรีวิชัย” จากลำพูน-เชียงใหม่-เชียงราย-พะเยา พบว่าท่านได้สร้างและบูรณะวัดวาอารามในช่วงสั้นๆ แค่ 48 วันระหว่างต้นเดือนพฤศจิกายน – ปลายเดือนธันวาคม 2465 จำนวนมากกว่า 40 แห่ง ในระหว่างที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยพักจำพรรษาอยู่ที่วัดพระเจ้าตนหลวง (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดศรีโคมคำ”) เพื่อช่วยบูรณะวัดแห่งนี้ ท่านยังได้เดินทางไปสร้างและซ่อมวัดต่างๆ ในพะเยา เชียงราย และลำปางอีกจำนวนหลายวัด

เฉพาะวัดในจังหวัดพะเยาที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยสร้างและบูรณะนั้น ที่สามารถรวบรวมมาได้มีทั้งสิ้นจำนวน 25 แห่ง (นอกจากนี้ยังมีวัดที่ท่านมอบหมายให้ลูกศิษย์ไปดำเนินการแทนอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่สามารถพรรณนาได้ครบหมดทุกแห่งในที่นี้) วัดทั้ง 25 แห่ง จำแนกตามอำเภอต่างๆ ได้ ดังนี้

๏ อำเภอเมือง ประกอบด้วย 1.วัดศรีโคมคำ 2.วัดพระธาตุจอมทอง 3.วัดลี 4.วัดพระธาตุดอยน้อย 5.วัดโป่งเกลือ 6.วัดใหม่หลวง (บ้านใหม่) 7.วัดพระธาตุภูขวาง

๏ อำเภอแม่ใจ ประกอบด้วย 8.วัดพระธาตุจำม่วง 9.วัดเหล่าธาตุ (หางยอย) 10.วัดศรีดอนมูล (เหล่ากลางไชยใต้) 11.วัดป่าแฝกเหนือ 12.พระธาตุกลางทุ่ง (พระธาตุจอมกู่ ร้าง) 13.วัดโพธาราม (ศรีถ้อย) 14.วัดศรีดอนตัน 15.วัดศรีสุพรรณ (แม่ไชยปงสนุก)

๏ อำเภอภูกามยาว ประกอบด้วย 16.วัดปูปอ 17.วัดพระธาตุภูขวาง (หลวง) 18.วัดม่อนป่าสัก

๏ อำเภอดอกคำใต้ ประกอบด้วย 19.วัดพระธาตุจอมไคร้ 20.วัดพระธาตุแจ้โหว้ 21.วัดศรีเมืองมูล

๏ อำเภอจุน ประกอบด้วย 22.วัดพระธาตุขิงแกง 23.วัดพระธาตุห้วยไคร้ (ม่อนศิลาขาว)

๏ อำเภอเชียงคำ ประกอบด้วย 24.วัดเชียงบาน 25.วัดศรีบุญเรือง

ในบทความนี้ ขอกล่าวถึงผลงานของครูบาเจ้าศรีวิชัยเฉพาะเรื่องราวของวัดศรีโคมคำเท่านั้น เนื่องจากเป็นวัดที่สำคัญยิ่งถือเป็นหัวใจแห่งอาณาจักรภูกามยาว

วัดศรีโคมคำ

เดิมชื่อ “วัดพระเจ้าตนหลวง” และยังมีอีกชื่อในตำนานว่า “วัดทุ่งเอี้ยง” เรียกตามหนองน้ำ (กว๊าน) ขนาดใหญ่ที่มีนกเอี้ยงมาเกาะจำนวนมาก วัดสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2067 สมัยพระเมืองตู้เป็นเจ้าเมืองพะเยา (อดีตเรียกอาณาจักรภูกามยาว) พระเจ้าตนหลวงเป็นพระประธานภายในวิหารหลวงเริ่มสร้าง พ.ศ. 2044 สมัยพระเมืองยี่เป็นเจ้าเมืองพะเยาและสร้างแล้วเสร็จ พ.ศ. 2067 มีหน้าตักกว้าง 16 เมตร สูง 18 เมตร เป็นพระพุทธรูปสำคัญประจำเมืองพะเยาและมีขนาดใหญ่ที่สุดในล้านนา มีงานประเพณีนมัสการพระเจ้าตนหลวงประจำปี “เดือน 8 เป็ง” (เดือน 8 เหนือ ขึ้น 15 ค่ำ ประมาณเดือนพฤษภาคม)

การสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่โตมากเป็นพิเศษ ในลักษณะ “พระเจ้าตนหลวง” ซึ่งตรงกับภาษาภาคกลางว่า “พระเจ้าโต” นี้ มีแนวคิดตั้งใจให้เป็นองค์แทนของพระอดีตพุทธเจ้าพระองค์แรกในภัทรกัป ผู้ทรงมีพระนามว่า “พระกกุสันธะ” หรือ “กกุสันโธ” ซึ่งเอกสารทุกฉบับระบุตรงกันว่ามีพระวรกายใหญ่ที่สุดในบรรดาพระพุทธเจ้าองค์อื่นๆ ที่ร่วมกัปเดียวกัน

การเปรียบเทียบว่า “พระเจ้าตนหลวง” คือองค์แทนของพระพุทธเจ้ากกุสันโธ ปรากฏอยู่ใน “ตำนานพระเจ้าตนหลวงทุ่งเอี้ยงเมืองพะเยาปางเดิม” แต่งในปี 2465 ว่า

“พระพุทธเจ้าได้ทรงสั่งพญาอินทร์และพญานาค ว่าต่อไป ถ้าผู้ทานพลูมาเกิดเมื่อใด ให้พญานาคไปเอาทองคำที่เมืองนาคมาฝากไว้ที่สระหนอง ให้นาคเป็นชายผู้บอกทางนำผู้ทานพลู ไปชี้ทองคำกลางหนอง ออกมาเป็นส่วนบริจาคให้ก่อสร้างพุทธปฏิมา ให้นาคเนรมิตให้เป็นพุทธปฏิมาขนาดใหญ่เทียมเท่าพระกกุสันโธ โกนาคมน์ กัสสปะ

นาคได้เนรมิตเป็นพุทธปฏิมาองค์ใหญ่ เทียบได้กับพระกกุสันโธ การก่อสร้างพุทธปฏิมาได้สำเร็จในปีจุลศักราช 1031 เดือน 8 จึงได้นํากุศลส่วนที่สร้างพุทธปฏิมาไปถวายพระเมืองแก้ว เจ้าครองนครเชียงใหม่”

อนึ่ง ศักราชจากตำนานนี้น่าจะคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง เพราะเมื่อคำนวณจุลศักราช 1031 แล้ว พบว่าตรงกับช่วงที่ล้านนาตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่าคือพุทธศักราช 2212 ซึ่งเป็นยุคที่ไม่ตรงกับสมัยพระเมืองแก้ว (พ.ศ. 2038-2068) กษัตริย์ลำดับที่ 11แห่งราชวงศ์มังราย

นอกจากนี้ตำนานยังให้ข้อมูลว่า พระกกุสันโธมีความสูงถึง 32 ศอก แต่ตัวเลขดังกล่าวนี้ขัดแย้งกับข้อความใน “พระไตรปิฎกขุททกนิกาย พุทธวงศ์” ซึ่งระบุพระสรีระความสูงของพระพุทธเจ้ากกุสันโธว่าสูงถึง 40 ศอก กล่าวคือสรีระพระอดีตพุทธเจ้าที่ยิ่งมีอายุเก่ามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความสูงใหญ่มากขึ้นเท่านั้น เห็นได้ว่าในสมัยล้านนาได้มีการนําคติเรื่องสัดส่วนความสูงของพระอดีตพุทธ นํามาสร้างเป็นพุทธปฏิมาขนาดใหญ่

ผลงานของครูบาเจ้าศรีวิชัย

เมื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยรับเป็นแม่งานบูรณะวัดพระเจ้าตนหลวง ท่านขอให้พระครูศรีวิราชวชิรปัญญาเตรียมวัสดุก่อสร้าง คือ อิฐ ปูน ทราย หิน และเหล็ก ไว้ มีการบอกบุญคณะศรัทธาช่วยกันปั้นอิฐเตรียมไว้ได้ 200,000 ก้อน ครูบาเจ้าศรีวิชัยเดินทางมาถึงเมืองพะเยาเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2465 (เดือน 4 เหนือ ขึ้น 8 ค่ำ) และมาวัดศรีโคมคำช่วงเวลาเย็นของวันที่ 26 ธันวาคม 2465 พระครูศรีวิราชวชิรปัญญาได้นำดอกป้าน (บัวสาย) ที่มีกอเดียวออกดอก 15 ดอกและต้นข้าวที่กอเดียวมี 15 รวงที่ชาวบ้านไปพบมาถวายครูบาเจ้าศรีวิชัย ขณะเดียวกันคณะศรัทธาได้ก่อสร้างกุฏิ โรงอาบน้ำ โรงไฟ และโรงอาหารถวายครูบาเจ้าศรีวิชัย เริ่มรื้อวิหารพระเจ้าตนหลวงหรือวิหารหลวง 9 ห้องหลังเก่าในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 4 เหนือ ใช้เวลารื้อ 3 วัน เริ่มก่อสร้างวิหารหลังใหม่แรม 2 ค่ำ เดือน 4 เหนือ

มีผู้รับเป็นเจ้าภาพเสาวิหารหลวงจำนวน 13 ต้น ได้แก่

(1) นายจันทร์ (จีนจันทร์) บ้านหวด เมืองงาว แสนปิงยศ แสนศรีสองเมือง ขุนนิคม 1 ต้น (2) นายอินทร์ นายมิ่ง นางหน่อ นายตุ้ย นายวงศ์ นายศรี น้อยแก้ว น้อยหลาน นายกันทะวงศ์ และส่างปุณณะ 1 ต้น (3) พะก่าสร้อยคำ จองเมธา และนางป้อม 1 ต้น (4) นายสุข นายตาต๊ะ บ้านแม่สุข และนายศรีชัย 1 ต้น (5) พระยาประเทศอุดรทิศ (เจ้าน้อยมหาไชย ศีติสาร) เจ้าเมืองพะเยา 1 ต้น (6) พะก่าญาณะและนางปวน 1 ต้น (7) ส่างนันทิ บ้านแม่ต๋ำ 1 ต้น (8) น้อยวงศ์ถา 1 ต้น (9) ส่างอ่อนและน้อยพะก่า 1 ต้น (10) น้อยกุย กำนัน 1 ต้น (11) หนานวงศ์ถา บ้านแม่ใส 1 ต้น (12) พญาไชยชนะสงคราม (เจ้าหนานอินทจักร (อิ่นคำ) เชื้อเมืองพาน หรือ ขุนสวัสดิ์บำรุง หรือ หลวงพงษ์พูนสวัสดิ์) เจ้าเมืองพาน และเจ้าน้อยสิงห์คำ ทาอุปรงค์ บุตรชายของพญาเทพณรงค์ เจ้าเมืองป่าเป้า 1 ต้น (13) น้อยพรหม เมืองพะเยา 1 ต้น

วันที่ 1 มีนาคม 2465 (หากนับแบบปฏิทินปัจจุบันคือปี 2466) ยกเครื่องบนของวิหารพระเจ้าตนหลวง วิหารหลังนี้กว้าง 9 วา (18 เมตร) ยาว 29 วา (58 เมตร) และสูง 9 วา ใช้เงินในการก่อสร้าง 96,403 บาท ใช้ทราย 741 หลา หิน 87 หลา ปูนซีเมนต์ 600 กว่าถัง น้ำอ้อย 66,500 ปอนด์ ทองคำเปลว 273,635 แผ่น ยางรัก น้ำหนัก 1 แสน เหล็กเส้น 20,000 บาท และชาด ค่าจ้าง 370 บาท 8 สตางค์

สร้างอุโบสถ 1 หลัง ศาลาบาตรรอบวัด สร้างศาลากว้านทาน (ศาลาโรงทาน) 1 หลัง แล้วขึ้นไปสร้างวิหารวัดพระธาตุจอมทอง ก่อกำแพง บูรณะพระธาตุ บูรณะพระเจ้าตนหลวง ใช้ปูนซีเมนต์ 25 ถัง ทองคำเปลว 252,635 แผ่น น้ำยางรักปริมาณ 100,000 ชาดปริมาณ 20,000 รวมทั้งหมดเป็นเงิน 100,961 รูเปีย

เอกสารพระศรีวิชัยถวายพระราชกุศล (8 – 16 ต.ค. 2478) ระบุว่าท่านได้สร้างวิหารพระเจ้าตนหลวง พ.. 2465 สร้างกุฏิไฟเมื่อ พ.. 2476 ใช้เงินจำนวน 76 รูเปีย สร้างคัมภีร์ธรรมใช้เงิน 178 รูเปีย 25 สตางค์ สร้างห้องส้วมใช้จ่ายเงิน 76 รูเปีย 20 สตางค์ ซ่อมแซมศาลาใช้เงิน 38 รูเปีย 60 สตางค์ ปิดทองประตูวิหารหลวงใช้เงินจำนวน 1,321 รูเปีย 12 สตางค์ ปิดทองเสาวิหารหลวงใช้เงินจำนวน 625 รูเปีย 41 สตางค์

ส่วนตำนานครูบาศรีวิชัยแบบพิสดารและตำนานวัดสวนดอก กล่าวว่า

“…เถิงเดือนยี่ แรม 6 ค่ำ พุทธศักราช 2465 ท่านพระศรีวิชัยเจ้าภิกขุตนนั้นออกจากเมืองลำพูน ไปสร้างพระวิหารพะเยาที่โท่งเอี้ยง…”

“…จักไขจา บอกต้านกล่าวชี้ ตามเรื่องถ้อย รายงาน ท่านจักยกย้าย ไปส้างวิหาร สถานโคมฅำ พระเจ้าท่งเอี้ยง เตมาสา 3 เดือนแล้วเสี้ยง เจียงแรมไป คลาดแคล้ว กิตติกา มาสารอดแล้ว 6 ฅ่ำหั้น ยามแรม บนฤกฏ์ฟ้า บ่มีสังแกม 6 ฅ่ำยามแรม บ่มีหมิ่นฝ้า พุทธสก แม่น 65 ตระหวันมา เที่ยงทัด พระไชยา ท่านคลาจากวัด นิราสผ้าย เดินเมือ ขึ้นสู่ทิส วันตกแจ่งเหนือ ท่องเทียวเมือ เถิงม่วงพันต้น…”

ฉลองสมโภชวิหารพระเจ้าตนหลวงและถาวรวัตถุต่างๆ ในเดือนมีนาคม 2467 ฉลองสมโภชเป็นระยะเวลา 1 เดือน หลังจากครูบาเจ้าศรีวิชัยได้ฉลองวิหารพระเจ้าตนหลวงและถาวัตถุต่างๆ ของวัดศรีโคมคำแล้ว ได้มอบหมายให้ครูบาเขื่อนแก้ว คนฺธวํโส ผู้เป็นลูกศิษย์ ให้ดูแลบำรุงรักษาวิหารพระเจ้าตนหลวงและถาวรวัตถุต่างๆ หลังจากนั้นเมื่อ พ.ศ. 2473 ครูบาเจ้าศรีวิชัยได้ปรับพื้นที่บริเวณภายในวัดศรีโคมคำสิ้นค่าใช้จ่ายทั้งหมดจำนวน 4,929 รูเปีย 51 สตางค์ ส่วนวิหารพระเจ้าตนหลวงมีการบูรณะเมื่อ พ.ศ. 2508 น้ำท่วมเมืองพะเยาทำให้ฐานพระเจ้าตนหลวงทรุด ได้เทคอนกรีตเสริมเหล็กรองรับองค์พระเจ้าตนหลวง และครั้งล่าสุด พ.ศ. 2540 พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำผู้เพิ่งมรณภาพประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา) ได้เป็นประธานบูรณะครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนหลังคาวิหารและฉาบฝาผนังใหม่ ใช้เงินจำนวน 20,000,000 บาท

หมายเหตุ :ข้อมูลจากหนังสือ “ครูบาเจ้าศรีวิชัย” เล่ม 3 ตอนตามรอยการปฏิสังขรณ์ก่อสร้างปูชนียสถานโบราณวัตถุจังหวัดพะเยา จัดพิมพ์โดยสมาคมชาวลำพูน (กรุงเทพมหานคร) เรียบเรียงโดย ดร.เพ็ญสุภา สุขคตะ และภูเดช แสนสา