นักวิชาการยอมรับ คุมหมอกควันไม่ได้

0
86

นักวิชาการย้ำ! หมอกควันไฟป่า-ฝุ่น มาจากหลายสาเหตุสภาพภูมิอากาศตัวแปรสำคัญควบคุมไม่ได้นำฝุ่นเข้ามาเสริม ชี้ชัดเชียงรายจุดความร้อนมีน้อยแต่ค่า PM2.5 ยังพุ่ง ระดับพื้นที่แก้ยากต้องร่วมกันแก้ทั้งภูมิภาค ขณะที่ สดร. ผุดเทคโนโลยีไลดาร์ (LiDAR) นำมาพยากรณ์สถานการณ์ฝุ่นล่วงหน้าได้ 3 วัน เผยแม่ยำถึง 80% หวังใช้เป็นข้อมูลตั้งรับวิกฤติหมอกควัน

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ผศ.ดร.ชาคริต โชตอมรศักดิ์ หัวหน้าคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงสภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สถานการณ์ฝุ่นควัน PM 2.5 ในช่วงที่ผ่านมาก็เป็นปัจจัยร่วมทั้งในเรื่องของปัจจัยสภาพภูมิประเทศที่จังหวัดเชียงใหม่มีลักษณะเป็นแอ่ง ประจวบกับปัจจัยในเรื่องของแหล่งกำเนิดที่มีเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และพอพิจารณาร่วมกับปัจจัยของสภาพอากาศแล้วพบว่า ลมที่เป็นต้นลมที่พัดเข้ามาในพื้นที่นั้นได้สัมพันธ์กับพื้นที่ที่มีแหล่งกำเนิดจำนวนมากตรงนี้ด้วย นอกจากแหล่งกำเนิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่เอง ผลของแหล่งกำเนิดที่เกิดจากพื้นที่โดยรอบ และปัจจัยภูมิประเทศที่เป็นแอ่ง ก็ส่งผลทำให้สถานการณ์ฝุ่นควัน PM 2.5 ในช่วงที่ผ่านมาของจังหวัดเชียงใหม่มีสถานการณ์ระดับความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 อยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนั้นขอให้พี่น้องประชาชนป้องกันตนเอง เพื่อลดผลกระทบด้านสุขภาพด้วย

หัวหน้าคณะทำงานด้านวิชาการฯ กล่าวอีกว่า ในเรื่องของการดำเนินการป้องกันฝุ่นควัน ไฟป่า หมอกควันที่ต้องแก้ไข ถ้ามองมิติในเรื่องของอากาศ ปัญหาเรื่องของฝุ่นควัน PM 2.5 ปัญหามลพิษทางอากาศ เป็นปัญหาในระดับภูมิภาคที่จำเป็นต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน บางพื้นที่มีจุดความร้อนน้อยอย่างที่จังหวัดเชียงราย แต่ได้รับอิทธิพลของระดับความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 มาก ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ ปัญหาฝุ่นควันข้ามแดนหรือหมอกควันข้ามแดน ซึ่งไม่ใช่ว่ามาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเดียว แต่ในพื้นที่ที่เกิดในประเทศของเราเองก็ส่งผลกระทบซึ่งกันและกันด้วย
“ดังนั้นการแก้ใขปัญหาต้องมองในหลายสเกล เช่น ในระดับพื้นที่ อย่างในจังหวัดเชียงใหม่เองก็มีแผนบริหารจัดการที่ได้รับการสนับสนุนในทุกภาคส่วนอยู่แล้ว ในส่วนของปัญหาระดับภูมิภาคซึ่งมีจุดความร้อนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากทั่วทั้งภูมิภาคตามช่วงเวลาซึ่งสัมพันธ์กับกิจกรรมการใช้ที่ดินในห้วงเวลานี้ ปัญหาระดับภูมิภาคก็อาจจะมองในเรื่องของนโยบายที่จะต้องมีมาตรการการแก้ไขปัญหาระดับภูมภาคร่วมกันในหลายๆ ประเทศ แต่อย่างไรก็ตามปัญหามลพิษทางอากาศตอนนี้ที่นับวันยิ่งมีการพูดถึงว่าเป็นปัญหาระดับโลก คงต้องมีเวทีในระดับที่ใหญ่ขึ้นเพื่อร่วมกันในการช่วยกันแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ในภาพรวมของทั้งโลกด้วย” ผศ.ดร.ชาคริต กล่าว
ด้านกลุ่มวิจัยวิทยาศาสตร์บรรยากาศ สดร. (Atmospheric Research Unit of NARIT : ARUN) เผยกราฟการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในอากาศกับระดับชั้นความสูงผสม (ความสูงของชั้นบรรยากาศที่สามารถเจือจางสารมลพิษทางอากาศ) ตรวจวัดโดยใช้เทคโนโลยีไลดาร์ (Light Detection and Ranging: LiDAR) เครื่องมือวิจัยและเก็บข้อมูลการสังเกตการณ์ชั้นบรรยากาศ สามารถบ่งชี้ค่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในแต่ละช่วงเวลา ช่วยประมาณการกระจายตัว การเคลื่อนที่ การเปลี่ยนแปลง รวมถึงการสะสมตัวของฝุ่นละอองและมลพิษต่างๆ ในอากาศได้
ทั้งนี้ ดร.โรนัลด์ มาคาทังงัย (Dr.Ronald Macatangay) ดร. ฐิฏาพร สุภาษี และนายจิระศักดิ์ น้อยสะปุ๋ง ทีมวิจัยบรรยากาศ สดร. เป็นผู้ดำเนินการศึกษาและจัดทำแบบจำลองคาดการณ์ระดับชั้นความสูงผสมในแนวผกผันของชั้นบรรยากาศในพื้นที่ จ. เชียงใหม่ โดยคาดการณ์ล่วงหน้าจำนวน 3 วัน พบว่ามีค่าความแม่นยำถึง 80%
ดร.วนิสา สุรพิพิธ นักวิจัยชำนาญการ กลุ่มวิจัยบรรยากาศ สดร. กล่าวว่า การประมาณลักษณะเฉพาะทางอุตุนิยมวิทยาอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งชั้นความสูงผสม เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการสร้างแบบจำลองคุณภาพอากาศ และเป็นปัจจัยหลักของการจำลองสภาพชั้นขอบเขตบรรยากาศโดยอาศัยชั้นอุณหภูมิผกผัน (อากาศเย็นด้านล่าง ร้อนด้านบน เนื่องจากเชียงใหม่มีความร้อนจากตัวเมืองในช่วงกลางวัน ที่ค่อยๆ คายออกในช่วงกลางคืน) โดยทั่วไปการประมาณการค่าความแม่นยำของระดับชั้นความสูงผสมในลักษณะภูมิประเทศแบบเทือกเขาสูง เช่น จังหวัดเชียงใหม่ โดยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์นั้น ต้องอาศัยผลการตรวจวัดจริงรายชั่วโมง

ดังนั้น การนำเทคโนโลยีไลดาร์ ที่สามารถเก็บข้อมูลรายนาทีเพื่อเฉลี่ยเป็นรายชั่วโมงได้ มาประยุกต์ใช้ควบคู่กับแบบจำลองทางอากาศ จะช่วยประมาณการระดับชั้นความสูงผสมจากแบบจำลองคุณภาพอากาศได้แม่นยำมากขึ้น และยังจะช่วยให้สามารถคาดการณ์ปริมาณฝุ่นละอองในอากาศได้
ทั้งนี้ ทีมวิจัยของกลุ่มวิจัยวิทยาศาสตร์บรรยากาศ สดร. คาดการณ์ว่า ในช่วงนี้ภาคเหนือตอนบนจะมีหมอกควันปกคลุมไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากในเดือนมีนาคมมีช่วงเวลากลางวันยาวนานขึ้น และมีแสงอาทิตย์มากขึ้น ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาเคมีในบรรยากาศช่วงกลางวันมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการก่อตัวของละอองลอยขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ดังนั้นการเผาในที่โล่งแม้เพียงเล็กน้อยจะทำให้ฝุ่นละอองสะสมตัวในอากาศ ไม่หายไปไหน ประกอบกับสภาพอากาศแห้งและไม่มีลม ทำให้ไม่สามารถเกิดเมฆฝน แนะนำให้งดการเผาในที่โล่งโดยเด็ดขาด และลดการขับขี่ยานพาหนะที่ใช้น้ำมันดีเซลมาตรฐานต่ำ สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพโดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ แนะนำให้อยู่ในบ้านหรือห้องปิดที่มีเครื่องฟอกอากาศ หากต้องเดินทางให้สวมหน้ากากกัน PM2.5 ตลอดเวลาจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ดร.วนิสา กล่าวปิดท้าย