สกู๊ปพิเศษ….โรงเรียน ตชด. เบญจมะ 1 ดินแดน “ประตูสามบาน”

0
280

บ้านสามหมื่น ม. 6 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ เดิมเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าม้ง มูเซอแดง และมูเซอเหลืองมาก่อน ต่อมาได้อพยพออกไป บ้านสามหมื่น เป็นพื้นที่คาบเกี่ยวรอยต่อ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ , อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ผู้เฒ่าผู้แก่ ได้เรียกสภาพพื้นที่นี้ว่า “ซางเหมิ่ง” แปลว่า “ประตูสามบาน” ซึ่งเปรียบเสมือนประตูที่เปิดเชื่อมติดต่อไปสู่ 3 พื้นที่ดังกล่าว และทางหน่วยงานของราชการได้เขียนและเรียกหมู่บ้านนี้ว่า “หมู่บ้านสามหมื่น” จึงได้ใช้ชื่อ “หมู่บ้านสามหมื่น” มาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อ ปี พ.ศ.2500 ชนเผ่าลีซูหรือลีซอ จาก อ.พร้าว และบ้านเลาวู อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 80 ครัวเรือน ได้อพยพเข้ามาอยู่อาศัย โดยมีนายงอปุ หรี่จา เป็นผู้นำชาวบ้าน โดยมาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำกองอำนวยการกลางรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (หนองน้ำ กรป.) ต่อมานายเลาชาง เลายีปา ผู้นำตามธรรมชาติ ได้อพยพชาวบ้านมาอยู่ในพื้นที่ ณ บ้านสามหมื่นในปัจจุบัน
ประชากรในหมู่บ้านสามหมื่น เป็นชาวไทยภูเขา 4 กลุ่มชาติพันธุ์ คือ เผ่าลีซู(ลีซอ) , จีน , ไทยใหญ่ และปะหล่อง(ดาละอั้ง) ปัจจุบันมีทั้งหมด 126 ครัวเรือน ประชากร 658 คน เป็นชาย 348 คน และหญิง 310 คน
อาณาเขต ทิศเหนือ ติดต่อ หมู่บ้านห้วยหก อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ทิศตะวันออก ติดต่อ บ้านน้ำรู ม.5 ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ทิศตะวันตก ติดต่อ ต.เวียงเหนือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
เส้นทางสู่หมู่บ้านสามหมื่น อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ เป็นถนนลูกรัง สูงชัน ทางวิบาก ต้องใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือมอเตอร์ไซค์วิบาก ไปได้ 3 ทาง ได้แก่ 1.เส้นทางจาก อ.เวียงแหง – บ้านห้วยหก –บ้านสามหมื่น ระยะทาง ประมาณ 20 กม. ใช้เวลา ประมาณ 1.30 ชั่วโมง 2.เส้นทางจากเมืองคอง อ.เชียงดาว –บ้านสามหมื่น ระยะทาง ประมาณ 25 กม. ใช้เวลา ประมาณ 1.30 ชั่วโมง 3. เส้นทางจากห้วยน้ำดัง – บ้านสามหมื่น ระยะทาง ประมาณ 22 กม. ใช้เวลา ประมาณ 1.30 ชั่วโมง

วิถีเกษตรกรที่บ้านสามหมื่น ก็เหมือนกับชนเผ่าชาติพันธุ์ต่างๆ ที่นิยมปลูกข้าวโพด ข้าวไร่ พืชผักสวนครัว ไม้ผล เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมูและพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ กาแฟดอยสามหมื่น ที่มีคุณภาพหอมชื่นใจและขมถึงใจ เพราะปลูกในพื้นที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร ทำให้กาแฟมีสารคาเฟอีนที่มีคุณภาพสูงมาก สำหรับผู้ที่สนใจผลผลิตกาแฟ เพื่อนำไปต่อยอดทางธุรกิจสร้างแบรนด์สินค้าใหม่ ติดต่อได้ที่ผู้ใหญ่ยงยุทธ โทร.063-1161117 หรือครูดา โทร. 062-2933244
ความเป็นมาของโรงเรียนตระเวนชายแดนเบญจมะ 1… โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเบญจมะ 1 บ้านสามหมื่น ม.6 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ตั้งพิกัด MB 579496 จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2508 โดยราษฎรบ้านดอยสามหมื่นชนเผ่าลีซอ ได้ร้องขอ ไปยัง กก.ตชด.เขต 5 (เดิม)ให้จัดตั้งโรงเรียน ตำรวจตระเวนชายแดนขึ้นที่บ้านสามหมื่น เพื่อให้เด็กและเยาวชนในหมู่บ้านได้เรียนรู้หนังสือ สามารถอ่านเขียนและพูดภาษาไทยได้ เปิดทำการสอนครั้งแรกมีนักเรียน จำนวน 38 คน เป็นชาย 20 คน และเป็นหญิง 18 คน มีครูทำการสอน 2 คน คือ สิบตำรวจแซม ศักดิ์เอี่ยม ทำหน้าที่ครูใหญ่ และพลตำรวจสมัครประสิทธิ์ อินทราโมทย์ เป็นครูผู้สอน
ต่อมาสมาคมเบญจมบพิตร ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อก่อสร้างอาคารเรียน จำนวน 20,000 บาท โดยมีนายคำหริ่ง จองเช เป็นผู้รับเหมาการก่อสร้างอาคารเรียนถาวร ขนาด กว้าง 9 เมตร ยาว 16 เมตร สร้างเสร็จ วันที่ 17 สิงหาคม 2508 และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน ในพิธีเปิดอาคารเรียน เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2510 และพระราชทานนามว่า “ โรงเรียนเบญจมะ 1” ต่อมาในปี พ.ศ.2528 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้เพิ่มคำว่า “ตชด.” หน้าเบญจมะ 1 เป็น “ โรงเรียน ตชด.เบญจมะ 1”
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริและทรงเยี่ยมราษฎร จำนวน 5 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2538 ครั้งที่ 2 วันที่ 19 มกราคม 2544 ครั้งที่ 3 วันที่ 19 มกราคม 2550 ครั้งที่ 4 วันที่ 16 มกราคม 2555 ครั้งที่ 5 วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560
ปัจจุบันโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเบญจมะ 1 มีพื้นที่ทั้งหมด จำนวน 4 ไร่ 2 งาน โดยดาบตำรวจหญิงรำพึง ต่อปัญญา เป็นครูใหญ่ และมีครู ตชด.และพลเรือน เป็นครูผู้สอนอีก 7 คน มีนักเรียน 82 คน เป็นชาย 53 คน ,หญิง 29 คน ทำการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 2 ถึง ป.6
โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ทำให้เด็กได้เรียนรู้การเกษตรและมีอาหารได้รับประทาน โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เป็นโครงการที่ได้มุ่งเน้นให้นักเรียน ครูและผู้ปกครอง ได้มีส่วนร่วมกันในการทำการเกษตรในโรงเรียน แล้วนำผลผลิตที่ได้มาประกอบอาหารกลางวัน โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานเงิน สิ่งของ พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ วัสดุอุปกรณ์ทางการเกษตรและวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาหารให้แก่โรงเรียนในโครงการ วัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กนักเรียนได้มีอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการได้บริโภคตลอดปีการศึกษา โดยใช้ผลผลิตที่เกิดจากการทำการเกษตรภายในโรงเรียน นำมาประกอบเป็นอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียน อีกทั้งเด็กนักเรียนยังได้รับความรู้ทางโภชนาการและการเกษตรแผนใหม่ เพื่อได้นำไปประกอบอาชีพได้ต่อไป
โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ของ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเบญจมะ 1เด็กนักเรียนได้เรียนรู้การเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยทุกวัน ตั้งแต่เวลา 15.00 น จนถึงเวลา 16.00 น..ครูผู้สอนจะนำเด็กนักเรียนทุกคน ได้ลงมือปฏิบัติในภาคสนาม เช่น การเตรียมดิน การปลูก การดูแลรักษาการพืชผักสวนครัว/พืชไร่/ไม้ดอกไม้ประดับ/ไม้ผล เป็นต้น รวมทั้งการเลี้ยงดูแลไก่พันธุ์ไข่ , ไก่พันธุ์เนื้อ , การเลี้ยงสุกร อีกทั้งทางโรงเรียนยังได้ขยายผลทางการเกษตรต่างๆไปสู่ครอบครัวผู้ปกครองและชุมชน เพื่อที่จะได้มีส่วนร่วมในการนำผลผลิตทางการเกษตรที่ได้มาร่วมประกอบเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียนอีกทางหนึ่ง
“โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จึงนับได้ว่าเป็นโครงการเรียนรู้จากการทำจริงที่ให้ประโยชน์อย่างแท้จริงแก่เด็กนักเรียน ครู ผู้ปกครองและชุมชน ในการพัฒนาความรู้ทางการเกษตรและทางโภชนาการ”