โควิดลามทั่วไทย..ชี้หนุ่มสาวติดทำแพร่เร็ว ชม.ทะลุ 2 พัน! แต่ดีขึ้น ขอ 2 สัปดาห์ป่วยใหม่ลด

0
39

เผยเหตุแพร่เชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่วนใหญ่เป็นวัยหนุ่มสาว-วัยทำงาน ทำให้แพร่กระจายเชื้อสู่ครอบครัว ที่ทำงานและผู้ใกล้ชิดอย่างรวดเร็ว ระลอกเดือนเมษายน ติดเชื้อครบทุกจังหวัดแล้ว แต่คาดหลังเข้มมาตรการป้องกันควบคุมโรค ผู้ติดเชื้อจะลดลงใน 2-3 สัปดาห์ เตือนประชาชนทุกคนมีความเสี่ยงติดเชื้อทั้งจากคนใกล้ตัวและพื้นที่ที่เดินทางไป ให้เข้มข้นป้องกันตนเอง สวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง ส่วนผู้ติดเชื้อที่พักรักษาในโรงพยาบาลสนาม หลีกเลี่ยงรวมกลุ่มทำกิจกรรมใกล้ชิด เสี่ยงมีการฟุ้งกระจายของเชื้อเพิ่มขึ้น

นายแพทย์เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 รายใหม่สูงเป็นจำนวนหลักพันรายทุกวัน สถานการณ์โรคขณะนี้ ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่างต่อเนื่องพบว่าส่วนใหญ่เป็นวัยหนุ่มสาวและวัยทำงาน ติดเชื้อจากสถานบันเทิง งานเลี้ยงสังสรรค์ งานปาร์ตี้ งานสัมมนาหรือกิจกรรมออกค่ายของนักศึกษา ทำให้มีความเสี่ยงและกระจายเชื้อไปยังบุคคลในครอบครัว สถานที่ทำงานและผู้ใกล้ชิด เช่น กรณีการจัดกิจกรรมค่ายอาสาของนักศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 77 คน มีเพียงบางส่วนที่เคร่งครัดมาตรการป้องกันตนเอง ทำให้พบผู้ติดเชื้อถึง 34 ราย ไม่พบเชื้อ 41 ราย รอผลตรวจ 2 ราย จากการจัดกิจกรรมดังกล่าว ส่งผลให้มีการแพร่เชื้อไปยังโรงเรียนที่ใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรม ทำให้พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเพิ่มอีก 61 ราย ได้แก่ อาจารย์ ภารโรง และนักเรียน ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามข้อมูล และภายหลังสิ้นสุดกิจกรรมกลุ่มนักศึกษาได้เดินทางกลับภูมิลำเนา จึงทำให้เกิดการแพร่เชื้อเชื่อมโยงไปจังหวัดอื่นๆ อีก 13 จังหวัด ซึ่งปัจจัยเสี่ยงคือการทำกิจกรรมร่วมกัน และหย่อนมาตรการป้องกันตนเอง เช่น การถอดหน้ากากในบางเวลา การรับประทานอาหารร่วมกัน ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังการจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก นายแพทย์เฉวตสรร กล่าว

อีกว่า ขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 ถือว่าอยู่ในช่วงขาขึ้นมีผู้ติดเชื้อเกิน 1 พันรายติดต่อกันทุกวัน ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่กระจายเชื้อในช่วง 5-7 วันก่อนหน้านี้ตามระยะเวลาการฟักตัวของโรค แต่หลังจากมีมาตรการปิดสถานบันเทิงตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน และการทำงานที่บ้านหลังสงกรานต์ คาดว่าประมาณ 2-3 สัปดาห์ อาจจะเห็นแนวโน้มจำนวนผู้ติดเชื้อคงตัวและลดลง ภาพรวมของการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในช่วงเดือนเมษายนพบจำนวน 10 คลัสเตอร์ใน 7 จังหวัดได้แก่ 1.จ.เชียงใหม่ เป็นคลัสเตอร์ค่ายอาสานักศึกษาติดเชื้อ 34 ราย กระจายไป 13 จังหวัด 2.จ.นครสวรรค์ เป็นคลัสเตอร์สถานบันเทิงติดเชื้อ 39 ราย กระจายไป 2 จังหวัด 3.จ.กาญจนบุรี เป็นคลัสเตอร์กิจกรรมโรงเรียนติดเชื้อ 28 ราย 4.จ.สงขลา เป็นคลัสเตอร์ผับที่หาดใหญ่ติดเชื้อ 16 ราย และคลัสเตอร์งานเลี้ยงรุ่นติดเชื้อ 8 ราย 5.จ.นครราชสีมา เป็นคลัสเตอร์ร้านอาหารติดเชื้อ 14 ราย และคลัสเตอร์กลุ่มสังสรรค์คาราโอเกะติดเชื้อ 5 ราย 6.จ.นนทบุรี เป็นคลัสเตอร์งานสัมมนาบริษัทติดเชื้อ 19 ราย กระจายไป 8 จังหวัด และ 7.จ.นครศรีธรรมราช เป็นคลัสเตอร์งานกิจกรรมรวมกลุ่มคนติดเชื้อ 20 ราย กระจายไป 3 จังหวัด และคลัสเตอร์งานบวชติดเชื้อ 10 ราย “ตอนนี้เป็นช่วงที่โรคมีความชุกของการติดเชื้อสูง เราจึงไม่อาจไว้ใจได้เลยว่าคนที่อยู่ใกล้ตัวหรือพื้นที่ที่เราไปมีความเสี่ยงอยู่ ดังนั้น การป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด และแนะนำให้ดูแลคนในครอบครัวให้ดีที่สุดเป็นทางเลือกที่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการสวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง วัดอุณหภูมิ ลงทะเบียนเข้าออกสถานที่ และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด” นายแพทย์เฉวตสรรกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้ติดเชื้อที่อยู่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลสนาม แม้จะเป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย ขอให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมการรวมกลุ่มระหว่างกันอย่างใกล้ชิด และสวมหน้ากากเสมอ แม้จะไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อเพิ่ม เนื่องจากเป็นผู้ติดเชื้ออยู่แล้ว หากคลุกคลีกันมากเกินไป อาจมีการฟุ้งกระจายของเชื้อเพิ่มขึ้น และธรรมชาติของโรคนี้ต้องติดตามอาการทุกวัน เนื่องจากอาการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ถ้ามีอาการเปลี่ยนแปลง เช่น เริ่มไอ มีความเสี่ยง ฟุ้งกระจายเชื้อ จะประเมินและอาจให้กลับไปอยู่ในโรงพยาบาลหลัก ยืนยันว่าโรงพยาบาลสนามมีมาตรฐานในการดูแล ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่ตรวจหาเชื้อ 2 ครั้งและกักตัวครบ 14 วันแล้ว ไม่จำเป็นต้องตรวจซ้ำ แต่ขอให้เฝ้าสังเกตอาการถ้าวันท้ายๆ มีอาการผิดปกติ มีอาการทางเดินหายใจ ขอให้รายงานต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมต่อไป สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 15 เมษายน 2564 ฉีดแล้ว 586,032 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 510,456 ราย และเข็มที่สองรวม 75,576 ราย ส่วนประชาชนทั่วไปจะได้รับการฉีดวัคซีนในในช่วงที่มีวัคซีนล็อตใหญ่ เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่จะมีวัคซีนเข้ามา 6 ล้านโดส และหลังจากเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไปที่จะมีเข้ามาอีกเดือนละ 10 ล้านโดส ซึ่งวัคซีนที่ได้มาไม่ใช่สั่งวันนี้แล้วจะได้ทันที แต่เป็นการเตรียมการสั่งซื้อตั้งแต่วัคซีนยังวิจัยไม่สำเร็จ