คลัสเตอร์ใหม่ โผล่เพียบโควิดเชียงใหม่ทะลุ 3 พัน สั่งปิดตลาดนัดห้ามรถเร่ ย้ำนิวนอมอลช่วยให้รอด

0
11

ห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 รายใหม่ สูงเป็นจำนวนหลักพันรายทุกวัน สถานการณ์โรคขณะนี้ ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นวัยหนุ่มสาวและวัยทำงาน ติดเชื้อจากสถานบันเทิง งานเลี้ยงสังสรรค์ งานปาร์ตี้ งานสัมมนา ฯลฯ

เช่นเดียวกับที่จังหวัดเชียงใหม่ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฯ ยังคงรุนแรงมีการพบคลัสเตอร์การระบาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมแถลงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จังหวัดเชียงใหม่ โดย นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เผยถึงสถานการณ์ของการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของจังหวัดเชียงใหม่ ว่าจากการตรวจหาผู้สัมผัสรวมทั้งพบผู้ป่วยในกลุ่มต่างๆ พบว่า มีการแพร่ระบาดของเชื้อในพื้นที่หลายอำเภอ ของจังหวัดเชียงใหม่ เช่น ที่สถานปฏิบัติธรรม ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อำเภอดอยสะเก็ด หรือที่สถานที่รับเลี้ยงเด็กมูลนิธิในอำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยพบว่า สาเหตุการติดเชื้อมาจากการทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งมาจากต่างครอบครัว มีผลทำให้เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้าง และขอความร่วมมืองดการจัดกิจกรรมใดๆ ที่จะต้องรวมกลุ่มคน

โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการประชุม ทบทวน ติดตามการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ทั้ง 25 อำเภอ ตามข้อสั่งการของส่วนกลางในการสอดส่องเพื่อป้องกันไม่ให้มีการมั่วสุมลักลอบเล่นการพนัน การสังสรรค์ของคนหมู่มาก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 แบบกลุ่มก้อน โดยจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่
ด้าน ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงจำนวนผู้ป่วย โควิด – 19 ของจังหวัดเชียงใหม่ ว่า ข้อมูลที่นำมารายงานในทุกวันนั้น เป็นข้อมูลจริงจากการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพบยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ขึ้นๆ ลงๆ ขณะนี้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเกิน 3,000 รายแล้ว โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชายและจำนวนผู้ป่วยจากการติดเชื้อในสถานบันเทิงลดลง จาก 50 % เหลือประมาณ 46.7 % แต่ที่น่าเป็นห่วงคือการสัมผัสในครอบครัวเพิ่มขึ้นจาก 15.00 % เป็น 15.4 % รวมทั้งการสัมผัสในชุมชน การสัมผัสในที่ทำงานก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
สำหรับสถานการณ์จาก 3 กลุ่มที่ติดเชื้อโควิด – 19 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับกลุ่มสถานปฏิบัติธรรม ตำบลป่าแดด พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 18 ราย ซึ่งทั้งหมดนี้ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสนามทั้งหมดแล้ว ส่วนกลุ่มคลัสเตอร์ศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลแม่คือ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในส่วนของกลุ่มครอบครัวของเด็กเล็ก อีก 6 ราย และกลุ่มคลัสเตอร์ในเรือนจำกลาง อำเภอแม่แตง พบผู้ติดเชื้อจำนวน 17 ราย โดยเป็นผู้ต้องขังแรกรับ ที่พบจากการตรวจในระหว่างกักตัวตามมาตรการ 14 วัน ซึ่งได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนามเรือนจำกลางเชียงใหม่
ส่วนกลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่ (คลัสเตอร์ใหม่) มีจำนวน 3 คลัสเตอร์ด้วยกัน โดยเป็นการแพร่ระบาดในหน่วยงานแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในแผนกเดียวกัน การติดเชื้อทั้งหมด 13 คน จากบุคลากรในแผนก 80 คน โดยติดเชื้อมาจากการไปเที่ยวสถานบันเทิงเมื่อตอนต้นๆ ของช่วงการแพร่ระบาดในระลอกเดือนเมษายน หลังจากนั้นก็ได้ไปทำงานโดยที่ไม่มีอาการ และไม่ทราบว่าติดเชื้อ และมีการรับประทานอาหารและการประชุมร่วมกัน ทำให้เกิดการแพร่ระบาดภายในหน่วยงานขึ้น
คลัสเตอร์ที่สองเป็นคลัสเตอร์จากงานศพ ในอำเภออมก๋อย เป็นการแพร่ระบาดจากการติดเชื้อในอำเภอเมือง เช่นกัน และกลับบ้านไปร่วมงานศพ ทำให้เกิดการติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวน 7 คน ทั้งนี้ทีมสอบสวนโรคของอำเภออมก๋อยได้คัดกลุ่มเสี่ยงสูงและกลุ่มเสี่ยงต่ำ ได้ทั้งหมด 200 คน จะได้ทำการตรวจคัดกรองต่อไป

สำหรับคลัสเตอร์สุดท้ายเป็นบริษัทขายตรงแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นการติดเชื้อจากงานเลี้ยงในบริษัท ในกลุ่มพนักงาน 60 คน พบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 25 คน
ซึ่งจากทั้ง 6 คลัสเตอร์นี้จะเห็นได้ว่าส่วนมากเกิดจากความสนิทสนมของผู้ร่วมงาน หรือคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว คนที่ทำงาน หรือเพื่อนบ้านเดียวกัน ทำให้ละเลย ในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค จึงเป็นที่มาของการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในหลายๆ คลัสเตอร์ดังกล่าว
ดังนั้นจึงต้องมีการป้องกันตนเอง โดยการสวมหน้ากากอนามัย 100% หมั่นล้างมือ รักษาระยะห่าง หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกันในกลุ่มเพื่อน เพื่อความปลอดภัย ในส่วนของการจัดงานต่าง อาทิ งานมงคล งานอวมงคล หากสามารถเลื่อนได้ขอแนะนำให้เลื่อนออกไปก่อน หากมีความจำเป็นที่เลื่อนไม่ได้ ต้องมีการควบคุมคนที่เข้าร่วมงานให้ต่ำกว่า 50 คน
กรณีที่มีการสอบถามถึงการดูแลผู้ป่วยอื่นๆ หรือผู้ป่วยทั่วไปในโรงพยาบาลนั้น ทางสาธารณสุขขอยืนยันว่า ไม่มีผลกระทบ เนื่องจากผู้ป่วยที่เป็นโรค อื่นๆ และโรคติดต่อนั้น มีจำนวนลดลง จากการที่สวมหน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่าง ไม่ว่าจะเป็นโรคอุจจาะร่วง ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม และมือเท้าปาก ในส่วนของผู้ป่วยหนักก็ยังมีตามปกติ โดยโรงพยาบาลทุกแห่งจะมีการจัดทีมแพทย์และพยาบาลในการอยู่เวรดูแลรักษาผู้ป่วยอื่นๆ อย่างเพียงพอ
กรณียาที่ใช้รักษาผู้ป่วยโควิด รวมไปถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ และเตียงรักษาผู้ป่วยนั้น ยืนยันว่าขณะนี้มีเพียงพอและสามารถบริหารจัดการได้
ในส่วนระบบของการรับผู้ป่วยเข้ารับการรักษานั้น ผู้ป่วยจะต้องได้รับการประเมินอาการจากโรงพยาบาลสนามก่อน จึงจะเข้ามารักษาในโรงพยาบาลสนาม โดยจะมีการจัดรถของโรงพยาบาลสนามเข้าไปรับ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ต่อมามีรายงานว่า การระบาดเป็นกลุ่มก้อน หรือคลัสเตอร์ ขณะนี้ยังไม่พบคลัสเตอร์ใหม่ (จาก 6 คลัสเตอร์เดิม) โดยคลัสเตอร์เดิมทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ขยายวงการค้นหากลุ่มเสี่ยง ซึ่งผลการตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มจากคลัสเตอร์ของเรือนจำกลางจำนวน 8 ราย คลัสเตอร์ศูนย์เด็กเล็กตำบลแม่คือ เพิ่มจำนวน 1 ราย และคลัสเตอร์งานศพที่อำเภออมก๋อย พบผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวน 10 ราย และมีไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งไปร่วมงานขึ้นบ้านใหม่ต่ออีก ซึ่งทางทีมสอบสวนโรคประจำอำเภออมก๋อย ได้ทำการค้นหาผู้สัมผัสในงานเพิ่มขึ้นแล้ว และจะแจ้งผลการตรวจให้ทราบต่อไป
ดร.ทรงยศ ได้กล่าวฝากถึงประชาชน ให้ยึดหลัก “สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ล้างมือเมื่อไปในสถานที่เสี่ยง และไม่รับประทานอาหารร่วมกัน” เพื่อความปลอดภัย โดยสถานที่เสี่ยง เช่น รถโดยสารสาธารณะ ตลาด ห้างสรรพสินค้า สถานที่สาธารณะ หรือสถานที่ที่มีการจัดกิจกรรม ซึ่งทั้งหมดถือเป็นพื้นที่เสี่ยงทั้งหมด หากมีความจำเป็น ต้องสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย
นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวในช่วงท้ายว่า จังหวัดเชียงใหม่ขอขอบคุณน้ำใจที่หลั่งไหลเข้ามาให้ทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ทุกท่าน รวมไปถึงผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ในขณะนี้ โดยทางจังหวัดเชียงใหม่จะบริหารจัดการให้ดีที่สุด พร้อมขอให้ประชาชนได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตนเอง ครอบครัวและสังคม
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ มีมติออกคำสั่ง ที่ 41/2564 เรื่องปิดสถานที่เสี่ยงเป็นการชั่วคราว โดยระบุเป็นคำสั่งว่า ห้ามใช้สถานที่ใดๆ เพือการจำหน่ายสินค้าที่มีลักษณะเป็นครั้งคราว (อาทิ ตลาดนัดเปิดท้ายขายของ ฯลฯ) เว้นแต่เป็นการดำเนินการของส่วนราชการที่มีผู้รับผิดชอบชัดเจน โดยสั่งให้ปิดเป็นระยะเวลา 14 วัน ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน ถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2564
คำสั่งฉบับนี้เป็นคำสั่งที่อาศัยอำนาจตาม พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ประกอบ ข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 1 และฉบับที่ 20 ซึ่งผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้คำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 41/2564 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. ถึงวันที่ 8 พ.ค. 64 ส่งผลให้ไม่สามารถเปิดตลาดรวมรถเร่ ตลาดนัด ตลาดเปิดท้ายขายของ รวมถึงตลาดที่มีลักษณะคล้ายกัน ขายสินค้าได้ เว้นแต่ตลาดที่ว่านั้นเป็นตลาดภายใต้การดำเนินการของส่วนราชการ