ชม.ร้องถึงนายก จี้ทบทวนคำสั่ง! ‘ห้ามกินในร้าน’

0
5

สมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ ดิ้น! ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ขอรัฐทบทวนคำสั่ง “ห้ามนั่งกินดื่มในร้าน” ครวญนับแสนชีวิตได้รับผลกระทบโดยตรง เดือดร้อนกันทั่วหน้า ถามรัฐบาลมีการเยียวยาอย่างไร

สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ มีมติออกคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 48/2564 เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งคำสั่งฉบับนี้ให้ยกเลิก ข้อ 3.1 ของคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ที่ 44/2564 โดยมีสาระสำคัญว่า
ร้านหรือสถานที่จำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม งดการบริโภคอาหาร เครื่องดื่ม สุราและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ที่ร้านหรือสถานที่และบริเวณโดยรอบ โดยให้จำหน่ายเพื่อนำไปกินดื่มที่อื่นเท่านั้น และเปิดให้บริการได้จนถึงเวลา 21.00 น. พร้อมกันนี้ยังสั่งให้ สนามกีฬา สถานที่ออกกำลังกายในร่ม ปิดให้บริการ ส่วนประเภทกลางแจ้งหรือตั้งอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง สามารถเปิดได้ไม่เกิน 21.00 น. โดยห้ามจัดให้มีการแข่งขันกีฬา ซึ่งผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้การที่ออกคำสั่งฉบับนี้ สืบเนื่องจากการที่นายกรัฐมนตรี ได้ออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 22) มีการปรับระดับการกำหนดพื้นที่สถานการณ์ กำหนดให้จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จึงต้องมีการแก้ไขปรับปรุงคำสั่งที่เคยออกก่อนหน้านี้ ทั้งนี้เพื่อให้การกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด – 19 สอดคล้องกับพื้นที่สถานการณ์และข้อกำหนดฯ ฉบับที่ 22
ภายหลังจากมีคำสั่งดังกล่าว นายธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ พร้อมคณะกรรมการสมาคม เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เรื่อง “ขอทบทวนมาตรการบังคับให้ร้านอาหารจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในลักษณะของการนำกลับไปบริโภคที่อื่นได้เท่านั้น” โดยยื่นผ่าน นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ณ อาคารศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่
โดยข้อร้องเรียน มีใจความว่า ตามมติของที่ประชุม ศบค.ครั้งที่ 6/2564 ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค. เป็นประธาน เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการมาตรการบังคับและควบคุมโรคโควิด-19 โดยที่ประชุมเห็นชอบกำหนดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) นนทบุรี ชลบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการและ เชียงใหม่ โดยมีมาตรการบังคับให้ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในลักษณะของการนำกลับไปบริโภคที่อื่นได้เท่านั้น และเปิดให้บริการได้จนถึงเวลา 21.00 น.
จังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้สถานการณ์ได้มีแนวโน้มของตัวเลขผู้ติดเชื้อ covid19 ดีขึ้นโดยตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงจากเดิมตัวเลขหลักร้อย ลดลงสู่ตัวเลขหลักสิบ แต่ไม่ทราบว่าจะมีตัวเลขที่ยังไม่รายงานเท็จจริงหรือไม่ จึงเป็นสาเหตุให้จังหวัดเชียงใหม่ถูกนำไปอยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม
จังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวนร้านอาหารทุกประเภทรวมกันกว่า 14,751 ร้าน (อ้างอิงข้อมูลจาก www.wongnai.com) ผู้ประกอบการและพนักงานลูกจ้างกว่า 80,000 คน ได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ ทางรัฐบาลมีการเยียวยาให้ประชาชนในกลุ่มนี้อย่างไร
จังหวัดเชียงใหม่ ที่ผ่านมาร้านอาหารทั่วไป ร้านข้าวแกง ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านอาหารริมถนนฯลฯ ยังไม่มีรายงาน ว่าเป็นแหล่งแพร่เชื้อ เพราะร้านส่วนใหญ่มีมาตรการควบคุมการระบาดที่ดีโดยมีหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมอนามัย คอยกำกับดูแลตลอดและในขณะที่ประชาชนในจังหวัดได้มีความตระหนักและการป้องกันตัวเองเป็นอย่างดีขณะเข้าใช้บริการ
จึงเรียนมาเพื่อขอความอนุเคราะห์ ทบทวนมาตรการดังกล่าว โดยให้นั่งบริโภคอาหารที่ร้านได้และ เปิดให้บริการได้จนถึงเวลา 21.00 น.
โดยภายหลังการยื่นหนังสือดังกล่าวฯ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับเรื่องเพื่อส่งดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อพิจารณาต่อไป โดยขณะนี้ทางผู้ประกอบการฯ และร้านอาหารต่างๆ ก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอย่างเคร่งครัด แม้จะได้รับความเดือดร้อนเพียงใดก็ตาม ซึ่งก็ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าข้อเรียกร้องจะได้รับการพิจารณาหรือไม่อย่างไร