คลัสเตอร์ใหม่โผล่อีกโควิดลามที่อ.ดอยสะเก็ดจับตาบ้านโพธิ์ทองเจริญชม.โควิดลดแต่ยังเหนื่อย

0
14

สถานการณ์โควิด เชียงใหม่ ยังไม่น่าไว้วางใจ ล่าสุดคลัสเตอร์ใหม่โผล่อีก 2 จุด ติดกันยกครัว เน้นย้ำอำเภอที่ติดแนวชายแดนตั้งจุดตรวจสกัดป้องกันการนำแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมจะสุ่มตรวจเพิ่มในกลุ่มรถขนส่งสาธารณะ รถรับจ้าง และรถขนส่งสินค้าผัก ผลไม้ ด้านคลัสเตอร์หมู่บ้านโพธิ์ทองเจริญ ดอยสะเก็ด ถกเครียดเตรียมรับมือโรคลาม ชี้เป็นการติดเชื้อในกลุ่มญาติกินข้าวร่วมกัน เตรียมจัดตั้งด่านคัดกรองเข้าหมู่บ้าน ออกนอกบ้านต้องสวมหน้ากาก100% ห้ามจัดงานรวมคนเด็ดขาดเป็นเวลา 14 วัน ยังรอผลอีกระยะหนึ่ง


เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงสถานการณ์การระบาดของโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่

นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ ว่าวันที่ 8 พ.ค.64 พบตัวเลขผู้ติดเชื้อ 26 ราย เพิ่มจากเมื่อวานเล็กน้อย โดยมีผู้ติดเชื้อที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาลสนามทั้งสองแห่งคือ โรงพยาบาลสนามเชียงใหม่ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษาและโรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวม 793 ราย

ด้าน ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ว่าวันนี้จังหวัดเชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จำนวน 26 ราย โดยมีสาเหตุมาจากคลัสเตอร์เล็กๆ ใน 2 อำเภอ แต่ยังถือว่ายอดผู้ติดเชื้อมีจำนวนลดลงต่ำกว่า 50 คนมาเป็นเวลา 6 วันติดต่อกันแล้ว รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม 3,869 ราย รักษาหายแล้ว 3,067 ราย และยังคงมีผู้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกประเภท จำนวน 793 ราย คิดเป็นร้อยละ 21 วันนี้ยังไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคงเท่าเดิม 9 ราย สำหรับผู้ป่วยที่พักรักษาตัว แยกเป็นผู้ป่วยไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย (สีเขียว) 602 ราย อาการปานกลาง (สีเหลือง) 119 ราย อาการค่อนข้างหนัก (สีส้ม) 43 ราย และอาการหนัก (สีแดง) 20 ราย

ในส่วนของการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงหรือผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เมื่อวานนี้ตรวจทั้งหมด 1,514 ราย พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเล็กน้อยร้อยละ 2.58 โดยพบผู้ติดเชื้อสูงในโรงพยาบาลรัฐหรือโรงพยาบาลประจำอำเภอ ร้อยละ 9.26 รองลงมาตรวจพบในโรงพยาบาลเอกชน ร้อยละ 8.63 โรงพยาบาลสนามเชียงใหม่ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา (จุดตรวจคัดกรอง) ร้อยละ 6.55 ส่วนความเสี่ยงในการติดเชื้อพบว่าเป็นการสัมผัสในครอบครัว ในชุมชน และในสถานที่ทำงานยังคงมีแนวโน้มสูงอยู่

ด้านการตรวจคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง เมื่อวานนี้ทางทีมงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ตรวจเชิงรุกในกลุ่ม Rider Food Panda จำนวน 133 ราย ผลไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนที่สั่งอาหาร ยังคงต้องรักษามาตรการป้องกันโรค โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัยขณะรับสินค้า และล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์หลังรับสินค้าอย่างเคร่งครัด
ส่วนคลัสเตอร์ของจังหวัดเชียงใหม่ ตอนนี้ยังไม่มีคลัสเตอร์ที่พ้นระยะเฝ้าระวัง เนื่องจากจะต้องเฝ้าระวังต่อไปอีก 28 วัน หลังพบผู้ป่วยรายสุดท้าย ทำให้มีคลัสเตอร์ที่อยู่ระหว่างเฝ้าระวัง 12 คลัสเตอร์ ซึ่งไม่พบผู้ป่วยเพิ่มมากกว่า 12 วันแล้ว
โดยคลัสเตอร์ที่ยังพบผู้ติดเชื้อ มีอยู่ 3 คลัสเตอร์ คลัสเตอร์เดิมคือ คลัสเตอร์แม่อ้อใน อำเภอเชียงดาว วันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1 ราย เป็นภรรยาของผู้ป่วยรายแรก ตรวจ 2 ครั้งแรกไม่พบเชื้อ เมื่อเริ่มมีอาการจึงตรวจครั้งที่ 3 จึงตรวจพบเชื้อ

นอกจากนี้ มีการตรวจพบกลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่ อีก 2 กลุ่ม จากงานเลี้ยงวันเกิดที่อำเภอดอยสะเก็ด และแพร่กระจายกันภายในชุมชนและครอบครัว โดยผู้ป่วยรายแรกเป็นพนักงานขับรถขนส่งสินค้าและเดินทางกลับจากกรุงเทพฯ ไม่ได้ลงทะเบียนเข้าจังหวัดในระบบ CM CHANA จึงทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามตัวได้ และได้มีการจัดงานเลี้ยงวัดเกิดให้กับภรรยา มีผู้ร่วมงานมากกว่า 20 คน วันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 5 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมดขณะนี้ 9 ราย
และกลุ่มผู้ติดเชื้อใหม่กลุ่มที่ 2 จากอำเภอแม่วาง พบผู้ป่วยทั้งหมด 8 ราย โดยพ่อแม่ ไปเที่ยวสถานบันเทิงช่วงต้นเดือนเมษายน ส่วนลูก 2 คน ผลครั้งแรกเป็นลบ จึงให้ย่าจากลำพูนมาช่วยดูแล ร่วมกับพี่เลี้ยง และอา มีเด็กเพื่อนบ้านอีก 2 คนที่มาเล่นด้วยกัน ทั้งหมดตรวจพบว่ามีการติดเชื้อในภายหลัง ซึ่งจากช่วงเวลาของการรับเชื้อ (ไทม์ไลน์) พบว่าเกิดจากการรับเชื้อจากพ่อแม่ ที่ไม่มีอาการ ก่อนที่พ่อและแม่จะเข้ามาอยู่ที่โรงพยาบาลสนาม จึงเป็นผู้ที่แพร่ระบาดต่อไปยังต่อคนรอบข้างได้ ซึ่งการตรวจพบเชื้อได้ตรวจพบเชื้อในภายหลัง

 

ดร.ทรงยศ ได้ประชาสัมพันธ์ถึงผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรังทั้ง 7 กลุ่มโรค ให้ลงทะเบียนจองฉีดวัคซีน Astrazeneca โดยสามารถลงทะเบียนได้ทาง Line หมอพร้อม หรือที่โรงพยาบาลที่มีประวัติการรักษาตัว โรงพยาบาลประจำตำบล หรือ อสม. โดยสัปดาห์หน้าจังหวัดเชียงใหม่จะทำประชาสัมพันธ์เชิงรุก โดยให้ อสม.เคาะประตูบ้านเชิญชวนประชาชนฉีดวัคซีน และขอย้ำว่าเบื้องต้นจะเริ่มฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรังทั้ง 7 กลุ่มโรค ในวันที่ 7 มิถุนายน 2564 ส่วนกลุ่มประชาชนทั่วไป อายุ 18-59 ปี จะเปิดให้จองฉีดวัคซีนเดือนกรกฎาคม 2564 ต่อไป
นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน เดินทางเข้ามายังพื้นที่หมู่บ้านชุมชน โดยเรื่องนี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้จังหวัดชายแดนเฝ้าระวังตรวจตรา ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ เน้นย้ำอำเภอที่ติดชายแดน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่อาย ฝาง เชียงดาว ไชยปราการ และอำเภอเวียงแหง รวมทั้งอำเภอที่ติดต่อกับจังหวัดชายแดน คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดตาก โดยพบว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้ทำการจับกุมกลุ่มแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ในพื้นที่ของอำเภอฮอดและอมก๋อย ซึ่งมีความเสี่ยงอย่างยิ่งในการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ได้มีการสั่งการให้หน่วยงานความมั่นคง ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ตั้งจุดตรวจจุดสกัด รวมทั้งมีการป้องกันการลักลอบกลุ่มแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่ พร้อมทั้งกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน รวมทั้งอาสาสมัครต่างๆในพื้นที่ สอดส่องและตรวจตราบุคคลที่เดินทางเข้าออกในหมู่บ้านของตน เพื่อไม่ให้มีการลักลอบเข้ามาในพื้นที่ และขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ช่วยกันดูแลสอดส่อง โดยเฉพาะในกลุ่มของสถานประกอบการ เจ้าของหอพัก และเจ้าของโรงงาน ห้ามมิให้มีการจ้างงานหรือการให้ที่พักพิงแก่แรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายเข้าพัก
คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ได้เพิ่มแนวทางในการสุ่มตรวจหาเชื้อ กลุ่มรถรับจ้าง และรถขนส่งสินค้าผัก ผลไม้ โดยทางจังหวัดจะได้มีการประสานขอรายชื่อผู้ขับรถขนส่งสาธารณะ และรถบรรทุกผัก ผลไม้ สินค้านำส่ง ที่มีการเดินทางระหว่างจังหวัด เพื่อตรวจคัดกรองหาเชื้อในทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรค โดยทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่จะได้มีการกำหนดมาตรการการตรวจคัดกรอง เนื่องจากมีการเดินทางไปหลายพื้นที่ที่อาจเป็นพื้นที่เสี่ยง เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป

ล่าสุดวันที่ 9 พ.ค.64 ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดโพธิ์ทองเจริญ ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ชุดเจ้าหน้าที่ สสอ.ดอยสะเก็ด ศปก.อ.ดอยสะเก็ด ผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งเทศบาลตำบลเชิงดอยและเทศบาลตำบลดอยสะเก็ด กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ และ อสม. ในพื้นที่ ประชุมร่วมกันเพื่อดำเนินการควบคุมการระบาดโควิด-19 กรณีพบผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่ในหมู่บ้านโพธิ์ทองเจริญ
เสร็จสิ้นการประชุม นายยอด คุณยศยิ่ง สาธารณสุขอำเภอดอยสะเก็ด เปิดเผยว่า คลัสเตอร์ในพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โดยข้อมูลที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ภายหลังจากทราบว่ามีการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ก็ยังไม่สามารถระบุข้อมูลได้ทั้งหมด ในวันนี้จึงได้เข้ามาเพื่อหาข้อมูลในพื้นที่จริง และหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไรและมีกลุ่มเสี่ยงมากน้อยขนาดไหน
“ผลการดำเนินการพบว่า เป็นการกินอาหารร่วมกันของคนในครอบครัว แต่เป็นครอบครัวใหญ่ในพื้นที่เดียวกัน ที่มีอยู่ 3 หลังคาเรือน นั่งกินข้าวร่วมกัน ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยรายหนึ่งก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง เมื่อกลับมาก็กักตัว แต่อาจจะพาดไม่ได้เฝ้าระวังในบ้าน จึงได้นำกลุ่มผู้เสี่ยงทั้งหมดไปตรวจก็พบว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวน 9 ราย ส่วนที่เหลือมีผลเป็นลบ แต่โชคดีในกรณีคลัสเตอร์นี้ที่สามารถควบคุมได้ง่าย เพราะอยู่ในครอบครัวเดียว แต่เป็นครอบครัวขนาดใหญ่ จึงได้พูดคุยในระดับคณะกรรมการเพื่อควบคุมโรค และเห็นว่าไม่ต้องปิดหมู่บ้านเหมือนที่ อ.หางดง แม้ว่าจะติดน้อยกว่าแต่มีการกระจายของผู้ติดเชื้อไปหลายหลังคาเรือน แล้วกระจายทั่วหมู่บ้าน แต่ในกรณีของคลัสเตอร์รายนี้ที่ดอยสะเก็ด อยู่ในพื้นที่เดียวกันทั้งหมด 3 ครัวเรือน” สสอ.ดอยสะเก็ด กล่าว

นายยอดฯ กล่าวต่อว่า ในการควบคุมพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดและป้องกันอย่างเข้มงวด จึงได้มีมาตรการคือ 1.การควบคุม 3 ครัวเรือนในบ้านที่พบผู้ติดเชื้อ โดยพูดคุยกับทางผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ อสม. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ ที่จะให้คำแนะนำในการกักตัวอย่างเข้มข้น 2.สำหรับบ้านตรงข้าม และชุมชนใกล้เคียงจะมีการสวมหน้ากากอนามัย และมีการเว้นระยะห่างทางสังคม 100% นับตั้งแต่นี้ไปต้นไปอย่างน้อย 14 วัน 3.งดกิจกรรมรวมกลุ่มทุกอย่างที่ไม่จำเป็นไม่น้อยกว่า 14 วัน 4.ทางหมู่บ้านจะตั้งด่านคัดกรองคนเข้า-ออก โดยจะดูเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย หากพบผู้ที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยก็จะตักเตือน และนำหน้ากากอนามัยแจกให้สวมใส่ พร้อมให้คำแนะนำในการมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด หากจะเดินทางไปติดต่อในหมู่บ้านใกล้เคียง หรือในพื้นที่อื่นก็ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อเป็นการป้องกัน
“สำหรับคลัสเตอร์นี้ต้องรอผลในวันนี้และวันที่ 10 พ.ค. 64 ถ้ากรณีนี้หากพบว่าผลเป็นลบทั้ง 2 วัน ก็แสดงว่าควบคุมได้ แต่หากพบผู้ป่วยเพิ่ม ที่นอกเหนือจากครอบครัว 3 หลังคาเรือนนี้ ก็อาจจะมีการยกระดับถึงขั้นปิดหมู่บ้าน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น” นายยอด คุณยศยิ่ง สสอ.ดอยสะเก็ด กล่าว