โควิดลด แต่ยังเหนื่อย!เชียงใหม่พบหลายคลัสเตอร์ “สันจิกุ่ง” ลามติดเครือญาติ! วอร์คอินฉีดโควิด เริ่มมิ.ย.นี้

0
11

โควิดเชียงใหม่ แม้ช่วงปลายสัปดาห์ยอดผู้ป่วยรายใหมเริ่มลดลงจนถึงหลักหน่วยแล้ว แต่สถานการณ์ยังไม่น่าไว้ใจ ล่าสุดอำเภอสันป่าตอง ประกาศปิดพื้นที่บ้านสันจิกุ่ง ทุ่งต้อม พบคลัสเตอร์ใหม่ เชื้อลามเครือญาตินับสิบราย ด้านกระทรวงสาธารณสุข เผยนโยบายให้ประชาชน Walk in ฉีดวัคซีนโควิด 19 เริ่มอย่างเป็นทางการเดือนมิถุนายน 2564 ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบระบบ และให้คกก.โรคติดต่อแต่ละจังหวัด กำหนดจุดฉีดวัคซีน จำนวนที่จะฉีดแต่ละวัน หากคิวเต็มนัดหมายในวันที่ประชาชนสะดวก
เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงสถานการณ์การระบาดของโรค Covid-19 ระลอกเดือนเมษายนจังหวัดเชียงใหม่

ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ เปิดเผยว่า วันนี้จังหวัดเชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นจำนวน 21 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,991 ราย รักษาหายแล้ว 3,483 ราย คิดเป็นร้อยละ 97 ของผู้ป่วยทั้งหมด ยังคงมีผู้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกประเภท จำนวน 493 ราย คิดเป็นร้อยละ 13 ของผู้ป่วยทั้งหมด และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมของจังหวัดเชียงใหม่จนถึงขณะนี้อยู่ที่ 15 ราย ขณะที่กลุ่มผู้ติดเชื้อที่ยังรักษาตัวอยู่นั้น แยกเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย (สีเขียว) 373 ราย อาการปานกลาง (สีเหลือง) 79 ราย อาการค่อนข้างหนัก (สีส้ม) 29 ราย และผู้ป่วยอาการหนัก (สีแดง) 12 ราย
การตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยงและผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 64 ตรวจเพิ่มขึ้นเป็น 1,635 ราย พบผู้มีผลบวกร้อยละ 1.65 เมื่อแยกตามหน่วยการตรวจต่างๆ พบว่าทั้งโรงพยาบาลของรัฐ หรือโรงพยาบาลประจำอำเภอ และโรงพยาบาลเอกชน มีสัดส่วนการตรวจพบผู้ติดเชื้อไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณาปัจจัยเสี่ยงยังคงเป็นเช่นเดิม การสัมผัสในครอบครัว ยังอยู่ในระดับสูงแต่ก็มีแนวโน้มลดลง การสัมผัสในชุมชน สถานที่ทำงาน และการนำเข้าจากต่างจังหวัดยังพบอยู่ประปราย และการสัมผัสในสถานบันเทิงไม่พบมาหลายวันแล้ว
การสุ่มตรวจเชิงรุก หลังจากบริษัท Grab Food ได้รับหนังสือสั่งการจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้มีพนักงานส่งอาหารเข้ารับการตรวจที่จุดตรวจศูนย์ประชุมนานาชาติเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 64 180 ราย ผลเป็นลบทั้งหมด และวันนี้ได้ตรวจอีก 111 ราย โดยมีกำหนดตรวจให้เสร็จสิ้นในวันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564 เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนที่สั่งอาหารผ่านพนักงานส่งอาหาร ส่วนการตรวจคัดกรองที่วัดนันทารามทั้ง 90 ราย ผลเป็นลบทั้งหมดเช่นเดียวกัน

ส่วนกลุ่มผู้ติดเชื้อหรือคลัสเตอร์ของจังหวัดเชียงใหม่ วันนี้มีคลัสเตอร์ที่ปลอดภัยแล้วคือไม่พบผู้ติดเชื้อต่อเนื่องมาเป็นเวลา 28 วัน 1 คลัสเตอร์ คือคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนคลัสเตอร์ที่ยังต้องเฝ้าระวังอยู่มี 12 คลัสเตอร์ และมีคลัสเตอร์ที่ยังคงพบผู้ติดเชื้ออยู่ 3 คลัสเตอร์
โดยคลัสเตอร์แรกคือคลัสเตอร์บ้านแม่อ้อใน อำเภอเชียงดาว มีการตรวจผู้เสี่ยงสูงก่อนกักตัวครบ 14 วัน พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 2 ราย เป็นผู้สัมผัสในครอบครัว 1 ราย และผู้สัมผัสในชุมชนจากงานเลี้ยงสังสรรค์ 1 ราย
สำหรับคลัสเตอร์ใหม่วันที่ 15 พ.ค.64 มี 2 คลัสเตอร์ คือตำบลทุ่งต้อม อำเภอสันป่าตอง ซึ่งเป็นการติดต่อกันในกลุ่มญาติที่มีบ้านอยู่ในกลุ่มเดียวกัน 3 หลัง 9 ราย ยังไม่พบการแพร่กระจายในชุมชน
อีกคลัสเตอร์เป็นบริษัทขนส่งสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับพนักงานขับรถที่ไปส่งของที่ต่างจังหวัด และมีจุดรวมพลที่น่าจะเป็นแหล่งแพร่ระบาด โดยเป็นการแพร่ระบาดในที่ทำงาน 2 แผนก คือแผนกยานยนต์และฝ่ายขาย ผลการสอบสวนที่ชัดเจนจะนำมาแจ้งอีกครั้งหนึ่ง
นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวถึงการปิดพื้นที่บ้านสันจิกุ่ง หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งต้อม อำเภอสันป่าตอง ว่าจากการพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน 9 ราย ในพื้นที่ ทำให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้ออกประกาศควบคุมการเข้า-ออกพื้นที่ โดยขอให้ประชาชนงดการเดินทางเข้าไปในพื้นที่บ้านสันจิกุ่ง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสัมผัสโรค และขอให้ประชาชนในพื้นที่บ้านสันจิกุ่ง งดการเดินทางออกนอกหมู่บ้าน และอยู่ในเคหสถาน งดทำกิจกรรมรวมกลุ่มโดยไม่มีเหตุจำเป็น พร้อมเน้นย้ำให้ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอสันป่าตอง ดำเนินการจัดระเบียบและควบคุมติดตามผู้ที่เดินทางเข้า-ออก

ทั้งนี้ได้มีการตั้งด่านในหมู่บ้านและมีมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวด โดยมีผลบังคับใช้ถึง 28 พฤษภาคม 2564 ทางอำเภอสันป่าตอง ได้มีการจัดถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชน พร้อมตั้งจุดรับบริจาคอาหาร เครื่องดื่มหรือของใช้จำเป็นอื่นๆ ณ จุดคัดกรองประปาหมู่บ้าน อย่างไรก็ตามทางทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็วโรงพยาบาลสันป่าตอง ได้ลงพื้นที่คัดกรองโควิด-19 เชิงรุกเพื่อควบคุมสถานการณ์
ด้านนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ระบาดของโรคโควิด 19 เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก วันต่อวัน การบริหารจัดการจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้ทันสถานการณ์ เช่น การฉีดวัคซีน แผนหลักกำหนดไว้ในเดือนมิถุนายน 2564 แต่เนื่องจากมีการระบาดเมื่อเดือนมกราคม จึงได้หาวัคซีนมาเพิ่มฉีดให้กับประชาชนก่อน และขณะนี้มีข่าวดี อาจได้รับวัคซีนหลักเร็วขึ้นในปลายเดือนพฤษภาคมนี้ จึงปรับเปลี่ยนการฉีดให้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในกทม. เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์การระบาดของโรคได้ทัน และมีแผนใหม่เสริมแผนเดิม
สำหรับการลงทะเบียนมี 3 ช่องทาง คือ 1. “หมอพร้อม” จะรู้ว่าได้ฉีดวัคซีนวันไหน มีความสะดวกมากขึ้น ไม่แออัด ได้รับบริการตามระบบ 2.ช่องทางรองรับผู้ที่ไม่สะดวกใช้เทคโนโลยี “หมอพร้อม” โรงพยาบาล/ อสม. สำรวจและจดรายชื่อผู้ที่เข้าเกณฑ์ได้รับวัคซีน ซึ่งโรงพยาบาลมีข้อมูลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ และทางเลือกที่ 3 ที่นายกรัฐมนตรีให้แนวทางไว้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้อย่างสะดวกสบาย พาวัคซีนไปหาประชาชนให้ใกล้ที่สุด คือ walk in และสามารถแก้ปัญหาที่อยู่ไม่ตรงกับบัตรประชาชน ขณะนี้หลายหน่วยงานได้ทดสอบระบบ เช่นที่ เซนทรัลลาดพร้าว สามย่านมิตรทาวน์ ซึ่งมีคนสนใจ walk in จำนวนมาก และจะเริ่มดำเนินการจริงในเดือนมิถุนายนนี้ เป็นช่องทางที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกทม.
ส่วนในต่างจังหวัด การบริหารจัดการวัคซีนขึ้นอยู่กับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ส่วนกลางจะส่งวัคซีนตามยอดที่จะฉีดร้อยละ 70 ของจำนวนประชากร ให้จังหวัดไปจัดบริการ 3 กลุ่ม คือ หมอพร้อม, อสม./รพ.กำหนดมา และกลุ่ม walk in ในจังหวัดที่มีความพร้อม โดยกำหนดจุดฉีดวัคซีนที่ประชาชนเข้าถึงสะดวก และจำนวนที่จะให้บริการ walk in ได้ หากคิวเต็มจะให้บัตรนัดมารับการฉีดในวันที่สะดวก เป็นการจองคิวหน้างาน ทั้งนี้ประชาชนสอบถามจุดบริการฉีดวัคซีนได้ที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด คาดว่าจะทยอยประกาศจุดบริการของแต่ละจังหวัดในสัปดาห์หน้า
นายแพทย์โอภาสกล่าวต่อว่า ย้ำว่าการฉีดวัคซีนแบบเป็นทางการจะเริ่มมิถุนายน 2564 ปลายพฤษภาคมเป็นช่วงการซ้อมทดสอบระบบ ขณะนี้เป็นช่วงการสำรวจข้อมูลของทุกจังหวัดและกทม. ทั้งจุดที่จะเปิดบริการ วันเวลา จำนวนการให้บริการ เพื่อจัดส่งวัคซีน กระทรวงสาธารณสุข เตรียมเปิดบริการ walk in ที่สถานีกลางบางซื่อในเดือนมิถุนายน และจะประกาศจำนวนที่จะฉีด โดยคาดว่าเปิดบริการเวลา 12.00 – 20.00 น. ตามที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมอบนโยบายไว้ว่า ต้องเป็นเวลาที่ประชาชนสะดวกมาฉีดได้หลังเลิกงาน เป็นต้น
ขณะนี้ เราฉีดวัคซีนแล้ว 2 ล้านกว่าโดส จากที่มี 2.4 ล้านโดส และตั้งแต่กลาง พ.ค.เป็นต้นไป คาดว่าจะมีวัคซีนมาประมาณ 3 ล้านโดส จะมีวัคซีนส่งไปยังจุดฉีดต่าง ๆ ได้อย่างเพียงพอ ระบบมีการตรวจสอบจำนวนที่ฉีด และส่งเพิ่มเติมให้ เพื่อฉีดให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะในพื้นที่ระบาดเพื่อหยุดการระบาดให้เร็วที่สุด
สำหรับข้อกังวลว่าจะฉีดได้ครอบคลุมในปีนี้หรือไม่ คิดจากเรามีโรงพยาบาล 1,000 แห่ง หากแต่ละแห่งฉีดได้วันละ 500 โดส จะฉีดได้วันละ 5 แสนโดส หรือเดือนละ 10-15 ล้านโดส ดังนั้น จำนวน 100 ล้านโดสไม่เกินกำลังที่จะสามารถฉีดให้ประชาชนได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าฉีดห่างกัน 10 – 12 สัปดาห์ ข้อมูลใหม่พบว่า เว้นระยะการฉีดห่างกันนานกว่านั้น ภูมิคุ้มกันยิ่งดีขึ้น เช่น 16 สัปดาห์ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขอาจจะประกาศให้ฉีดห่างกันนานขึ้น และการฉีดวัคซีนโควิด 19 จะต้องฉีดห่างจากวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 1 เดือน
ส่วนการฉีดให้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ขณะนี้ได้เจรจากับบริษัทไฟเซอร์ ซึ่งสามารถฉีดให้ในอายุ 12 ปีขึ้นไป การเจรจาเป็นไปได้ด้วยดี จะสามารถส่งมอบได้ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ และเมื่อได้รับวัคซีนมาแล้วก็จะทยอยฉีดให้กับประชาชนอายุตั้งแต่ 12-18 ปี ต่อไป สำหรับหญิงตั้งครรภ์ขณะนี้ยังไม่กำหนดให้ฉีด
ทั้งนี้ กลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ขับรถสาธารณะ แท็กซี่ คนขับรถตู้ ทำงานในสนามบิน จะจองได้ทั้งทางหมอพร้อม คาดว่าหมอพร้อม จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองนัดฉีดวัคซีนได้ปลายเดือนพฤษภาคม 2564 และนัดแบบเฉพาะเจาะจงเป็นกลุ่ม เช่น สมาคมแท็กซี่ สมาคมมัคคุเทศก์ ชมรมร้านอาหาร ยื่นความจำนงไปที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/ กทม. รวมทั้งการ walk in