เลิกสูบ เลิกจนไม่เสี่ยงโควิดฯ

0
8

ผลการสำรวจล่าสุด โดยศูนย์วิจัยและจัดการวามรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ร่วมกับสวนดุสิตโพล ได้ทำการ “สำรวจพฤติกรรมการบริโภคยาสูบของกลุ่มผู้ใช้แรงงานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19” ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เมษายน-พฤษภาคม พ.ศ.2564 ซึ่งกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจครั้งนี้ คือ ผู้ใช้แรงงานนอกระบบ (เช่น รถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง แท็กซี่ งานบ้าน เกษตร และประมง) และผู้ใช้แรงงานในระบบ (เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม ห้างร้าน เป็นต้น) จำนวน 1,120 ตัวอย่าง
ทั้งนี้ผลการสำรวจ พบว่า พฤติกรรมการบริโภคยาสูบในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ พบว่า ผู้ใช้แรงงานที่บริโภคยาสูบในปริมาณลดลง เนื่องจากรายได้ลดลงมากที่สุด ร้อยละ 49.12 รองลงมาคือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 29.57 และต้องการดูแลสุขภาพ ร้อยละ 16.29 ตามลำดับ
โดยความถี่ในการบริโภคยาสูบ กลุ่มผู้ใช้แรงงานบริโภคยาสูบ 6-10 มวนต่อวัน มากที่สุด รองลงมาคือ 11-15 มวนต่อวัน และ 1-5 มวนต่อวัน และสถานที่ในการซื้อยาสูบ พบว่า กลุ่มผู้ใช้แรงงานที่บริโภคยาสูบ ส่วนใหญ่ซื้อยาสูบที่ร้านค้าทั่วไป มากที่สุด ร้อยละ 50.20 รองลงมาคือ ร้านสะดวกซื้อ ร้อยละ 44.86 และออนไลน์ ร้อยละ 4.66
“วิธีการเลิกบริโภคยาสูบที่กลุ่มผู้ใช้แรงงานได้วางแผนไว้ พบว่า ส่วนใหญ่จะใช้วิธีลดจำนวนมวนบุหรี่ลง มากที่สุด ร้อยละ 57.63 รองลงมาคือ หยุดสูบทันที (หักดิบ) ร้อยละ 34.41 และรับคำแนะนำเพื่อเลิกบุหรี่ ร้อยละ 3.39 เมื่อพิจารณาตามประเภทผู้ใช้แรงงาน พบว่า ผู้ใช้แรงงานทั้งนอกระบบและในระบบที่วางแผนจะเลิกบริโภคยาสูบส่วนใหญ่จะใช้วิธีลดจำนวนมวนบุหรี่ลงมากที่สุด
ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการวามรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) เปิดเผยว่า ได้มีข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่
1) ผู้ใช้แรงงานที่บริโภคยาสูบในปริมาณที่น้อยขึ้น มีสาเหตุมาจากรายได้ที่ลดลง ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และการต้องการดูแลสุขภาพ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรรณงค์ในเรื่องการ ‘เลิกสูบ เลิกจน’ เพื่อรณรงค์ให้คนลดปริมาณการสูบบุหรี่ หรือเลิกสูบบุหรี่ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวัน มีเงินออม เงินสำรองในอนาคตหากถูกเลิกจ้าง และยังส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้ใช้แรงงาน ไม่ต้องเสี่ยงกับไวรัสโควิด-19
2) ผู้ใช้แรงงานที่บริโภคยาสูบในปริมาณที่มากขึ้น มีสาเหตุมาจากความเครียดทั้งในเรื่องของความเครียดจากการทำงาน ความเครียดกับสถานการณ์โควิด-19 และความเครียดจากการถูกเลิกจ้าง/ลดเงินเดือน ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานด้านสาธารณสุขควรจัดกิจกรรมให้ความรู้ หรือจัดทำสื่อแนะนำการดูแลสุขภาพจิตของคนไทย การดำรงชีวิตอย่างมีความสุขภายใต้สถานการณ์ความตึงเครียดทั้งในด้านเศรษฐกิจ และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วย