โควิดเชียงใหม่ หายแล้ว 96% ผู้ป่วยรวมทุก รพ.เหลือร้อยกว่าราย ย้ำการ์ดอย่าตก-โฟกัสคลัสเตอร์คุก

0
10

จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มส่งสัญญาณที่ดี ผู้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเหลือเพียงร้อยกว่ารายเท่านั้น คาดสถานการณ์จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ย้ำ “ฉีดวัคซีน หยุดเชื้อ เพื่อเชียงใหม่” ขณะที่คลัสเตอร์เรือนจำเชียงใหม่ ยังไม่นิ่ง ล่าสุดติดเพิ่มอีกเพียบ ต้องโฟกัสต่อ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ แถลงสถานการณ์การระบาดของโรค Covid-19 ระลอกเดือนเมษายนจังหวัดเชียงใหม่ประจำวัน ว่าวันนี้เป็นข่าวดีที่จังหวัดเชียงใหม่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมยังคงอยู่ที่ 4,083 ราย รักษาหายแล้ว 3,922 ราย คิดเป็นร้อยละ 96 ของผู้ป่วยทั้งหมด ยังคงมีผู้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกประเภท จำนวน 135 ราย
อย่างไรก็ตามล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยมาจากเรือนจำ โดยทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ จะมาแจ้งรายละเอียดอีกครั้ง ทำให้จังหวัดเชียงใหม่มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 24 ราย ขณะที่กลุ่มผู้ติดเชื้อที่ยังรักษาตัวอยู่นั้น แยกเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย (สีเขียว) 87 ราย อาการปานกลาง (สีเหลือง) 27 ราย อาการค่อนข้างหนัก (สีส้ม) 16 ราย และผู้ป่วยอาการหนัก (สีแดง) 5 ราย

การตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง และผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เมื่อวานนี้ (28 พ.ค.64) ได้ทำการตรวจไปทั้งหมด 1,061 ราย ไม่พบผู้มีผลบวก ซึ่งสอดคล้องกับยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็น 0 ในวันนี้ ในภาพรวมพบผู้มีผลบวกร้อยละ 3.99 จากผู้ได้รับการตรวจทั้งหมด กว่า 130,000 ราย สำหรับปัจจัยเสี่ยงหลักยังคงเป็นการสัมผัสในครอบครัว และยังคงมีแนวโน้มที่สูง ขณะที่การสัมผัสในสถานที่ทำงานเริ่มลดลง แต่การสัมผัสในชุมชนและนำเข้ามาจากต่างจังหวัด เริ่มพบอีกครั้งในระยะหลังมานี้
การตรวจคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง เมื่อวานนี้ทีมตรวจเชิงรุกของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ตรวจแรงงานต่างด้าว บริษัทฤทธา ที่ลานประเสริฐแลนด์ จำนวน 204 ราย ผลไม่พบเชื้อทั้งหมด ส่วนคลัสเตอร์ต่างๆ วันนี้มีคลัสเตอร์ที่ปลอดภัยแล้วจำนวน 8 คลัสเตอร์ และ ไม่มีคลัสเตอร์ใหม่ รวมถึงไม่มีคลัสเตอร์ที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ แต่ยังคงมีคลัสเตอร์เฝ้าระวังต่อเนื่อง 10 คลัสเตอร์ และคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด 3 คลัสเตอร์
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์จังหวัดเชียงใหม่จะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ในหลายๆ จังหวัดทางภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ยังคงพบผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก และมีคลัสเตอร์เกิดขึ้นมากมาย จังหวัดเชียงใหม่จึงต้องมีการเฝ้าระวังกันอย่างเข้มข้น ไม่ให้มีการติดเชื้อโดยนำเข้ามาจากจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

ดังนั้น หากประชาชนพบว่ามีคนต่างด้าว หรือผู้ที่เดินทางมาจาก 4 จังหวัดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือจังหวัดสีแดงเข้ม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อสม. ใกล้บ้าน เพื่อตรวจสอบและควบคุมโรคทันที ส่วนพนักงานขับรถส่งสินค้าไปในจังหวัดดังกล่าว และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง ขอให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทุกครั้งที่กลับมา อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ส่วนพนักงานที่ป่วยและได้รับการรักษาหายแล้ว ไม่ต้องตรวจซ้ำ โดยสามารถใช้ใบรับรองแพทย์ที่ได้รับจากโรงพยาบาลมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าทำงานได้
สำหรับสถานที่ตรวจคัดกรองโควิด-19 นั้น ขณะนี้จุดตรวจที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ได้ปิดตัวลงแล้ว ประชาชนสามารถไปรับบริการได้ที่ศูนย์วัณโรคเขต 10 ถนนศรีดอนไชย ตรงข้ามกับร้านขายหนังสือสุริวงศ์บุ๊คเซนเตอร์ ในวันและเวลาราชการ ยกเว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือที่โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน โดยสามารถขอรับการตรวจได้ทุกวัน
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องชาวเชียงใหม่ที่ยังลังเลใจ และยังไม่ตัดสินใจฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 รีบลงทะเบียนรับวัคซีน เมื่อคนเชียงใหม่ได้รับการฉีดวัคซีนมากกว่าร้อยละ 70 ของประชากรทั้งหมด จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในการป้องกันโรค และจะทำให้เรากลับมาใช้ชีวิตกันได้ตามปกติ ขณะที่ยอดการจองคิวฉีดวัคซีนของจังหวัดเชียงใหม่ขณะนี้อยู่ที่กว่า 180,000 รายแล้ว สำหรับประชาชนทั่วไป สามารถจองได้ด้วยตัวเองในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ ผ่านแอปพลิเคชันหรือไลน์หมอพร้อม และการลงชื่อจองที่หน่วยงานสาธารณสุขใกล้บ้าน พร้อมเน้นย้ำประชาชน “ฉีดวัคซีน หยุดเชื้อ เพื่อจังหวัดเชียงใหม่”
ด้านศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่ รายงานข้อมูลสถานการณ์การระบาดภายใต้ระบบ Bubble and Seal เรือนจำกลางเชียงใหม่ (26 เม.ย.- 28 พ.ค. 64) ว่าเรือนจำกลางเชียงใหม่มีผู้ต้องขังติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 เพิ่ม 173 ราย ซึ่งเป็นการตรวจ จากการ PCR รอบที่ 2 ตาม Exit plan ของมาตรการ Bubble & Sealed ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 4,170 ราย วันนี้มีผู้รักษาหายหายแล้ว 3 ราย ส่งผลให้มียอดผู้รักษาหายแล้วสะสม ยอดอยู่ที่ 3,768 ราย ส่วนยอดผู้ตรวจไม่พบเชื้อสะสมรวม 254 ราย

นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่า ผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาภายใต้ระบบ Bubble and Seal เรือนจำกลางเชียงใหม่ วันนี้เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน โดยวันนี้มีผู้อยู่ระหว่างการรักษา 269 ราย แยกรักษาตัวในแดนต่างๆ 203 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาลสนามในเรือนจำ 60 ราย แยกตามอาการเป็น ระดับสีเขียว 51 ราย สีเหลือ 9 ราย ส่วนสีส้มไม่มี และรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลภายนอกเรือนจำ 6 ราย
ในช่วงควบคุมสถานการณ์การระบาดภายใต้ระบบ Bubble and Seal เรือนจำกลางเชียงใหม่ (26 เม.ย.- 28 พ.ค. 64) ยอดการปล่อยตัวผู้ต้องขังสะสมทั้งสิ้น 133 ราย วันนี้มีการรับผู้ต้องขังเข้ามาส่งเข้ามายังเรือนจำใหม่ 5 ราย ส่งผลให้ยอดผู้ต้องขัง ณ วันที่ 29 พ.ค.64 มีทั้งสิ้น 6,502 ราย ยอดปล่อยตัวสะสม 133 ราย ส่งต่อกักตัวใน LQ อ.แม่แตง สะสมที่ 65 ราย ส่งต่อโรงพยาบาลสนามเชียงใหม่สะสมที่ 40 ราย ส่งให้หน่วยงานอื่น อาทิ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สถานีตำรวจภูธรต่างๆ ดำเนินการต่ออีกสะสมที่ 15 ราย และมียอดผู้ต้องขังที่รักษาหายและปล่อยตัวกลับภูมิลำเนาสะสม จำนวน 13 ราย
สำหรับการบริหารผู้ที่อยู่ในสถานกักกันองรัฐฯ หรือ LQ อำเภอแม่แตงรายงานว่า ยอดสะสมยังอยู่ที่ 65 ราย และวันนี้มีการปล่อยตัวผู้ที่อยู่ใน LQ ให้กลับภูมิลำเนา 8 ราย พร้อมกับการปิด LQ ในกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กฟ.5 ส่งผลให้ยอดผู้ที่ยังกักตัวใน LQ เหลือเพียง 6 ราย ส่งต่อโรงพยาบาลสนามจังหวัดเชียงใหม่เป็นยอดสะสมที่ 36 ราย และส่งตัวกลับภูมิลำเนาสะสมอยู่ที่ 23 ราย