แม่โจ้โพลชี้!! เด็กไทยกว่าครึ่ง ตกข่าว “ทุจริต”

0
1207

“การทุจริตคอร์รัปชั่น’’ เป็นการลิดรอนความเป็นธรรมและความถูกต้องตามกฎหมายของสังคม การประพฤติมิชอบของข้าราชการ การคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องของการที่ผู้มีอํานาจหน้าที่ ได้ใช้อิทธิพลทางใดทางหนึ่งของตน เพื่อได้มาซึ่งผลประโยชน์จากสาธารณชนหรือหน่วยงานอื่นที่มีสังกัด ให้ตนเองหรือพวกพ้องของตน เช่น การฉ้อราษฎร์บังหลวง การฉ้อฉล การคดโกง ส่วย การติดสินบน การกินตามน้ำ การกินทวนน้ำ ค่าวิ่งเต้น ค่าน้ำร้อนน้ำชา และเงินใต้โต๊ะ เป็นต้น พฤติกรรมของผู้คอร์รัปชั่น ไม่ได้พบเห็นได้อย่างชัดแจ้ง เนื่องจาก ไม่มีใครที่จะเปิดเผยความจริงได้อย่างชัดเจน ส่วนมากผู้ทุจริตคอร์รัปชั่นมักจะได้รับประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้ให้และผู้รับซึ่งต่างก็ร่วมมือสมคบกันปกปิดการกระทํานั้นเพื่อการอยู่รอด

โดยประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ได้มีการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจเพื่อทำการบริหารประเทศ ปัญหาหนึ่งที่ต้องการเข้ามาแก้ไขนั่นคือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นนโยบายหนึ่งที่สำคัญ ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนแต่ปัจจุบันปัญหาดังกล่าวก็ยังลดลงไปได้ไม่มากนัก เห็นได้จากข่าวการจับกุมการทุจริตของเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เสนอตามสื่อต่างๆ ทั้งสถาบันการเงินชุมชน สถานศึกษา เป็นต้น ซึ่งเกิดจากการทำหน้าที่ที่ไม่โปร่งใสของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ อันก่อให้เกิดความเสียหายเนื่องจากงบประมาณไม่สามารถลงไปถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง อีกทั้งเป็นการทำลายภาพลักษณ์ที่ดีของเจ้าหน้าที่ภาครัฐและเป็นต้นแบบ ที่ไม่ดีแก่เยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร (แม่โจ้โพล) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้สำรวจความคิดเห็นของเยาวชนประเทศ ในหัวข้อ “มุมมองเยาวชนกับข่าวสารการทุจริตคอร์รัปชั่น” จำนวน 800 ราย ระหว่างวันที่ 25 กันยายน – 5 ตุลาคม 2561 โดยมีวัตถุประสงค์การสำรวจความคิดเห็นของเยาวชนกับข่าวสารการทุจริตคอร์รัปชั่นในมุมมองของเยาวชน

ผลการสำรวจพบว่าเยาวชนทั่วไป ร้อยละ 83.00 ทราบข่าว “เรื่องการทุจริตของหน่วยงานภาครัฐบาล” มีการติดตามข่าวร้อยละ 47.88 ไม่ได้ติดตามร้อยละ 52.13 มีเพียงร้อยละ 17.00 เท่านั้นที่ไม่ทราบข่าว จากการสอบความคิดเห็นต่อการนำเสนอข่าวการทุจริตของภาครัฐ พบว่า อันดับ 1 (ร้อยละ 77.75) ด้านเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ ประเทศขาดการพัฒนา อันดับ 2 (ร้อยละ 68.13) ด้านการศึกษา กระทบต่อการศึกษา และปัญหาภาพลักษณ์ในทางลบ อันดับ 3 (ร้อยละ 50.88) ด้านโครงการต่างๆ ที่ภาครัฐส่งเสริม หารายได้จากส่วนงบประมาณพัฒนาแผ่นดิน อันดับ 4 (ร้อยละ 47.00) ด้านภาษีต่างๆ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนถูกเอาเปรียบจากผู้มีอำนาจ อันดับ 5 (ร้อยละ 23.38) ด้านศาสนา ศาสนาพุทธเป็นจุดศูนย์กลางของไทย ได้รับฟังข่าวศาสนาในด้านลบรู้สึกไม่สบายใจ

ด้านการสอบถามความรู้สึกต่อการรับฟังข่าวสารผ่านสื่อเกี่ยวกับการทุจริต พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 84.59 รู้สึกแย่ เนื่องจากการทุจริตเป็นการกระทำที่ไม่ดี อาจทำให้คนรุ่นหลังเห็นพฤติกรรมแล้วนำมาเลียนแบบในการแสวงหาผลประโยชน์เอาเปรียบจากประชาชนโดยไม่คำนึงถึงเดือดร้อนและการทุจริตทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศดูแย่และขาดการพัฒนา มีเพียงร้อยละ 15.41 รู้สึกเฉยๆ เนื่องจากเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาเพิ่ม และยังไม่มีบุคคลใดเข้าที่เข้ามาบริหารจัดการได้และการรับสินบนหรือการทุจริตอื่นๆ ปัญหานี้เกิดขึ้นมายาวนาน

ด้านการสอบถามสาเหตุของการทุจริต พบว่า ส่วนใหญ่ให้เหตุผล อันดับ 1 (ร้อยละ 92.63) เกิดจากความโลภของคน รองลงมาอันดับ 2 (ร้อยละ 75.38) การเรียกรับสินบน/เห็นประโยชน์เพื่อนพ้องส่วนตน อันดับ 3 (ร้อยละ 72.00) ช่องว่างทางกฎหมาย อันดับ 4(ร้อยละ 43.63) พฤติกรรมเลียนแบบ/ทำตามๆกันในองค์กร อันดับ 5 (ร้อยละ 43.25) ถูกบีบบังคับจากผู้บังคับบัญชา/ผู้มีอำนาจ/กลั่นแกล้ง เป็นต้น

จากการสอบถามความคิดเห็นแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในอนาคต พบว่า 1) ทำให้ประเทศไทยปกครองด้วยระบบประชาธิปไตย 2) เริ่มต้นจากตนเอง โดยการไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและไม่โลภมาก 3) มีนโยบายติดตามและป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด และ 4) ยึดหลักความถูกต้องเรื่องกฎหมาย พบเห็นผู้คดโกงแจ้งเบาะแสแก่ผู้รักษาการทางกฎหมายดำเนินคดีความ

จากการสำรวจ ปัญหาการทุจริตในประเทศไทยจะเห็นได้ว่า เยาวชนไทยทราบข่าวการทุจริตของประเทศไทย และส่วนใหญ่รู้สึกแย่ต่อการทุจริตในบ้านเมืองเราที่เกิดจากการกระทำของผู้ใหญ่บางกลุ่มที่เห็นผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้แก่เยาวชนที่จะเติบโตไปในอนาคต ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบและมีกฎหมายที่เด็ดขาดในการลงโทษผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อไป แต่อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวอาจยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้หมดไปในเร็ววันนี้ สถาบันต่างๆ ทั้งสถาบันครอบครัวและโรงเรียนจะต้องปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนตั้งแต่วัยเด็กให้ “โตไปไม่โกง” สอนให้เยาวชนมีจิตสำนึกในการรู้จักผิด ชอบ ชั่วดี การมีน้ำใจ เคารพสิทธิ์และไม่เอาเปรียบผู้อื่นเพื่อเป็นแรงกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคตต่อไป