ไม่สแกนปรับ 2 หมื่น!แอปฯ “CM-CHANA”สกัดโควิดเข้าเชียงใหม่พบสายพันธุ์ดุ!ลามแล้ว

0
11

เชียงใหม่ ตั้งด่านคัดกรองเข้มงวด ย้ำผู้ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ ต้องสแกน CM-CHANA ทุกคน ฝ่าฝืนปรับ 2 หมื่น! โฟกัส 10 จังหวัดสีแดงเข้ม และอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จะต้องตรวจหาเชื้อโควิด – 19 ที่โรงพยาบาลทุกราย และต้องกักตัว เป็นเวลา 14 วัน นับแต่วันที่เดินทางเข้าเชียงใหม่ ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดยังน่าเป็นห่วง โควิดดุ สายพันธุ์เดลตา ลามแล้ว
จากสถานการณ์การระบาดของโควิด – 19 โดยเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อยู่ในความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะวิกฤตด้านสาธารณสุข ซึ่งอาจจะทำให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานหรือคนต่างจังหวัดที่เข้าไปทำงานยังพื้นที่เสี่ยงสูงเดินทางกลับภูมิลำเนามากขึ้น ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด – 19 ในต่างจังหวัดมากขึ้น

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้มีมติให้เพิ่มด่านตรวจทางถนนบนทางหลวงหมายเลข 11 ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง (ขาเข้าเมือง) ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางเข้ามาในพื้นที่ของคนต่างจังหวัดด้วยรถโดยสารประจำทาง และรถยนต์ส่วนบุคคล โดยแบ่งออกเป็น 2 จุด ประกอบด้วย ด่านอำเภอสารภี และด่านดอนจั่น อำเภอเมืองเชียงใหม่ จากเดิมที่มีการตั้งด่านตรวจเฉพาะในท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ สถานีขนส่งอาเขต และสถานีรถไฟเชียงใหม่ ซึ่งการตั้งด่านตรวจทางถนนจะเน้นตรวจสอบผู้เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม 10 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา เข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ถือปฏิบัติตามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 61/2564 เรื่อง มาตรการควบคุมผู้เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างเคร่งครัด โดยผู้ที่เดินทางเข้ามาจะต้องสแกนและกรอกข้อมูลในระบบ CM-CHANA ที่ด่านอำเภอสารภี หรือหากไม่สะดวกเจ้าหน้าที่จะให้กรอกแบบฟอร์มในการลงทะเบียน แบบ ชม.2 เพื่อนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ที่ด่านที่สอง คือ ด่านดอนจั่น อำเภอเมืองเชียงใหม่ หากยังไม่ได้กรอกข้อมูลในระบบ CM-CHANA จะต้องทำการจอดรถเพื่อกรอกข้อมูลที่บริเวณด่านดอนจั่นให้เรียบร้อย
นอกจากนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ยังได้ออกประกาศเพิ่มเติม ฉบับที่ 14 เรื่อง  มาตรการควบคุมผู้เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด และอำเภอแม่สอด จังหวัดตากที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ให้เข้าตรวจหาเชื้อ หรือ Swap ที่โรงพยาบาลทุกราย เว้นผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้ว แต่ยังคงต้องกักตัว 14 วัน ทุกคน เพื่อให้การควบคุมและป้องกันโรคติดเชื้อโควิด – 19 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเชียงใหม่ ยังน่าเป็นห่วงแต่อยู่ในภาวะทรงตัวตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.ค.64 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 4,192 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 26 รายเท่าเดิม
การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มเสี่ยงสูงหรือผู้สัมผัส เมื่อวันที่ (2 ก.ค. 64) ตรวจไปทั้งหมด 1,060 ราย พบติดเชื้อ 5 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.47 ส่วนปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ ช่วงนี้จะพบผู้ที่สัมผัสเชื้อจากต่างจังหวัด แล้วเดินทางเข้ามาจังหวัดเชียงใหม่ทุกวัน รายใหม่นี้ 3 ใน 5 ราย ก็เช่นกัน สัมผัสโรคจากต่างจังหวัดแล้วเดินทางเข้ามาตรวจพบเชื้อในจังหวัด และอีก 2 รายเป็นผู้สัมผัสในชุมชนจากกิจกรรมที่ดำเนินการร่วมกัน ทั้งนี้จึงขอเน้นย้ำผู้ที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ ต้องเคร่งครัดในมาตรการจังหวัดเชียงใหม่ ลงทะเบียน CM Chana และกักตัวอย่างจริงจัง และการกักตัวที่บ้านท่านต้องแยกห่างจากคนในครอบครัวให้ชัดเจน ทั้งแยกห้องนอน ห้องน้ำ การรับประทานอาหาร และกิจกรรมที่ทำร่วมกัน จึงจะทำให้ญาติพี่น้องของท่านปลอดภัยจากโรคโควิด-19 หากไม่ปฏิบัติตาม ก็จะพบผู้สัมผัสจำนวนมาก และอาจระบาดขยายวงกว้างเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ๆ ได้
ขณะนี้คลัสเตอร์จังหวัดเชียงใหม่ เหลือเฝ้าระวัง 2 คลัสเตอร์ ต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง 1 คลัสเตอร์ และ คลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด 1 คลัสเตอร์ แต่ทั้ง 2 คลัสเตอร์ ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่หลายวันมาแล้ว
สำหรับการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ Delta ตรวจหาสายพันธุ์เชื้อ พบเป็นสายพันธ์ Delta เพิ่ม 2 ราย และมีการแพร่ระบาดในกลุ่มญาติใกล้ชิดอีก 1 ราย รวมเพิ่ม 3 ราย รวมทั้งหมดจากเดิมที่รายงานไปแล้ว 14 ราย แต่ยังเป็นการติดเชื้อที่แพร่กันในวงจำกัด ในกลุ่มเครือญาติ เนื่องจากผู้ติดเชื้อที่นำเข้ามามีการกักตัวและตรวจพบเร็ว และมีการควบคุมโรคอย่างรวดเร็ว สายพันธุ์ Delta อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดได้รวดเร็ว แต่การก่อให้เกิดความรุนแรงของโรคไม่ว่าสายพันธุ์ไหนก็ไม่แตกต่างกัน ดังนั้น จึงขอฝากเตือนให้พี่น้องประชาชน ให้ปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด หากปฏิบัติได้ดีเช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อะไรก็จะไม่เกิดการระบาดเป็นวงกว้าง รวมทั้งต้องร่วมใจกันฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้มากๆ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางเข้ามาจากพื้นที่เสี่ยงต้องกักตัวและรักษาระยะห่างจากบุคคลใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไม่สแกน CM-Chana จะมีโทษปรับ 2 หมื่นบาท

ในส่วนของผู้เดินทางเข้ามาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด และได้ดำเนินการลงทะเบียน CM Chana สะสม 22,939 ราย ติดตามตัวได้ 19,063 ราย คิดเป็นร้อยละ 83.10 โดยอำเภอเมืองเชียงใหม่ติดตามตัวได้น้อยที่สุด เพียงร้อยละ 71.33 ส่วนผู้ที่ไม่ลงทะเบียน CM Chana ที่ทีมโควิดหมู่บ้านติดตามได้เพิ่มมากขึ้นถึง 108 ราย พบผู้กระทำผิดนี้มากในอำเภอแม่แตง ฝาง สันทราย และแม่อาย แสดงว่ายังมีผู้ที่ทีมโควิดหมู่บ้านยังหาตัวไม่พบอีกจำนวนมาก ดังนั้น ขอให้เจ้าบ้าน ผู้ให้ที่พักอาศัย โรงแรม คอนโด หอพักต่างๆ ต้องแจ้งผู้ที่เข้าพักให้ปฏิบัติตามคำสั่ง คณะกรรมการโรคติดต่อฯ และท่านต้องแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าพนักนักงานในพื้นที่ทันที ถ้าไม่ปฏิบัติจะถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย
สำหรับการฉีดวัคซีนจังหวัดเชียงใหม่ ในสถานการณ์เช่นนี้ ประชาชนทุกคนต้องรีบตัดสินใจเข้ามาร่วมเป็นก๋ำแปงเวียง ปกป้องโรคโควิด-19 ให้คนเชียงใหม่กัน โดยร้อยละ 70 ของประชากรจังหวัดเชียงใหม่ที่ต้องรับการฉีดวัคซีน ประมาณ 1.2 ล้านคน ขณะนี้มีผู้ประสงค์ฉีดแล้ว 851,598 คน คิดเป็นร้อยละ 71 คงค้างอีกร้อยละ 29 จึงจะไปถึงเป้าหมายในการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ที่ป้องกันโรคโควิด-19 ได้ โดยขณะนี้มีผู้ที่ได้รับการฉีดไปแล้ว 144,195 คน คิดเป็นร้อยละ 12 จึงขอเชิญชวนพี่ทุกท่านที่ยังลังเล หรือไม่ประสงค์ฉีด ให้รีบจองคิวฉีดผ่านระบบ “ก๋ำแปงเวียง” ที่เดียวเท่านั้น มาร่วมกันเป็นฉีดวัคซีน เพื่อเชียงใหม่จะได้เดินหน้าต่อไป