ยก 13 จังหวัด แดงเข้ม! ยืดล็อกดาวน์เริ่มมีผลแล้ว ลดเดินทางห้ามออกพื้นที่

0
13

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศยกระดับ 13 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด “สีแดงเข้ม” ลดการเคลื่อนย้ายเดินทางประชาชน ห้ามออกนอกเคหสถาน ยกเว้น จัดหาอาหาร ยา เวชภัณฑ์ ส่วนร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ เปิดได้ถึง 20.00 น. และห้ามรวมกลุ่มเกิน 5 คน
ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ นั้น
โดยที่สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด – 19 ที่มีการกลายพันธุ์เป็นหลายสายพันธุ์ ยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเสี่ยงที่จะเกิดภาวะวิกฤติด้านสำธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งรัฐบาลโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ได้ดำเนินการอย่างเข้มแข็งและจริงจังในการเพิ่มศักยภาพด้านการตรวจคัดกรอง การรักษาพยาบาล และการเร่งรัดการจัดฉีดวัคซีนให้กับประชาชน
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้มีการประเมินสถานการณ์ภายหลังการมีผลใช้บังคับของข้อกำหนด (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2564 ปรากฏว่ายังไม่อาจชะลออัตราการเพิ่มของจำนวนผู้ติดเชื้อและจำนวนผู้ป่วยที่ต้องเฝ้าระวังอาการโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และกลุ่มผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภูมิภาคหลายจังหวัดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มต่อเนื่อง ซึ่งมักเป็นการติดเชื้อจากการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในครอบครัวและชุมชน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องยกระดับความเข้มข้นของมาตรการและการบังคับใช้อย่างจริงจังเพิ่มเติมขึ้น
จากข้อกำหนดที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้า เพื่อเร่งแก้ไขและบรรเทาสถานการณ์ฉุกเฉินให้คลี่คลายลงโดยเร็วที่สุดอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลาย ดังสรุปได้คือ
ปรับปรุงเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นสีแดงเข้ม) , พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด งดเว้นภารกิจที่ต้องเดินทางออกนอกเคหสถาน , พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ห้ามออกนอกเคหสถาน 21.00 – 04.00 ของวันรุ่งขึ้น , จำหน่ายอาหารได้จนถึง 20.00 น. ห้ามนั่งในร้าน , ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า เปิดบริการได้เฉพาะซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านยา พื้นที่ฉีดวัคซีน หรือบริการทางการแพทย์ของรัฐ จนถึง 20.00 น. , โรงแรม เปิดได้ตามปกติ แต่งดจัดประชุม สัมมนา จัดเลี้ยง , ร้านสะดวกซื้อ ตลาด เปิดได้ถึง 20.00 น. , ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มมากกว่า 5 คน , ขนส่งสาธารณะ จำกัดจำนวนผู้โดยสาร ไม่เกิน 50% ของความจุ , ส่วนราชการและหน่วยงานรัฐ ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งขั้นสูงสุดและเต็มจำนวน , ภาคเอกชน จำเป็นให้เจ้าหน้าที่และบุคลากร ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งขั้นสูงสุดเช่นเดียวกัน , บังคับใช้มาตรการตามข้อกำหนด 14 วัน ประเมินสถานการณ์ทุก 7 วัน , ขยายพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เป็น 13 จังหวัด เพิ่ม จ.ชลบุรี จ.ฉะเชิงเทรา จ.พระนครศรีอยุธยา
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.2564 เป็นต้นไป ยกเว้นมาตรการขนส่งสาธารณะ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. 2564 (ประกาศ ณ วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ.2564 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี)

สำหรับรายชื่อจังหวัดที่กำหนดระดับของพื้นที่สถานการณ์เพื่อการบังคับใช้มาตรการควบคุมฯ แบ่งตามระดับได้แก่
พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด รวมทั้งสิ้น 13 จังหวัด
1.กรุงเทพมหานคร 2.จังหวัดฉะเชิงเทรา 3.จังหวัดชลบุรี 4.จังหวัดนครปฐม 5.จังหวัดนนทบุรี 6.จังหวัดนราธิวาส 7.จังหวัดปทุมธานี 8.จังหวัดปัตตานี 9.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 10.จังหวัดยะลา 11.จังหวัดสงขลา 12.จังหวัดสมุทรปราการ
13.จังหวัดสมุทรสาคร
พื้นที่ควบคุมสูงสุด รวมทั้งสิ้น 53 จังหวัด 1.จังหวัดกระบี่ 2.จังหวัดกาญจนบุรี 3.จังหวัดกาฬสินธุ์ 4.จังหวัดกำแพงเพชร
5.จังหวัดขอนแก่น 6.จังหวัดจันทบุรี 7.จังหวัดชัยนาท 8.จังหวัดชัยภูมิ 9.จังหวัดเชียงราย 10.จังหวัดเชียงใหม่ 11.จังหวัดตรัง
12.จังหวัดตราด 13.จังหวัดตาก 14.จังหวัดนครนายก 15.จังหวัดนครราชสีมา 16.จังหวัดนครศรีธรรมราช 17.จังหวัดนครสวรรค์
18.จังหวัดบุรีรัมย์ 19.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 20.จังหวัดปราจีนบุรี 21.จังหวัดพัทลุง 22.จังหวัดพิจิตร 23.จังหวัดพิษณุโลก 24.จังหวัดเพชรบุรี 25.จังหวัดเพชรบูรณ์ 26.จังหวัดมหาสารคาม 27.จังหวัดยโสธร 28.จังหวัดร้อยเอ็ด 29.จังหวัดระนอง 30.จังหวัดระยอง 31.จังหวัดราชบุรี 32 จังหวัดลพบุรี 33.จังหวัดลำปาง 34.จังหวัดลำพูน 35.จังหวัดเลย 36.จังหวัดศรีสะเกษ 37.จังหวัดสกลนคร 38.จังหวัดสตูล 39.จังหวัดสมุทรสงคราม 40.จังหวัดสระแก้ว 41.จังหวัดสระบุรี 42.จังหวัดสิงห์บุรี 43.จังหวัดสุโขทัย
44.จังหวัดสุพรรณบุรี 45.จังหวัดสุรินทร์ 46.จังหวัดหนองคาย 47.จังหวัดหนองบัวลำภู 48.จังหวัดอ่างทอง 49.จังหวัดอุดรธานี
50.จังหวัดอุทัยธานี 51.จังหวัดอุตรดิตถ์ 52.จังหวัดอุบลราชธานี 53.จังหวัดอำนาจเจริญ
พื้นที่ควบคุม รวมทั้งสิ้น 10 จังหวัด 1.จังหวัดชุมพร 2.จังหวัดนครพนม 3.จังหวัดน่าน 4.จังหวัดบึงกาฬ 5.จังหวัดพังงา
6.จังหวัดแพร่ 7.จังหวัดพะเยา 8.จังหวัดมุกดาหาร 9.จังหวัดแม่ฮ่องสอน 10.จังหวัดสุราษฎร์ธานี
พื้นที่เฝ้าระวังสูง รวมทั้งสิ้น 1 จังหวัด 1.จังหวัดภูเก็ต