สสจ.เชียงใหม่ ยืนยัน‼️ “วัคซีนไขว้” สู้โควิดดี คิวก๋ำแปงเวียงมาแล้ว

0
40

สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ยืนยันการฉีดวัคซีนแบบไขว้ สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ในระดับสูง และป้องกันการเจ็บป่วยหนักจากการติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้าได้ถึงร้อยละ 90 ขณะที่คิวฉีด “ก๋ำแปงเวียง” ทยอยมาแล้ว ล่าสุดเชียงใหม่ เปิดให้วอร์คอิน ในกลุ่ม คนแก่-7กลุ่มโรค-หญิงตั้งครรภ์ คนแห่ฉีดกันแน่น
นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าการฉีดวัคซีนในขณะนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการฉีดวัคซีนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์เดลต้า ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์ไปค่อนข้างมาก ทำให้วัคซีนที่ใช้อยู่เดิมไม่สามารถป้องกันโรคได้ดีเท่าที่ควร จึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการฉีดวัคซีนเป็นแบบไขว้ ซึ่งเป็นมาตรฐานในการฉีดขณะนี้ คือการใช้เข็ม 1 เป็นวัคซีนชนิดซิโนแวค และเข็ม 2 เป็นวัคซีนชนิดแอสตร้าเซเนก้า ในระยะห่างกัน 3 สัปดาห์ เนื่องจากสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าการฉีดซิโนแวค 2 เข็ม
โดยผู้ที่ฉีดซิโนแวคเป็นเข็มที่ 1 ตามด้วยเข็ม 2 เป็นแอสตราเซเนก้าจะมีภูมิคุ้มกันขึ้นในระดับที่สูงเพียงพอต่อการป้องกันอาการเจ็บป่วยหนักจากการติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้าได้ถึงร้อยละ 90 ส่วนผู้ที่ฉีดแอสตราเซเนก้าทั้ง 2 เข็ม ก็มีภูมิคุ้มกันในระดับที่สูงเช่นเดียวกัน แต่ต้องใช้ระยะเวลาที่นานกว่า เนื่องจากต้องฉีดห่างกัน 12 สัปดาห์
จึงขอให้ประชาชนชาวเชียงใหม่มีความมั่นใจและเข้ารับการฉีดวัคซีนตามคิวที่ได้ลงทะเบียนไว้ทางเว็บไซต์ ก๋ำแปงเวียง และได้รับ SMS ยืนยันคิวแล้ว
ทั้งนี้ ได้เริ่มฉีดวัคซีนในผู้จองผ่านระบบ ก๋ำแปงเวียง ได้ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 64 เป็นต้นไป โดยเริ่มฉีดให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปี ,ผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์ก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจะฉีดให้กับกลุ่มที่จองคิวผ่านก๋ำแปงเวียง ต่อไป

ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ก.ค. – 1 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์ฉีดวัคซีนหลักของจังหวัดเชียงใหม่ โดยการดำเนินการของโรงพยาบาลนครพิงค์เชียงใหม่ พบว่า มีผู้สูงอายุและประชาชนทยอยเดินทางมาเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิดเป็นจำนวนมาก โดยถือเป็นวันแรกๆ ที่ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้ทำการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่ลงทะเบียนไว้ในระบบก๋ำแปงเวียง สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงใน 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป , กลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง และกลุ่มผู้มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนตามที่จังหวัดเชียงใหม่ได้กำหนดไว้ คือ วันที่ 30-31 กรกฎาคม 2564 นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว สามารถ Walk in เข้ารับการฉีดวัคซีนได้อีกด้วย ซึ่งจุดฉีดที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ สามารถรองรับผู้มาฉีดวัคซีนได้ 1,500–2,000 คน ต่อวัน นายแพทย์วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำการเรียกประชาชนที่ลงทะเบียนไว้ในระบบ “หมอพร้อม” มาเข้ารับการฉีดวัคซีนจนเกือบครบทั้งหมดแล้ว ประกอบกับได้รับการจัดสรรวัคซีนเข้ามาเพิ่มเติมอีกจำนวน 29,100 โดส จึงสามารถเรียกประชาชนที่ลงทะเบียนไว้ในระบบ “ก๋ำแปงเวียง” มาเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ในลำดับต่อจากนี้ โดยเบื้องต้นเริ่มเรียกจากกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง และกลุ่มผู้มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ โดยเริ่มการฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 64 ซึ่งมีผู้สูงอายุและประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการฉีดวัคซีนในจุดฉีดแห่งนี้ไปแล้วกว่า 900 คน ส่วนในวันที่ 31 ก.ค.64 ได้เรียกผู้ที่จองคิวไว้เข้ามารับการฉีดวัคซีนอีก 2,000 คน รวมถึงผู้ที่ไม่สามารถมาฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ผ่านมาได้ บางส่วนก็ได้ติดต่อขอเข้ารับการฉีดในวันนี้ด้วย สำหรับการเรียกคิวฉีดวัคซีนของระบบก๋ำแปงเวียง จะมีการเรียงลำดับ (คิว) กระจายไปตามอำเภอที่ประชาชนเลือกไว้ในการลงทะเบียน ซึ่งจนถึงปัจจุบันได้มีการเรียกคิวไปแล้วกว่า 2 หมื่นคิว ส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง

โดยในขณะนี้ ทางจังหวัดเชียงใหม่ มีวัคซีนในปริมาณที่เพียงพอสำหรับที่จะฉีดให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 64 เฉพาะในส่วนของเขตพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้เริ่มเรียกผู้ลงทะเบียนตามคิวที่ลงไว้ เข้ามารับการฉีดวัคซีนได้ตามจำนวนวัคซีนที่มีอยู่ให้ครบทั้งหมด พร้อมทั้งกระจายไปตามศูนย์ฉีดต่างๆ ที่จังหวัดฯ ได้กำหนดไว้ ประกอบด้วย ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ , ศูนย์การค้าพรอมเมนาด้า , โรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ และ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ โดยหลังจากนี้ จังหวัดเชียงใหม่ จะได้รับการจัดสรรวัคซีนเข้ามาเพิ่มเติมในทุกๆ สัปดาห์ โดยคาดว่าในสัปดาห์นี้จะได้รับการจัดสรรวัคซีนเข้ามาอีกกว่า 20,000 โดส สำหรับฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ซึ่งเป็นวัคซีนซิโนแวคทั้งหมด ส่วนในอนาคตก็จะได้รับการทยอยจัดสรรวัคซีนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นายแพทย์วรเชษฐ เต๋ชะรัก ยังกล่าวอีกว่า การฉีดวัคซีนให้กับประชาชนนั้น ขณะนี้ยังเป็นไปตามสูตรมาตรฐานที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ คือ เข็มที่ 1 เป็นซิโนแวค และเข็มที่ 2 เป็นแอสตร้าเซเนก้า ซึ่งต้องขอยืนยันว่า สูตรวัคซีนดังกล่าวได้ผ่านการศึกษาและวิจัยมาแล้วเป็นอย่างดี ที่ผ่านมาก็ได้ฉีดให้กับประชาชนไปแล้วมากพอสมควร บางรายผ่านการฉีดครบโดสตามสูตรดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว ยังไม่พบว่ามีปัญหาแต่อย่างใด และจากการสุ่มตรวจภูมิคุ้มกันก็พบว่า ผู้ฉีดวัคซีนสลับไขว้ ต่างชนิดกันตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดนี้ มีภูมิคุ้มกันขึ้นสูงมากอย่างชัดเจน