สกู๊ป…..มูลนิธิพัฒนาชาวเขาฯMOU มอบอาคารเรียนให้ สพป.ชม. เขต 5

0
3

มูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสานการศึกษาและการพัฒนาสังคม (ESDP) ร่วมลงนาม MOU มอบอาคารเรียนให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต5
ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 เชียงใหม่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ นายไม​เคล อาร์​ แมนน์ ประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน การศึกษาและพัฒนาสังคม ได้ลงนาม MOU ร่วมกับ นายพัฒนพงศ์ พวงทอง ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 5 โดยมีรองผู้อำนวยการฝ่ายต่างๆ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติเป็นสักขีพยานในการลงนาม สำหรับโรงเรียนที่ได้ทำพิธีมอบให้กับภาครัฐฯ ในครั้งนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และอ.แม่ระมาด จ.ตาก เป็นหมู่บ้านชาติพันธุ์กะเหรี่ยง มีจำนวนนักเรียน 300 คน ครูสอนกว่า 10 คน ระดับการศึกษาที่จัดทำการเรียนการสอน เริ่มตั้งแต่ระดับออนุบาล จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แต่ก่อตั้งโรงเรียนในนามมูลนิธิฯภาคเอกชนมากกว่า 20 ปี
นายไม​เคล อาร์​ แมนน์ กล่าวว่าตนมาอยู่ในประเทศไทยเมื่ออายุได้ 2 ขวบ โดยคุณพ่อมาช่วยเหลือและพัฒนาชาติพันธุ์เขาเผ่าต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือเกือบทุกชนเผ่า ในระยะ 40-50 ปีที่ผ่านมาตนได้เดินขึ้นเขาลงห้วยกับคุณพ่อและเห็นความยากลำบากของชนเผ่าแต่ละพื้นที่ จึงเกิดความสงสารพวกเขา ทั้งที่เป็นมนุษยชาติเหมือนกันแต่พวกเขาเกิดที่พื้นที่ทุรกันดาร ขาดแคลนปัจจัยต่างๆ แทบทุกเรื่อง ไม่ว่าข้าวปลา อาหาร ยารักษาโรค ตลอดจนความรู้ การศึกษา แหล่งทำมาเลี้ยงชีพ ฯลฯ เมื่อทางเราได้เข้าไปช่วยเหลือเขา ทำให้พวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทุกด้าน จึงเกิดความภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือให้มนุษยชนได้มีโอกาสเหมือนกับมนุษย์โดยทั่วไป นอกจากนั้น ทางมูลนิธิฯยังทำโครงการอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ โครงการประปาภูเขา โครงการกาแฟ เพื่อพัฒนาด้านการเกษตร กลุ่มทอผ้า ตลอดจนหาตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตรทุกด้านอีกด้วย

ด้านนายสมศักดิ์ โมรีชาติ ผู้จัดการฝ่ายการศึกษา กล่าวว่า ในพื้นที่หลายหมู่บ้านอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและเด็กส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงโรงเรียนของรัฐบาล หรือภาคการศึกษาเข้าไปได้อย่างทั่วถึง ด้วยปัญหาการเดินทางหรืองบประมาณต่างๆ โดยมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสานการศึกษาและการพัฒนาสังคม (ESDP) ภายใต้ ITDF ช่วยในการสร้างโรงเรียน จ้างครู และจัดซื้ออุปกรณ์และวัสดุการศึกษา ได้เปิดโอกาสให้เด็ก/นักเรียนได้รับสัญชาติเพื่อพัฒนาศักยภาพและเป็นที่ยอมรับในสังคมไทยได้ดีขึ้น งานด้านการศึกษาทั้งหมดดำเนินการร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่น โครงการนี้ยังช่วยสร้างคลินิกสุขภาพชุมชน ให้การฝึกอบรมด้านการป้องกันโรคและโภชนาการที่เหมาะสม และช่วยในการว่าจ้าง การฝึกอบรม และการจัดการสำหรับคลินิก เพื่อเป็นทุนในการพัฒนาสังคมและการศึกษาของชาวบ้าน ITDF ได้จัดทำโครงการสนับสนุนชุมชน โดยตนคิดว่า การศึกษาเท่านั้นที่ พัฒนาประเทศชาติได้ หากบุคลากรไม่มีการศึกษา ชุมชน สังคม ประเทศชาติจะเดินไปข้างหน้าจะยากลำบากกว่านี้ ดังนั้นทางเราจึงจัดตั้งสร้างโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร ที่หน่วยงานรัฐฯ ยังเข้าไปไม่ถึงมีการจัดการเรียนการสอนให้กับกลุ่มเด็กๆ ในพื้นที่ เมื่อพวกเขาอ่านออกเขียนได้ ระดับต่อไปก็จะทำการมอบให้ ฝ่ายการศึกษาในภาครัฐฯ ต่อไปเช่นในวันนี้
ขณะที่นาย นายพัฒนพงศ์ พวงทอง ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 5 กล่าวว่า ตนในฐานะเป็นผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 รู้สึกประทับใจ และซาบซึ้งในความมีเมตตา ที่ทางมูลนิธิฯ ได้สร้างโรงเรียนและวันนี้ได้มีการลงนามมอบโรงเรียนให้กับตน จึงขอขอบคุณที่มีน้ำใจของท่านประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิอย่างมาก เป็นการสร้างโอกาสด้านการศึกษาให้กับนักเรียนบนดอยมากยิ่งขึ้น ทางเขต 5 จึงมีแนวทางที่จะส่งบุคลากรครู เข้าไปสอนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมภายในเร็วๆ นี้คาดว่าจะมีความร่วมมือกับมูลนิธิและให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกันภายข้างหน้าอีกต่อไป
ประวัติศาสตร์ความเป็นมา ของมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน เป็นองค์กรพัฒนาและบูรณาการมอบความหวังให้ชาวเขาภาคเหนือของประเทศไทยเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย ที่ทำงานเพื่อขจัดความยากจนในหมู่บ้านชาวเขาในท้องถิ่น เริ่มต้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2534 นาย ไม​เคล อาร์​ แมนน์ ได้ก่อตั้งโครงการชลประทานลาหู่ (LIP) ด้วยความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ชาวเขาสี่คน เป้าหมายคือการปรับปรุงและสร้างระบบประปาหมู่บ้าน การชลประทานและการเกษตรสำหรับหมู่บ้านลาหู่ในประเทศไทย LIP สามารถดำเนินการได้ภายใต้อนุสัญญา Thailand Lahu Baptist Convention (TLBC) และได้รับทุนจาก Baptist Union of Sweden (BUS)