ดิ้น! เปิดเมือง 1 พ.ย. เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ขอลุย! รับโควิดแรง แต่ ศก. ก็สำคัญ

0
7

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีแนวโน้มกลับมาระบาดรุนแรงอีกครั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่แผนการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดูเหมือนว่ายังคงต้องเดินหน้าต่อไป แม้ว่ายอดการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ที่กำหนดไว้ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร ขณะนี้ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดก็ตาม

ล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เชิญส่วนงาน ทั้งองค์กรภาคธุรกิจ เอกชน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ (ททท.) สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือและรายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน โดยมีนายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะกำกับดูแลงานด้านการท่องเที่ยว และการบริหารวัคซีนจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมประชุม หาแนวทางการขับเคลื่อน การเปิดรับนักท่องเที่ยว ตามนโยบายของรัฐบาล ที่กำหนดให้จังหวัดเชียงใหม่ เปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรค โควิด – 19 ตามโครงการ Charming Chiangmai ซึ่งจะดำเนินการพร้อมกับอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564

ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือถึงความพร้อมของแต่ละภาคส่วน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ขณะนี้มีความพร้อมและต้องการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยพบว่าในส่วนของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภาคธุรกิจ องค์กรเอกชนของเชียงใหม่ ได้มีการยกระดับ พัฒนาการให้บริการเข้าสู่มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยว หรือ SHA ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขกำหนดแล้วจำนวนมาก รวมทั้งได้ร่วมกันวางแผนการดำเนินงาน ผลักดันเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนร่วมกันทั้งภาคราชการและเอกชนจังหวัดเชียงใหม่

นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวถึง การฉีดวัคซีนของจังหวัดเชียงใหม่ว่า ขณะนี้จำนวนผู้ได้รับวัคซีน โควิด – 19 ยังไม่ถึงเกณฑ์ตามที่รัฐกำหนด คือไม่น้อยกว่า 70% เนื่องจากปริมาณการจัดสรรเข้าพื้นที่ยังไม่มากพอ ซึ่งทางศูนย์บริหารการจัดการวัคซีน จ.เชียงใหม่ ได้ทำหนังสือเพื่อขอรับการสนับสนุนวัคซีนเพิ่มเติมให้ได้มากเพียงพอกับจำนวนประชากรเพื่อรองรับการเปิดเมือง คือไม่ต่ำกว่า 70% ไปยังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อขอรับการจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติมแล้ว
ด้านนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงการกำหนดพื้นที่เพื่อเข้าร่วมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว หรือ Charming Chiangmai ว่าหากจังหวัดเชียงใหม่ มีความพร้อมเพียงพอ อาจมีการขอขยายเพิ่มพื้นที่รองรับการท่องเที่ยว เป็นทั้ง 25 อำเภอ ไม่เฉพาะแค่ 4 อำเภอที่กำหนดไว้ในเบื้องต้นเท่านั้น เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ โดยขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันแบ่งปันข้อมูลและประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อม หากต้องมีการเปิดเมืองในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้

ทั้งนี้จะได้มอบหมายให้พื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ ทั้ง 25 อำเภอ เพื่อร่วมกันทำงานและให้ความสำคัญกับการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ ส่งต่อข้อมูลให้กับประชาชน เพื่อสร้างความมั่นใจต่อประชาชนอย่างทั่วถึงและเพียงพอ ทั้งนี้การเปิดเมืองของจังหวัดเชียงใหม่ต้องทำควบคู่กันไประหว่างความปลอดภัยของประชาชนและการแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วย อย่างไรก็ตาม จะมีการติดตามความก้าวหน้า ผลการดำเนินงาน ร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 15 ตุลาคม 2564
ในส่วนของการรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยว เมื่อวันที่ผ่านมา นายวิจิตต์ แก้วไทรเทียม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ นาวาอากาศโท มัธยัณห์ ไกรสรทองศรี รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ (สายปฏิบัติการ) และนายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ (สายสนับสนุนธุรกิจ) ได้ให้การต้อนรับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะผู้บริหารจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงสื่อมวลชน ในโอกาสเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ ตามโครงการเที่ยวบินพิเศษเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยมีนายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมต้อนรับ และโอกาสนี้ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้มอบสายคล้องหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมของชุมชน ให้แก่คณะด้วย

ทั้งนี้ คณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ผ่านกระบวนการคัดกรองตามมาตรการการเดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ การลงทะเบียนในระบบ CM-CHANA และการแสดงหลักฐานการได้รับการฉีดวัคซีนครบตามที่กำหนด โดยมีผู้บริหารท่าอากาศยานเชียงใหม่ อำนวยความสะดวกและนำเรียนถึงความพร้อมของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ในการรองรับนักท่องเที่ยวตามโครงการ CHARMING Chiang Mai ที่กำหนดจะเริ่มในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 โดยปัจจุบันท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้กำหนดพื้นที่สำหรับคัดกรองผู้โดยสารระหว่างประเทศ ตามขั้นตอนต่างๆ อาทิ การตรวจสอบเอกสารด้านสาธารณสุขตามที่รัฐกำหนด พิธีการตรวจค้นเข้าเมือง พิธีการด้านศุลกากร และการรอรับผู้โดยสารหรือนักท่องเที่ยว ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ได้ซักซ้อมเบื้องต้นและประสานวิธีการปฏิบัติอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด
ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังดิ้นเปิดเมืองให้เที่ยว งัดกฎเหล็กใครไม่ฉีดวัคซีน หรือไร้ผลตรวจ ATK ห้ามเข้าจังหวัด พร้อมเตรียมมาตรการรองรับเข้มข้น
นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีวาระสำคัญในการเตรียมปรับมาตรการรองรับผู้ที่เดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด19
รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติแก่ผู้เดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งการเดินทางกลับภูมิลำเนา และผู้ที่เตรียมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว คณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงพิจารณาเตรียมปรับมาตรการฯ ดังกล่าว

โดยเบื้องต้น ที่ประชุมเห็นชอบในแนวทางสำหรับผู้ที่เดินทางมาจาก 29 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) หากเดินทางเข้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม หากไม่มีประวัติการฉีดวัคซีนครบจำนวน ต้องมีผลการตรวจ ATK จากสถานพยาบาลของรัฐ ระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนเข้าจังหวัด ส่วนผู้ที่มีอุณภูมิสูงกว่าเกณฑ์ มีอาการไข้ หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ ให้เข้ารับการตรวจ Rt-PCR ที่โรงพยาบาลในพื้นที่ทันที
โดยหลังจากนี้ จะระบุรายละเอียดของมาตรการที่ชัดเจน และนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อฯ อีกครั้งในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะทำการมีประกาศ/คำสั่งจังหวัดอย่างเป็นทางการเพื่อปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน