วัดเจดีย์หลวง อดีตศูนย์กลาง ถิ่นล้านนา

0
11

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในรัชสมัยพญาแสนเมืองมา พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย ไม่ปรากฏปีที่สร้างแน่ชัด แต่สันนิษฐานสร้างในปี พ.ศ. 1928 – 1945 และมีการบูรณะมาหลายสมัย
วัดนี้สร้างอยู่กลางใจเมืองเชียงใหม่ ซึ่งแต่เดิมถือว่าเป็นศูนย์กลางทางการปกครองของอาณาจักรล้านนา มีเนื้อที่ภายในวัดประมาณ 32 ไร่
พระธาตุเจดีย์หลวง นั้นถือว่าเป็นพระธาตุที่มีความสูงที่สุดในดินแดนล้านนา คือสูงประมาณ 80 เมตร ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างประมาณด้านละ 60 เมตร ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ถือว่าเป็นเจดีย์ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองเชียงใหม่
ตามหลักฐานระบุว่า พระธาตุเจดีย์หลวงนั้นถูกสร้างขึ้นในในรัชสมัยพญาแสนเมืองมา (พ.ศ. 1928 – 1945) กษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ปกครองเมืองเชียงใหม่ในขณะนั้น สร้างขึ้นเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้พญากือนา พระราชบิดา ซึ่งมีตำนานเล่ามาว่า พญากือนา ซึ่งได้สวรรคตไปแล้ว ได้ปรากฏตัวแก่พ่อค้าชาวเชียงใหม่ที่เดินทางไปค้าขายที่พม่า ให้มาบอกว่าแก่พญาแสนเมืองมา ผู้เป็นโอรสว่า ให้สร้างเจดีย์ไว้ท่ามกลางเวียง ให้สูงใหญ่พอให้คนที่อยู่ไกล 2,000 วา สามารถมองเห็นได้ แล้วอุทิศบุญกุศลเหล่านี้ให้แก่พญากือนา เพื่อให้พญากือนา นั้นสามารถไปเกิดในเทวโลกได้ แต่พญาแสนเมืองมา เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระนางเจ้าติโลกจุฑาราชเทวีผู้เป็นมเหสีได้สืบทอดเจตนารมณ์สร้างต่อ จนเสร็จในรัชสมัยพญาสามฝั่งแกน ใช้เวลาสร้าง 5 ปี
ต่อมาได้มีการปฏิสังขรณ์ในสมัยพญาติโลกราช (พ.ศ. 1984 – 2030) พระองค์โปรดให้หมื่นด้ามพร้าคต นายช่างใหญ่ทำการปฏิสังขรณ์ โดยมีพระมหาสวามีสัทธัมกิติ เจ้าอาวาสองค์ที่ 7 ของวัดโชติการาม (วัดเจย์หลวง) เป็นกำลังสำคัญในการควบคุมดูแล และประสานงาน การปฏิรูปและก่อสร้างครั้งนี้ได้สร้างขยายเจดีย์ให้ใหญ่กว่าเดิม ใช้เวลาในการก่อสร้าง 3 ปี จึงแล้วเสร็จ

ในสมัยมหาเทวีจิรประภา รัชกาลที่ 15 แห่งราชวงศ์มังราย เกิดพายุฝนตกหนัก แผ่นดินไหว พระมหาเจดีย์หลวงได้พังทลายลงมาเหลือเพียงครึ่งองค์ จากนั้นก็ถูกปล่อยทิ้งร้างไปนานกว่า 4 ศตวรรษ พระมหาเจดีย์หลวงที่เห็นปัจจุบันกรมศิลปกร เพิ่งจะบูรณปฏิสังขรณ์เสร็จไปเมื่อ พ.ศ.2535
ปัจจุบันวัดเจดีย์หลวงมี พระกิตติวิมล (อัมพร กตปุญฺโญ) เป็นเจ้าอาวาส
วัดเจดีย์หลวง ยังเป็นที่ตั้งของ “หออินทขีลศาลหลักเมืองเชียงใหม่” ของมงคลคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งในหอฯ ยังมีภาพจิตรกรรมพุทธประวัติที่สุดวิจิตรอีกด้วย
สำหรับเสาอินทขิล หรือเสาหลักเมือง เป็นหลักเมืองที่ถูกสร้างขึ้นมา เมื่อครั้งพ่อขุนเม็งรายมหาราช จะสถาปนาเมืองเชียงใหม่ ในช่วงประมาณปี พ.ศ.1839 โดยตั้งแต่แรกเริ่มนั้น เสาอินทขิล หรือเสาหลักเมืองได้ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารของวัดอินทขีลสะดือเมือง หรือวัดสะดือเมือง ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ที่ ถนนอินทวโรรส ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ต่อมาจนกระทั่งประมาณปี พ.ศ.2343 พระเจ้ากาวิละซึ่งเป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ในสมัยนั้น ได้ร่วมมือกับกองทัพของรัชกาลที่ 1 ทำการขับไล่พม่าออกจากดินแดนล้านนาได้สำเร็จ ต่อจากนั้นได้ฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยครั้งนี้ได้ย้ายเสาอินทขิล หรือเสาหลักเมือง จากวัดอินทขีลสะดือเมือง หรือวัดสะดือเมือง มาประดิษฐานอยู่ ณ วัดเจดีย์หลวง ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนถึงกาลปัจจุบัน
เสาอินทขีลของเมืองเชียงใหม่ถูกสร้างขึ้นด้วยพื้นฐานความเชื่อที่ว่า การสร้างเมืองในสมัยก่อนจะต้องมีเสาหลักเมือง เป็นศูนย์รวมแห่งความเชื่อความศรัทธา และจะต้องตั้งอยู่ศูนย์กลางของเมือง ที่เรียกว่า สะดือเมือง เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมือง ว่ากันว่าเสาหลักเมืองเป็นเสาแห่งความมั่นคงตามดวงชะตาที่จะกำหนดความเจริญและความเสื่อมของเมือง
ปัจจุบัน เสาอินทขิลนี้ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารจตุรมุขทรงไทยหลังเล็กๆ ของวัดเจดีย์หลวง ในส่วนของตัวเสาหลักอินทขิลนี้ สร้างด้วยไม้ซุงต้นใหญ่ ที่ฝังอยู่ใต้ดิน
วัดเจดีย์หลวงฯ ต้ังอยู่บนถนนพระปกเกล้า ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ เปิดให้เข้าชมได้ตลอดปี และขณะนี้เปิดให้เที่ยวชมได้แล้วตามปกติ ตามวิถีนิวนอมอล