รพ.วิกฤต เตียงล้น! เชียงใหม่ปรับด่วน! รพ.สนาม เขียวเป็นเหลืองผู้ป่วยหนักพุ่ง

0
7

เชียงใหม่ สถานการณ์โควิดเริ่มกลับมาวิกฤตอีกครั้ง โรงพยาบาลสนาม เร่งเปลี่ยนระดับการรับผู้ป่วยจากเตียงสีเขียว เป็นเตียงสีเหลืองแล้ว เพื่อบรรเทาความแออัดของผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ขณะที่พบการระบาดในครอบครัวกว่า 100 ราย ส่วนใหญ่ยังปกปิดข้อมูลความเสี่ยง เนื่องจากทำกิจกรรมที่มีการห้ามดำเนินการ คลัสเตอร์อื่นๆ ยังน่าห่วง

ที่โรงพยาบาลสนามจังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ 7 รอบพระชนมพรรษา แพทย์หญิง กชพร อินทวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงดาว ในฐานะรองผู้อำนวยโรงพยาบาลสนามจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงพยาบาลสนามจังหวัดเชียงใหม่กำลังเตรียมการที่จะปรับสถานภาพของโรงพยาบาลสนามจังหวัดเชียงใหม่ จากเดิมที่เปิดรับดูแลผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย ให้เป็นสถานที่สำหรับดูแลผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองหรือกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนเตียงสำหรับดูแลผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองตามโรงพยาบาลต่างๆ เริ่มไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้ป่วยที่มีจำนวนมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการเพิ่มจำนวนเตียงสำหรับผู้ป่วยในกลุ่มนี้ เพราะการดูแลผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการรักษาอาการของผู้ป่วย เนื่องจากเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการทางปอด จำเป็นต้องให้ยารักษา ให้น้ำเกลือ ให้ออกซิเจน ต้องมีการเอ็กซเรย์ปอดอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์และพยาบาล หากไม่ได้รับการรักษาหรือได้รับการดูแลไม่ดี อาจจะทำให้ผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง มีอาการป่วยที่รุนแรงขึ้นจนกลายเป็นผู้ป่วยสีส้ม และสีแดง หรือผู้ป่วยอาการหนักถึงหนักมากได้ตามลำดับ และอาจจะส่งผลต่อชีวิตของผู้ป่วยได้

สำหรับแนวทางในการปฏิบัตินั้น จะทำการปรับเปลี่ยนพื้นที่ในโรงพยาบาลสนามจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปกติมีเตียงผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว หรือผู้ป่วยที่แข็งแรงและไม่มีอาการ จำนวน 1,500 เตียง ให้กลายเป็นพื้นที่ดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง จำนวน 150 เตียงแทน โดยวันที่ 21 ต.ค. 2564 ได้เริ่มจัดพื้นที่รองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองเป็นวันแรกแล้วในเบื้องต้น จำนวน 50 เตียง โดยมีผู้ป่วยสีเหลืองทยอยเข้ามารักษาแล้วกว่า 30 ราย
ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลสนาม ยังมีผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวคงค้างอยู่ในโรงพยาบาลสนามอีกประมาณ 1,000 เตียง ซึ่งหลังจากนี้จะเริ่มคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่เหลืออยู่ หากมีอาการแข็งแรงและผ่านการรักษาตัวครบ 10 วันแล้ว จะส่งไปกักตัวต่อที่ศูนย์พักคอยในแต่ละชุมชนหรือที่บ้าน เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องตามแนวทางของแพทย์ จากนั้นจะปรับเปลี่ยนเตียงที่เหลืออยู่ทั้งหมดให้เป็นเตียงสำหรับรักษาผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองอีก 100 เตียง จนครบ 150 เตียง ตามกำหนด ซึ่งคาดว่าสามารถดำเนินการได้ภายในวันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการระบายผู้ป่วยสีเขียวออกไปได้มากน้อยเพียงใดด้วย

แพทย์หญิงกชพร กล่าวอีกว่า ในการรักษาพยาบาล พบว่า การดูแลผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว หรือผู้ป่วยที่แข็งแรง ไม่มีอาการ 10 คน จะเท่ากับการดูแลผู้ป่วยสีเหลือง หรือผู้ป่วยที่มีอาการทางปอด 1 คน ดังนั้น สิ่งที่มีความจำเป็นที่สุดในขณะนี้ คือ บุคลากรทางการแพทย์ที่จะดูแลรักษาผู้ป่วยในกลุ่มสีเหลือง ซึ่งปกติแล้วการดูแลผู้ป่วยสีเขียว 1,500 คน ที่โรงพยาบาลสนามจังหวัดเชียงใหม่ จะใช้แพทย์ 2 คน และพยาบาล เจ้าหน้าที่ ดูแลผู้ป่วยผลัดละ 10 คน แต่เมื่อเปลี่ยนกลุ่มการรักษาเป็นผู้ป่วยสีเหลือง 150 คน จะต้องใช้พยาบาลและเจ้าหน้าที่ ดูแลอย่างน้อย 20 – 30 คน ใช้แพทย์อย่างน้อย 4 คน และแพทย์เฉพาะทางอีก 1 คน
ทั้งนี้ แพทย์หญิงกชพร ได้ขอความร่วมมือประชาชนให้ดูแลรักษาสุขภาพตนเองอย่างดี งดการเดินทางหรือการเข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่จำเป็น เพื่อไม่ให้ติดเชื้อโควิด-19 และจะหยุดการแพร่ระบาดได้
ด้าน ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แถลงสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ ว่าเชียงใหม่ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จากหลายคลัสเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พบการระบาดเฉพาะในครอบครัวหลายครอบครัวด้วยกัน และกระจายหลายอำเภอ ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่ยังมีการปกปิดข้อมูลความเสี่ยง เนื่องจากทำกิจกรรมที่มีการห้ามดำเนินการ เช่น จัดปาร์ตี้ มีเด็กเอ็นฯ กิจกรรมการพนันต่างๆ ทำให้เกิดการสัมผัสในครอบครัว และอยู่ระหว่างการสอบสวนโรคอีกจำนวนมาก
ขณะเดียวกันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในจังหวัดเชียงใหม่มีความรุนแรงมากขึ้น ผู้ป่วยส่วนหนึ่งเป็นพระภิกษุสามเณร คณะแพทยศาสตร์ มช. จึงได้ทำการลงพื้นที่สำรวจความเหมาะสม ในการที่จะดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามสำหรับพระภิกษุสงฆ์ โดยจะนำข้อมูลที่ได้รับ ขึ้นรายงานต่อ พระเทพปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่

โดยมี ศ.(เชี่ยวชาญพิเศษ) นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. ผศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต ผู้อำนวยการ และ ดร.หรรษา เทียนทอง รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พร้อมคณะผู้บริหาร เข้ากราบนมัสการ พระราชรัชมุนี เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อขอคำชี้แนะ และเข้าสำรวจสถานที่เพื่อวางแผนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม สำหรับพระภิกษุสามเณร ที่ติดเชื้อโควิด-19 ระดับไม่รุนแรง ณ วัดอู่ทรายคำ ตำบลช้างม่อย และวัดปันเสา (วัดปันเส่า) ตำบลศรีภูมิ อ. เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่