1 พ.ย. นี้ เปิดเชียงใหม่! วัคซีน 4 อำเภอ ยังไม่ครบ

0
5

4 อำเภอพื้นที่นำร่องโครงการ CHARMING Chiang Mai ฉีดวัคซีนแล้วกว่าร้อยละ 60 (เป้า 70% ก่อนเปิดเมือง 1 พ.ย.) ด้าน สธ.ไฟเขียว ไฟเซอร์เข็ม 2 ในเด็กผู้ชายแล้ว เด็ก-ผปค.รายไหน สมัครใจฉีดได้เลย ชี้ผลกระทบแค่ 1 ในร้อยล้าน
คณะกรรมการบริหารจัดการวัคซีนจังหวัดเชียงใหม่ ติดตามความคืบหน้าการฉีดวัคซีนในพื้นที่นำร่อง 4 อำเภอ ตามโครงการ CHARMING Chiang Mai ซึ่งสามารถฉีดวัคซีนไปได้แล้วกว่าร้อยละ 60 ของประชากรในพื้นที่ เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้
ที่ศูนย์บัญชาการบริหารการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารการจัดการวัคซีนฯ ผ่านระบบ Zoom เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน แนวทางการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการฉีดวัคซีนในแต่ละอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอแม่ริม อำเภอแม่แตง อำเภอดอยเต่า ตามโครงการ CHARMING Chiang Mai ซึ่งจะต้องเปิดรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ได้กำหนดไว้

ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการฉีดไปแล้วประมาณร้อยละ 60 ของประชากรในพื้นที่ (เป้าหมายที่ 70 เปอร์เซ็นต์) ด้านอำเภออื่นๆ มีอำเภอที่ฉีดวัคซีนให้กับประชากรกลุ่ม 608 เกินร้อยละ 70 ไปแล้ว 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสันกำแพง อำเภอสันทราย อำเภอฮอด และอำเภอแม่วาง
ทั้งนี้คณะกรรมการฯ ได้มีข้อสั่งการให้ทุกศูนย์ฉีดฯ เร่งดำเนินการบันทึกข้อมูลการฉีดวัคซีนในแต่ละวันให้แล้วเสร็จ เพื่อทำข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและเป็นประโยชน์ต่อการบริหารวัคซีนในภาพรวมของจังหวัด รวมทั้งให้เทศบาลนครเชียงใหม่เร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่และกลุ่มเสี่ยงโดยเร็ว
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุถึงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนเข็ม 2 ในเด็กผู้ชาย โดยคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคได้ประชุมหารือกับผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน เช่น กุมารแพทย์โรคติดเชื้อและโรคหัวใจมาให้ข้อมูล ซึ่งพบว่า จากข้อมูลการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ทั่วโลกกว่า 100 ล้านโดส พบมีข้อมูลชี้ชัดแค่ 1 คนที่เสียชีวิตหลังได้รับวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งถือเป็นจำนวนน้อย
นอกจากนี้ ยังพบกลุ่มเด็กมีภาวะ MID-C หรือ กลุ่มอาการอักเสบหลายระบบในเด็กหลังการติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้น ทำให้คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เห็นชอบฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็ม 2 ในกลุ่มเด็กชายอายุ 12-17 ปี โดยเป็นไปตามความสมัครใจของเด็กและผู้ปกครองที่จะแจ้งความประสงค์ขอรับวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 2
นพ.โอภาส ยืนยันวัคซีนไฟเซอร์มีประโยชน์มากกว่า ผลข้างเคียงที่ถือว่าเกิดขึ้นหลังได้รับวัคซีนน้อยมาก ซึ่งถ้าหากเด็กติดเชื้อโควิด-19 เด็กจะเกิดอาการอักเสบทั่วตัวหรืออาการ MID-C โดยระยะหลังพบอาการเหล่านี้เยอะขึ้น
นอกจากนี้ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเกิดขึ้นได้ไม่เฉพาะมาจากวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น แต่อาจจะมาจากการติดเชื้อโควิดหรือ อาการอื่นร่วมด้วย