เทงบ 6 หมื่นล้าน เนรมิตสนามบินแห่งที่ 2 “บ้านธิ-สันกำแพง” ใช้พื้นที่ 7 พันไร่เศษ

0
6394

………..งบ 6 หมื่นล้าน เนรมิตสนามบินแห่งที่ 2 “บ้านธิ-สันกำแพง” ใช้พื้นที่ 7 พันไร่เศษ……………

เชียงใหม่รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพการประชุมเจรจาธุรกิจด้านการบินพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก “The Routes Asia Development Forum 2020” คาดจะกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ และสร้างรายได้กว่า 168 ล้านบาท ขณะที่ความคืบหน้าอภิมหาโปรเจกต์การสร้าง “สนามบินแห่งที่ 2 เชียงใหม่” ยังใช้พื้นที่จุดเดิม รอยต่อบ้านธิ-สันกำแพง คาดใช้พื้นที่เพียง 7 พันกว่าไร่ จาก 1 หมื่นกว่าไร่ที่สำรวจไว้ ทอท.เตือนพวกเก็งกำไรที่ดินระวังร้องไห้หนัก ล่าสุดรอกรมท่าอากาศยานส่งแผนการบินชาติเข้า ครม. ช่วงเดือนธ.ค. ก่อนลงสำรวจพื้นที่ แจงใช้เป็นสนามบินในประเทศ ขณะที่สนามบินเดิมเตรียมสร้างอาคารเอนกประสงค์พื้นที่กว่า 1 หมื่น ตรม.

เมื่อวันที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (สสปน.) แถลงข่าวการได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน The Routes Asia Development Forum 2020 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในปี 2563 โดยมี นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. และนายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สสปน. ร่วมแถลงข่าว ณ โรงแรมแชงกรีล่า เชียงใหม่

ทั้งนี้ตามที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง กับจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการร่วมมือในการเสนอขอเป็นเจ้าภาพจัดงาน The Routes Asia Development Forum 2020 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี หมุนเวียนไปตามเมืองต่างๆ ทั่วโลก โดยเป็นงานประชุมเจรจาธุรกิจด้านการบินพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงถือเป็นโอกาสในการแสดงศักยภาพความพร้อมด้านการดำเนินธุรกิจท่าอากาศยานของ ทอท. รวมทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นในการตัดสินใจมาร่วมลงทุนทำธุรกิจ และถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวที่ถือเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศอย่างหนึ่งในปัจจุบันอีกด้วย

??????????

นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า รู้สึกยินดี ที่จังหวัดเชียงใหม่ได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพการจัดงาน The Routes Asia Development Forum 2020 โดยจะทำให้มีโอกาสส่งเสริมอุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศในภาคเหนือตอนบน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการขับเคลื่อนในภาคเศรษฐกิจ อาทิ การจ้างงาน ความเชื่อมโยงของระบบขนส่ง การรองรับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ และโอกาสในการประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดโดยรอบให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวเป็นการตอกย้ำความมั่นใจในประเทศไทย และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจะสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศประมาณ 168 ล้านบาท
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การจัดประชุมนานาชาติมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นต่อเนื่อง โดยจากการจัดอันดับของสมาคมการประชุมนานาชาติ (ICCA) จังหวัดเชียงใหม่สามารถขยับอันดับการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมนานาชาติจากอันดับที่ 52 สู่อันดับที่ 27 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค และเป็นอันดับ 7 ของอาเซียน และมีนักธุรกิจที่เดินทางมาเข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติที่จังหวัดเชียงใหม่กว่า 32,000 คน สร้างรายได้เข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่แล้วไม่น้อยกว่า 2,700 ล้านบาท

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ยังได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 ว่า ปัจจุบันทอท. บริหาร 6 สนามบินจากจำนวนสนามบินทั้งหมด 39 แห่ง โดยแยกเป็นภาคเหนือ 2 แห่ง ภาคใต้ 2 แห่งและภาคกลางคือที่สุวรรณภูมิและดอนเมือง และคณะรัฐมนตรีมีมติให้ทอท. บริหารสนามบินหลักและรองในอีก 2 ภาคคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยให้อุดรธานีเป็นสนามบินใหญ่และสนามบินสกลนครเป็นสนามบินเล็ก เช่นเดียวกันภาคตะวันตกคือที่สนามบินตาก แต่จะเป็นสนามบินเล็ก และที่จ.ชุมพรซึ่งจะเป็นริเวียร่า โดยขณะนี้อยู่ในกระบวนการเตรียมการรับโอนจากกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม ซึ่งจะนำเข้าคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยขณะนี้มีการตั้งคณะทำงานที่มีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นหัวหน้าคณะทำงาน โดยคาดว่าประมาณเดือนธันวาคมนี้น่าจะเข้าครม.ได้
สำหรับสนามบินเชียงใหม่ในปัจจุบัน จำนวนผู้โดยสารถือว่าเต็มจำนวนที่รองรับได้แล้ว จากที่ประมาณการไว้ 8 ล้านคนต่อปีแต่ขณะนี้ตัวเลขผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานเชียงใหม่สูงถึง 10 ล้านคนและปัญหาของสนามบินเชียงใหม่ปัจจุบันคือเมืองล้อมสนามบิน ทางกรมการบินพลเรือน(เดิม)หรือกรมท่าอากาศยานได้เคยมีการศึกษาพื้นที่ก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ไว้แล้วโดยมีพื้นที่เลือก 4-5 แห่งและพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดคือเขตรอยต่ออ.บ้านธิ จ.ลำพูนและอ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินเดิมในรัศมี 25 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 11,100 ไร่ แต่ทางทอท.จะใช้พื้นที่เพื่อก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 2 เพียง 7,000 ไร่เศษเท่านั้น โดยจะใช้แนวรันเวย์เดียวกับทิศทางของสนามบินเดิม
“ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนรอสำนักการบินพลเรือนเสนอแผนการบินของชาติโดยรวมก่อน แม้ว่าก่อนหน้านั้นทางกพท.เคยจะมอบให้ทอท.เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 และถ้าหากสามารถเข้าสู่การพิจารณาของครม.ได้ในเดือนธันวาคมนี้ ก็จะเข้าสู่กระบวนการเตรียมที่ดิน แต่อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางทอท.ได้มีการลงพื้นที่และสำรวจแนวที่ดินไปแล้วพบว่าจุดที่จะดำเนินการก่อสร้างเป็นที่ดินที่มีโฉนดประมาณ 5,000 กว่าแปลงซึ่งก็จะใช้กฎหมายเวนคืนที่ดิน และเป็นพื้นที่เดิมที่เคยศึกษาไว้ หากใครไปซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไรอาจจะร้องไห้หนักมากก็เป็นได้” นายนิตินัย กล่าวและชี้แจงอีกว่า
สำหรับสนามบินแห่งใหม่คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี ซึ่งสนามบินแห่งใหม่นี้จะให้เป็นสนามบินภายในประเทศ ซึ่งรองรับจำนวนผู้โดยสารได้ปีละ 10-15 ล้านคน ใช้เงินลงทุนประมาณ 60,000 ล้านบาท ไม่รวมกับราคาที่ดินที่คาดว่าจะใช้งบประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท ส่วนสนามบินเดิมจะให้เป็นสนามบินอินเตอร์ฯ ทั้งนี้ก็ยังจะมีการขยายสนามบินปัจจุบันควบคู่กับการดำเนินการเตรียมการก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 2 โดยจะเพิ่มอาคารเอนกประสงค์บริเวณด้านขวา โดยไม่จำเป็นต้องรอย้ายบ้านพักและอาคารดับเพลิงออกไป
นายนิตินัย กล่าวด้วยว่า สำหรับอาคารเอนกประสงค์นี้จะมีเนื้อที่หลายหมื่นตรม. ซึ่งทอท.จะเสนอขอให้เป็นการลงทุนร่วมรัฐและเอกชนหรือ PPP ซึ่งน่าจะใช้เงินลงทุนไม่ถึง 1,000 ล้านบาท สำหรับแผนงานนี้ได้เพิ่มเข้าไปในแผนแม่บทของท่าอากาศยานเชียงใหม่และบอร์ดได้อนุมัติไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา.