กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โชว์ “ชุดไหมไทย” ตัดหรู ด้วยศิลปะ “โอต์ กูตู”

0
557

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์บนพื้นฐานของการใช้นวัตกรรม ภูมิปัญญา และการสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งทางกรมฯ ได้ส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและแฟชั่นในหลายมิติ ทั้งในด้านการพัฒนาบุคลากร การสร้างศักยภาพในการผลิต การออกแบบ การสร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างโอกาสการค้าในรูปแบบใหม่ๆ

ซึ่งอุตสาหกรรมผ้าไหมไทย และแฟชั่นเสื้อผ้าสำเร็จรูปผ้าไหมไทย นับเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ มีความแตกต่าง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีชื่อเสียงในระดับสากล และมีศักยภาพในการเติบโตสูง ดังจะเห็นจากในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูป และผ้าผืนที่ทำจากไหม มูลค่าส่งออกหลายล้านเหรียญสหรัฐ

ด้วยเหตุนี้ คุณกวิน วิริยพานิชย์ ผู้อำนวยการ กลุ่มส่งเสริมการประกอบธุรกิจการค้าและการตลาด สำนักพาณิชย์ จังหวัดเชียงใหม่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จึงเห็นควรจัดนิทรรศการและแฟชั่นโชว์ “ชุดผ้าไหมชั้นสูง” ในชื่อ “Thai Silk Couture” ภายใต้โครงการส่งเสริมยกระดับสินค้าท้องถิ่นผ่านกิจกรรมแสดงผลงาน และกิจกรรมแฟชั่นโชว์ โดยรวมกับเทศกาลออกแบบเชียงใหม่

การจัดยิทรรศการและแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ ได้จัดแสดงชุดผ้าไหมไทย ที่มีการออกแบบ ตัดเย็บ โดยศิลปะการตัดเย็บชั้นสูง “โอต์ กูตู” โดยได้รับเกียรติจากดีไซน์เนอร์ฝีมือพระกาฬ “คุณทิพยพงษ์ ภูษณะพงษ์” ดีไซน์เนอร์ไทยที่สำเร็จการศึกษาการตัดเย็บ และการปักผ้าแบบโอต์กูตู จากประเทศฝรั่งเศส

ผลงานแฟชั่นผ้าไหมไทยทั้งหมด ได้ออกแบบและตัดเย็บด้วยมือ อย่างประณีต เช่น การจับผ้า เดรปปิ้ง การใช้ศิลปะการปักผ้า และการเพ้นท์ลวดลายชุดผ้าไหมไทยชั้นสูง โดยออกแบบให้มีความเป็นสากล เพื่อนำเสนอความงดงามของผ้าไหมไทย และเพื่อสร้างโอกาสในการขยายมูลค่าการส่งออก และที่สำคัญ คือการสร้างแรงบันดาลใจ การถ่ายทอดเทคนิคชั้นสูงสู่ผู้ประกอบการสิ่งทอและแฟชั่น

สำหรับคอลเลคชั่นชุดผ้าไหมไทยฃั้นสูง “Thai Silk Couture” ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ฉลองพระองค์” ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 รวมทั้งสิ้น 25 ชุด โดยสามารถชมนิทรรศการ Thai Silk Couture ได้ระหว่างวันที่ 11 – 16 ธันวาคม 2561 และสามารถชมการสาธิตงานปักเทคนิคงานกูตู ได้ในวันที่ 11-12 ธันวาคม 2561 ณ The Old House 137 Pillars House

และงานนี้เมื่อวันที่ผ่านมา สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้จัดงานแสดงแฟชั่นโชว์ขึ้น ณ The Old House 137 Pillars House ซึ่งมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น คุณอิ่มหทัย กันจินะ ผู้จัดการบริหารโครงการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC เชียงใหม่ คุณภัคนันท์ วินิจชัย ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ คุณกวิน วิริยพานิชย์ ผู้อำนวยการ กลุ่มส่งเสริมการประกอบธุรกิจการค้าและการตลาด สำนักพาณิชย์ จังหวัดเชียงใหม่ คุณทิพยพงษ์ ภูษณะพงษ์ ดีไซน์เนอร์ คุณวรวุฒิ สมหวังประเสริฐ หัวหน้ากลุ่มงานสินค้าแฟชั่น สำนักส่งเสริมการค้าสินค้าไลฟ์สไตล์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ คุณมรกต ยศธำรง นายกสมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ ผศ.ดร.อโนทัย ชลชาติภิญโญ และคุณเอเลี่ยน อาณาดา อัคชิญาการณ์ นางแบบชั้นนำ

สำหรับ โอต์กูตู มีประวัติความเป็นมากว่า 150 ปี โดยในปี ค.ศ. 1858 ชาร์ล เฟเดริค เวิท ได้ก่อตั้งห้องเสื้อ โอต์ กูตู แห่งแรกขึ้นในปารีส เพื่อออกแบบเสื้อสำหรับลูกค้าชั้นสูง ที่ต้องการออกแบบตัดเย็บอย่างประณีต หรูหรา และมีรูปแบบเฉพาะ แบบเสื้อแต่ละแบบต้องมีความเป็นต้นฉบับที่มีดีไซน์โดยผู้ออกแบบเอง ไม่ได้เลียนแบบมาจากแบบเสื้อที่เคยมีอยู่ ห้องเสื้อ โอต์ กูตู จึงเป็นสถานที่ที่ดีไซน์เนอร์ได้มีโอกาสสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ จากจินตนาการ และความคิดของผู้ออกแบบอย่างเสรี โดยในยุคนั้นราชนิกูลจากราชวงศ์ต่างๆในยุโรป ต่างเป็นลูกค้าของเขาเกือบทั้งหมด

ในด้านการตัดเย็บแบบฉบับ โอต์ กูตู มี 6 เทคนิคสำคัญสำหรับการเย็บชั้นสูง ได้แก่ 1. การเย็บด้วยมือ Hand Stitches การเย็บด้วยมือประกอบด้วยการสอยเนาผ้ากับผ้ารองใน การเนาด้ายตามแนวเส้นเย็บ การเย็บซิปด้วยมือ การพันริมกันลุ่ยขอบผ้า และการสอยชายแบบก้างปลาหรือแบบไขว้ 2. ตะเข็บแบบฝรั่งเศส French Seams ตะเข็บแบบฝรั่งเศสเหมาะที่สุดกับตะเข็บตรงๆ เช่นตะเข็บข้างกระโปรง เดรส และกางเกง ตะเข็บแบบฝรั่งเศสรวบเก็บริมผ้าทำให้งานด้านในดูสวย เหมาะกับผ้าเนื้อเบา

3.ผ้ารองใน Underlining เสื้อผ้าที่สวยงามมักจะต้องมีโครงสร้างภายในที่ดี ผ้ารองในมีส่วนสำคัญมาก โดยทั่วไปใช้ผ้าไหมแก้ว แต่ไม่จำเป็นเสมอไป ผ้าไหมแก้วจะช่วยให้การย่นยับลดลง และยังเป็นชิ้นที่ช่วยในการพันริมและสอยชายเสื้อได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับผ้าเนื้อนุ่มบาง จะช่วยให้ชุดมีโครงสร้างตามต้องการ 4.การทำชุดผ้าดิบ Making a Muslin การทำชุดทดลองด้วยผ้าดิบมัสลิน จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องฟิตติ้งหรือความพอดี เพียงใช้ผ้าที่มีราคาไม่แพงก่อนการลงมือตัดด้วยผ้าจริง บางครั้งทำเพียงส่วนลำตัวที่สำคัญๆ โดยไม่ต้องใส่ผ้ารองในหรือผ้าชั้นอัดต่างๆ และควรเผื่อตะเข็บ 1 นิ้ว ทำการสอยชิ้นงานเข้าด้วยกัน ลองตัว และปรับความคับหลวมให้พอดีตามความต้องการ

5.การประกอบซิปด้วยมือ Hand-Picked Zipper การประกอบซิปสามารถทำด้วยมือทุกขั้นตอน โดยใช้การด้นถอยหลัง เพื่อให้แข็งแรง ซึ่งเป็นเทคนิคที่ดี ช่วยในการติดซิปเรียบลื่น เพราะการประกอบด้วยมือจะควบคุมระยะห่างของฃิปกับผ้าตัวได้ดีกว่าการติดซิปด้วยจักร และ 6. การทำสำเร็จชายเสื้ออด้วยผ้าประกอบ Faced Hem ปกติชายกระโปรงหรือเสื้อที่ดี มักจะขีดแพทเทิร์นให้ทิ้งโค้งตามแนวนอนเล็กน้อย เพื่อให้เส้นชายเสื้อหรือกระโปรงไม่ดูเป็นเส้นแนวนอนตรงๆทื่อๆ ดังนั้นวิธีการประกบผ้าขนาดกว้างประมาณ 4 นิ้วที่มีขนาดเท่ากัน และโค้งตามรูปร่างแพทเทิร์นที่เหมือนกัน เช่นชายกระโปรงหรือชายเสื้อ จะไม่ทำให้ชายบิดเป็นริ้ว ซึ่งจะสวยมากกว่าการพับชายผ้าขึ้นมาแล้วสอยเลย