พาราดินซีเมนต์ ทางออกปัญหาราคายางตก แม่ริมนำร่องผุดถนนต้นแบบ

0
981
สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2560 เห็นชอบการดำเนินโครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำในสภาวการณ์ปัจจุบัน จึงมีนโยบายเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศ โดยส่งมอบให้หน่วยงานภาครัฐนำไปใช้ประโยชน์และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและชาวสวนยางพารา และแจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำโครงการก่อสร้าง/ปรับปรุงถนนที่มีส่วนผสมของยางพาราหรือสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ที่ใช้ยางพาราเป็นลำดับแรก  องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมลงนามทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ว่าด้วยความร่วมมือถ่ายทอดเทคโนโลยี ด้านการปรับปรุงถนนพาราดินซีเมนต์ โดยน้ำยาสารผสมเพิ่มผสมยางพาราสด เพื่อการพึ่งพาตนเองของประเทศไทยในอนาคต กับสถาบันบริการวิชาการแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา   

ล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้คัดเลือกถนนต้นแบบบริเวณบ้านหัวฝาย หมู่ที่ 5 ตำบลห้วยทราย เชื่อมบ้านสะลวงนอก หมู่ที่ 3 ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 1,100 เมตร ก่อสร้างและปรับปรุงถนนดังกล่าวโดยการใช้น้ำยางพาราสดเพื่อสาธิตและให้องค์ความรู้เกี่ยวกับการบูรการวิชาการอันเกี่ยวเนื่องกับการปรับปรุงชั้นโครงการสร้างถนนให้มีความมั่นคงแข็งแรงยืดอายุการใช้งาน และในวันที่ 16 มกราคม 2562 นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานเปิดโครงการก่อสร้าง / ปรับปรุงถนนพาราดินซีเมนต์ดังกล่าว ร่วมกับนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เขตอำเภอแม่ริม นายอำเภอแม่ริม และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในอำเภอแม่ริม พร้อมกันนี้ได้มีการสาธิตการให้ความรู้ การบริการวิชาการอันเกี่ยวเนื่องกับการปรับปรุงชั้นโครงสร้างถนนให้มีความมั่งคงแข็งแรง ยืดอายุการใช้งาน ซึ่งเป็นการกระจายรายได้สู่ภาคเกษตร ตามนโยบายของรัฐบาล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานอีกด้วย

สำหรับถนนพาราดินซีเมนต์เส้นนี้เป็นถนนท้องถิ่นต้นแบบสายแรกของจังหวัดเชียงใหม่ มีสภาพเป็นดินลูกรัง+ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์+ยางพาราสดและสารผสม ข้อดีคือทำให้ถนนมีความแข็งแรง ยืดหยุ่นทึบน้ำทนต่อน้ำท่วมขังและรับกำลังอัดได้สูง รับน้ำหนักบรรทุกได้ไม่น้อยกว่า 15 ตัน นอกจากนี้ยังใช้น้ำยางพาราในประเทศซึ่งช่วยให้ราคายางสูงขึ้นเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง รักษาสิ่งแวดล้อมในการใช้ดินลูกรังพื้นที่เดิม ลดการใช้หินคลุกและมีความทนทานมากกว่า 5 ปี สามารถใช้ฐานทำถนนต่อยอดโดยลาดยางเปซีลหรือแอสฟัลท์ติกคอนกรีตได้เมื่อมีงบประมาณ

“ถนนเส้นนี้กว้าง 6 เมตรยาว 1.1 กิโลเมตร หนา 0.15 เมตร ใช้งบประมาณสร้าง 1,150,000 บาท และใช้ยางพาราสด DRC30% 16.60 ตัน โดยใช้ยางพาราสดจากเกษตรกรในพื้นที่เชียงใหม่ ลำพูนและลำปาง ซึ่งทำให้ราคาก่อสร้างถูกกว่าถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 เท่า โดย ปี 2562 อบจ.เชียงใหม่ทำการจ่ายยอดเงินสะสม 22 มกราคม 2562 นี้ในการดำเนินการก่อสร้างถนนพาราดินซีเมนต์จำนวน 56.38 ล้านบาท ในความยาว 49.45 กิโลเมตรและใช้ยางพาราสดทั้งหมด 735.18 ตัน

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามปกติแล้วถนนลูกรังอัดแน่นธรรมดาจะต้องมีการปรับปรุงซ่อมแซมทุกปี แต่ถ้าหากใช้เปลี่ยนเป็นพาราซอยซีเมนต์ ก็จะมีอายุการใช้งานได้ถึง 3 ปี ในช่วงหน้าแล้งถ้าหากอัดแน่นก็จะทำให้มีฝุ่นน้อยกว่าถนนลูกรังอัดแน่นธรรมดา และเมื่อถึงฤดูฝนก็จะแน่นดีกว่าถนนลูกรังธรรมดา ซึ่งจะเห็นว่าประโยชน์ของยางพารามีมหาศาล เกษตรกรก็จะได้รับประโยชน์โดยตรงด้วย จึงเริ่มต้นด้วยการแนะนำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องรับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานนำไปพิจารณา ขณะนี้ก็มี อบจ.7 แห่งที่ได้เริ่มทำแล้ว โดยก่อนที่จะมีการนำเอายางพาราไปเป็นส่วนผสมในการทำถนนราคาน้ำยางพาราอยู่ที่กิโลกรัมละ 32 บาท แต่ปัจจุบันราคายางฯ ขยับเป็น 39 บาท ซึ่งรัฐบาลได้แนะนำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซื้อน้ำยางจากเกษตรกรในพื้นที่ที่องค์การยางรับรองไม่ใช่ซื้อจากพ่อค้าคนกลาง เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร

รมว.เกษตรฯ กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์ราคายางพาราในปี 2562 รัฐบาลมีนโยบายที่จะเพิ่มปริมาณการใช้น้ำยางในประเทศเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ครม.ได้อนุมัติให้องค์การยางแห่งประเทศไทยดูแลสหกรณ์การเกษตรที่มีศักยภาพเพื่อให้เป็นผู้ส่งออกยางพาราได้โดยตรงจากเดิมที่มีบริษัทส่งออกรายใหญ่เพียง 5 บริษัท จะได้เพิ่มเป็น 7 ราย และขณะนี้ก็มีแนวคิดอีกว่าจะให้นำเอายางพาราไปผลิตเป็นอุปกรณ์กันกระแทกตามโค้งบนถนนทางหลวงแทนวัสดุแข็งต่างๆ ด้วยโดยให้สถาบันการศึกษาและการยางแห่งประเทศไทยไปทำการศึกษาวิจัยซึ่งคาดว่าภายในอีก 3 เดือนก็จะได้ตัวอย่างการใช้ยางพาราแทนที่วัสดุเดิมๆ

นอกจากนี้ในเรื่องของการพยุงราคายางนั้น ก่อนหน้านี้รัฐบาลก็ได้ช่วยเหลือเรื่องต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรชาวสวนยางไปแล้วครอบครัวละไม่เกิน 15 ไร่ ซึ่งได้เริ่มไปประมาณ 1 เดือนแล้ว และตอนนี้ก็ให้นโยบายไปแล้วว่าในส่วนของทางเท้าในเขตกรุงเทพฯ เขตเทศบาลและหัวเมืองใหญ่ๆ จากที่เคยใช้อิฐปูนซีเมนต์ปู ก็อยากให้เปลี่ยนมาใช้ยางพาราแทน โดยทางเท้า 1 ตารางเมตรจะใช้ยางพาราถึง 130 กิโลกรัม ส่วนถนน 1 กิโลเมตรจะใช้น้ำยางประมาณ 14-16 ตันหรือ 1,400-1,600 กิโลกรัม รัฐบาลตั้งเป้าไว้ว่าในปีหนึ่งจะมีการนำน้ำยางพาราไปใช้ในการทำถนนประมาณ 40,000 กิโลเมตร และใช้น้ำยางสดปีละ 800,000 ตันทั่วประเทศ ตรงนี้ก็มั่นใจว่าจะทำให้ปัญหาราคายางตกต่ำหมดไป