“ฮิโนกิแลนด์”สั่งนำเข้าซากุระจากเกาะคิวซูแดนปลาดิบ 3 สายพันธุ์ 1,300 ต้น เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือน

0
853

นายอนิรุทธิ์ จึงสุดประเสริฐ ประธานบริหาร บริษัทบ้านไม้หอมฮิโนกิไชยปราการ จำกัด ผู้ดำเนินโครงการฮิโนกิแลนด์ บ้านร้องธาร หมู่ 6 ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากที่ฮิโนกิแลนด์ได้เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้รับการตอบรับที่ดี และในขณะนี้ทางโครงการได้นำต้นซากุระ ซึ่งเป็นซากุระแท้จากเกาะคิวซู ประเทศญี่ปุ่นมาปลูกถือเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย โดยต้นซากุระล็อตแรกที่ปลูกและกำลังออกดอกในขณะนี้มีจำนวน 300 ต้น ความสูงประมาณ 2.5 เมตร โดยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา ได้นำซากุระล็อตที่ 2 ลงปลูกในโครงการอีก 1,000 ต้น รวมทั้งหมด 1,300 ต้น โดยซากุระนี้จะออกดอกไปจนถึงช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ ทั้งนี้ราคาเฉลี่ยต้นละ 6,500 บาท รวมมูลค่าในการนำเข้าและปลูกลงดินไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

สำหรับต้นซากุระที่นำเข้ามาปลูกในครั้งนี้มี 3 สายพันธุ์ คือ ขาวกลีบเดี่ยว จำนวน 300 ต้น ขาวกลีบซ้อน 500 ต้น และแดงกลีบซ้อนจำนวน 500 ต้น แต่เมื่อดอกออกมาจะเป็นสีชมพู ต่างจากดอกนางพญาเสือโคร่งในบ้านเรา ซากุระนี้ดอกออกมาสวยมาก เพราะเป็นสายพันธุ์แท้ แต่ที่ปลูกและออกดอกได้เพราะสภาพอากาศที่ไชยปราการนี้ใกล้เคียงและมีสภาพที่เหมาะสมกับการปลูกซากุระได้ จึงได้นำเข้ามาทางเรือโดยใส่ตู้คอนเทรนเนอร์ ซึ่งซากุระ ล็อตแรกที่ปลูกมีอายุ 12 ปี และเริ่มติดดอก เมื่ออายุ 8 ปี ส่วนซากุระล็อตที่ 2 ที่จะปลูกในวันที่ 25 ก.พ.นี้ เป็นต้นใหญ่ และติดดอกมากกว่าล็อตแรก ลำต้นสูง 3 – 3.5 เมตร ที่ลงทุนนำเข้าซากุระก็เพราะอยากให้คนไทยที่ไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นได้เห็นและสัมผัสกับซากุระจริงๆ

ประมาณเดือนมกราคม 2563 ดอกซากุระที่เราปลูกไว้ 1,300 ต้น จะเบ่งบานสวยงาม ทั่วทั้งฮิโนกิแลนด์ จะดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาเชียงใหม่ และที่ไชยปราการนี้เพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัว จากเดิมที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาวันละ7,000-8,000 คน ส่วนเรื่องของการปลูกแล้วจะเจริญเติบโตได้หรือไม่นั้น นักวิชาการที่มาสำรวจเรื่องของต้นซากุระสายพันธุ์ดังกล่าวได้ลงความเห็นแล้วว่าสามารถที่จะปลูกในประเทศไทยโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ในโครงการฮิโนกิแลนด์นี้ได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามจากที่คุยตกลงกันกับผู้จัดส่งต้นซากุระนี้แล้วต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าปลูกได้ที่ฮิโนกิแลนด์เมืองญี่ปุ่นนี้เท่านั้นเนื่องจากมีสภาพอากาศที่คล้ายคลึงกันและจำลองเมืองญี่ปุ่นมาได้อย่างลงตัว โดยในข้อตกลงห้ามมีการขยายพันธุ์และนำไปปลูกต่อที่อื่นได้

ผู้ดำเนินโครงการฮิโนกิแลนด์ กล่าวอีกว่า ความคืบหน้าของการก่อสร้างต่อจากนี้คืออาคารเจแปนทาวน์ ซึ่งเป็นอาคารจำหน่ายสินค้าของญี่ปุ่นโดยตรง ภายในจะมีร้านค้าหรือแหล่งช็อปปิ้งของนักท่องเที่ยวที่สั่งตรงมาจากญี่ปุ่นทั้งหมดให้คนได้มาช็อปปิ้ง หลังจากนั้นช่วงปลายปี 2562 เราจะดำเนินการก่อสร้างออนเซ็นซึ่งเป็นที่พักประมาณกว่า 80 ยูนิต ใช้พื้นที่ 35 ไร่ในส่วนที่เหลือ สำหรับพื้นที่ทั้งหมดของฮิโนกิแลนด์เรามีทั้งหมด 83 ไร่ ตอนนี้ใช้ไปแล้วเกือบๆ 50 ไร่แล้ว เงินลงทุนทั้งโครงการหลังจากแล้วเสร็จหมดแล้วน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท