ระดมกึ๋นแก้ปมหมอกควันพิษในเชียงใหม่และอาเซียน

0
523

มช.รุกเป็นเจ้าภาพระดมความคิดแลกเปลี่ยนความรู้ พร้อมสร้างความตระหนักรับรู้ปัญหาหมอกควันและภัยพิบัติ โดยเชิญวิทยากรชื่อดังจากหลายประเทศร่วมแชร์ไอเดียแก้ปมหมอกควันในเชียงใหม่ที่กำลังวิกฤติรวมถึงภูมิภาคอาเซียน ขณะที่จะเร่งสำรวจและนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อสร้างแนวทางการบริหารจัดการได้อย่างยั่งยืนและเป็นระบบในอนาคตต่อไป

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงานสัมมนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติทางด้านการจัดการและป้องกันปัญหาภัยพิบัติและหมอกควัน ASEAN 2020 : Managing Disasters & Haze ขึ้นเมื่อวันที่ผ่านมา ณ อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนม์เจริญ แสวงรัตน์ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หัวหน้าโครงการเครือข่ายประเทศไร้หมอกควัน สำหรับกลุ่มประเทศอาเซียน เปิดเผยว่า โครงการนี้อยู่ภายใต้โครงการประเทศไทยไร้หมอกควัน (Haze Free Thailand)โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนการวิจัยจาก สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมด้วยความร่วมมือระหว่างเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (ResearchUniversityNetwork:RUN) และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งในช่วงวันที่ 11-12 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมาจังหวัดเชียงใหม่มีหมอกควันปกคลุมตัวเมืองเชียงใหม่อย่างหนาแน่น โดยมีปัญหาด้วยกัน 3 ส่วนคือ จากการเผา หมอกควันที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน และสภาพภูมิอากาศของประเทศที่ไม่มีลมทำให้หมอกควันฝุ่นละอองค้างอยู่อย่างหนาแน่น ทั้งนี้หมอกควันส่วนหนึ่งมาจากประเทศเพื่อนบ้านเราจึงสร้างโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างเครือข่ายประเทศไร้หมอกควันในเฟสแรกเบื้องต้นทำใน 4 ประเทศอาเซียน CLMV มีกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ทางประเทศไทยไปส่งต่อความรู้ ความตระหนักให้กับประชาชนในแต่ละประเทศ พร้อมทั้งกับการส่งต่อในเรื่องเทคโนโลยีนำเครื่องDustboyที่วัดค่าฝุ่นควัน Pm 2.5 ไปบริจาคและติดตั้งในแต่ละพื้นที่เพื่อทำการวัดผลค่าฝุ่นควันในแต่ละประเทศดังกล่าวว่ามีหรือไม่ สิ่งสำคัญสุดคือเราต้องการสร้างเครือข่ายเราต้องการอาสาสมัครในพื้นที่ที่จะช่วยโปรโมทเกี่ยวกับปัญหาหมอกควันในแต่ละประเทศ

งานวันนี้เป็น 1 ในกิจกรรมที่จะสร้างความตระหนักเราเชิญวิทยากรชื่อดังจากทั้งประเทศเกาหลี ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสิงคโปร์เข้ามาร่วมแล้วแชร์ไอเดียว่าเราจะแก้ปัญหาหมอกควันในภูมิภาคอาเซียนนี้รวมถึงเชียงใหม่ได้อย่างไร อาทิเช่น Dr.Daisuke Matsushima จากมหาวิทยาลัยนาซากิ ประเทศญี่ปุ่น มาพูดในหัวข้อภัยพิบัติทางเศรษฐกิจ ดร.ทวิดา กมลเวช นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พูดเรื่อง Thai Guru of disaster governance Dr.David Lallemant จากมหาวิทยาลัยนันยาง เทคโนโลยี ประเทศสิงคโปร์ พูดเรื่อง ภัยพิบัติ, พลเมืองและเทคโนโลยีและDr.Yixin Dai จากมหาวิทยาลัย Tsiinghua ประเทศจีน พูดเรื่องหมอกควันและการทำงานร่วมกัน

บทสรุปในวันนี้เป็นไอเดียเบื้องต้นว่าในอนาคตหากเราจะแก้ปัญหาหมอกควันที่CLMV กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และ เวียดนามเราจะเริ่มคิกออฟอย่างไร กรรมการและอาสาสมัครที่เราตั้งขึ้นจะมีบทบาทสำคัยอย่างไรบ้าง ในปีแรกนี้ประเทศไทยขอเป็นเจ้าภาพโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปีต่อไปก็จะมีการขยับขยายต่อๆไป


ขณะที่ ดร. เพ็งคำหล้า พรวิไสย รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าวเสริมว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราจะได้เริ่มต้นเรียนรู้เกี่่ยวกับปัญหามลพิษทางอากาศ จะได้มีการศึกษารวมถึงความร่วมมือในอนาคตสร้างกำหนดแผนงานในการควบคุมมลพิษทางอากาศร่วมกัน เบื้องต้นเราจะช่วยกันทำอย่างไร เราต้องหาปัญหาร่วมกันก่อนหลังจากนั้นก็มากำหนดหัวข้อว่าจะต้องหาทางออกเช่นไร ทางลาวก็ยินดีที่จะได้ร่วมเรียนรู้สภาพปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งปัญหามลพิษทางอากาศเมื่อเกิดขึ้นในพื้นที่แล้วไม่ได้หยุดนิ่งแค่ในพื้นที่นั้นๆ แต่เคลื่อนย้ายไปภูมิภาคหรือประเทศอื่นได้ด้วย การมาร่วมสัมมนาในครั้งก็เป็นสิ่งที่ดีที่จะได้ศึกษาแผนงาน รายละเอียดเพื่อคุ้มครองและจัดการปัญหามลพิษทางอากาศว่าทางสปป.ลาวจะสามารถดำเนินการได้


ในขณะนี้มีโมเดลคร่าวๆ เกิดขึ้นแต่ถ้าจะแก้ได้ทุกมิติต้องมีความร่วมมือระดับรัฐบาลกับรัฐบาล เพราะตอนนี้ถือเป็นการคิกออฟอันแรกคือความร่วมมือในส่วนของสถาบันการศึกษาหรือมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นแล้วคือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,มหาวิทยาลัยนองรัง เวียดนาม มหาวิทยาลัยที่กัมพูชาและลาว และอนาคตจะเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล และจากนั้นจะร่างแผนนโยบายให้กับรัฐบาลเป็นท็อปดาวน์สั่งการจากรัฐบาลลงมาทั้งในภูมิภาค และอนาคตจะมีเฟส 3 ที่จะทำให้ครอบคลุม 10 ประเทศอาเซียน
สำหรับโครงการวิจัยเครือข่ายประเทศไร้หมอกควัน สำหรับกลุ่มประเทศอาเซียนตอนบน (HazeFree CountryNetworkinUpperASEAN) ดำเนินโครงการวิจัยภายใต้แผนวิจัยประเทศไทยไร้หมอกควัน (Haze Free Thailand) โครงการวิจัยเครือข่ายประเทศไร้หมอกควัน สำหรับกลุ่มประเทศอาเซียนตอนบนนี้ เป็นโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่2และทางโครงการฯมีโนบายในการพัฒนาและสารต่อการ แก้ไขปัญหาหมอกควัน ระดับอาเซียนเพื่อต่อยอดการดำเนินงานในปีที่ 3 โดยมุ่งเน้นการสำรวจและนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อสร้างแนวทางการบริหารจัดการปัญหาภัยพิบัติและหมอกควันทั้ง ในและต่างประเทศ อย่างเป็นระบบและยั่งยืน รวมทั้งสร้างความตระหนัก และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในแต่ละ ประเทศในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติและหมอกควัน ซึ่งหวังว่าโครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดปัญหาหมอกควันในประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียนตอนบนได้อย่างยั่งยืนและเป็นระบบในอนาคตต่อไป. หัวหน้าโครงการเครือข่ายประเทศไร้หมอกควัน สำหรับกลุ่มประเทศอาเซียน กล่าวทิ้งท้าย.