ม.พายัพ แจงโต้ดราม่า ปมนศ.บุกร้องผู้ว่าฯ โดนเลื่อนรับปริญญา – ริบเกียรตินิยมอันดับ 1 พบเด็กยื่นขอจบช้ากว่าเกณฑ์ มหา’ลัย ยันช่วยเด็กเต็มที่แล้ว แต่ต้องยึดตามกฎระเบียบกติกาความถูกต้อง

0
1494

จากกรณีที่ นายพัลลภ พุทธสัง นักศึกษาสาขาวิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยพายัพ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกับนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ระบุไม่ได้รับความเป็นธรรมจากทางมหาวิทยาลัยฯ เนื่องจากตนจบการศึกษาปี 2561 และต้องรับปริญญาในปี 2562 แต่ถูกเลื่อนให้ไปรับในปี 2563 และไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 ตามสิทธิที่ควรจะได้ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้ากรณีนี้ เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 24 ก.ย. 62 ที่ห้องประชุมอาคารปัญญาจารย์ มหาวิทยาลัยพายัพ จ.เชียงใหม่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เขตไท ลังการ์พินธุ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย พร้อมด้วย อาจารย์ ดร.สุชาดา รัตนพิบูลย์ ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย (ภารกิจมาตรฐานหลักสูตร) อาจารย์นิภาภรณ์ เอื้อตรงจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักทะเบียนและศูนย์รับนักศึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สายสุนีย์ เกษม คณบดีคณะบริหารธุรกิจ อาจารย์ณัฐฌาน สุพล ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะบริหารธุรกิจ อาจารย์ศิริพร วิษณุมหิมาชัย หัวหน้าสาขาวิชาการตลาด และอาจารย์ที่ปรึกษา นางพวงชมภู ปัญโญ หัวหน้างานการเงิน และอาจารย์ ดร.ญานิศา จันทร์เส็ง ผู้อำนวยการสำนักการตลาดและสื่อสารองค์กร ได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงกรณีที่นักศึกษาไปยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมตอบข้อซักถามในทุกประเด็น

อาจารย์ ดร.ญานิศา จันทร์เส็ง ผู้อำนวยการสำนักการตลาดและสื่อสารองค์กร เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยพายัพ ชี้แจงว่า การที่นักศึกษาต้องการรับปริญญาในเดือนพฤศจิกายน 2562 นั้น ตามระเบียบของทางมหาวิทยาลัย นักศึกษาเรียนครบตามหลักสูตรในเทอม 2 ปี การศึกษา 2561 และต้องยื่นเรื่องคาดว่าจะจบระหว่างวันที่ 12 พ.ย. 61 – 7 ธ.ค. 61 ตามที่กำหนดไว้ในปฏิทินปีการศึกษา 2561 เมื่อนักศึกษาดำเนินการแล้ว แต่พบว่ามีหนี้ค้างชำระค่าเล่าเรียนบางส่วน (ประมาณ 8,700 บาท) จากนั้นนักศึกษาไม่ได้ดำเนินการต่อใดๆ จนครบกระบวนการ ทั้งนี้ นักศึกษากล่าวอ้างว่าได้สอบถามทางฝ่ายทะเบียนว่าสามารถดำเนินการยื่นเรื่องคาดว่าจะจบหลังจากนี้ได้หรือไม่ และได้รับการยืนยันว่าได้ แต่ต้องเสียค่าปรับ 500 บาท ซึ่งการยื่นเรื่องคาดว่าจะจบในแต่ละเทอมนั้น ทางมหาวิทยาลัยยืดหยุ่นให้เสมอจนกว่าจะส่งเกรดปลายภาค ดังนั้น ในเทอม 2/2561 หากมีปัญหาใดก็ตาม นักศึกษาสามารถดำเนินการยื่นคำร้องคาดว่าจะจบได้จนถึงวันที่ 9 มีนาคม 2562
กรณีที่นักศึกษาติดต่อมหาวิทยาลัยอีกครั้ง (ยื่นเรื่องคาดว่าจะจบเป็นครั้งที่ 2) เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2562 ซึ่งเป็นภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2562 (เป็นช่วงที่พ้นวงรอบการสำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2561 แล้ว) และช่วงเวลาที่ติดต่อมาเป็นการเปิดให้นักศึกษาที่จะจบการศึกาษาในเทอม 1/2562 ยื่นเรื่องคาดว่าจะจบ ดังนั้น เมื่อติดต่อยื่นเรื่องคาดว่าจะจบการศึกษาในช่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้ จึงถือว่าจบการศึกษาในภาคเรียนที่ 1/2562 ดังนั้น การที่นักศึกษาต้องการทำเรื่องขอจบการศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 ซึ่งเป็นการขอย้อนไปจบในเทอมที่ผ่านมา ซึ่งเวลาได้ล่วงเลยมาจนถึงการยื่นคำร้องคาดว่าจะจบของกลุ่มนักศึกษาในภาคการศึกษาใหม่แล้ว คือ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ทางมหาวิทยาลัยจึงไม่สามารถอนุมัติให้ได้
กระบวนการตรวจสอบจบและการขออนุมัติให้ปริญญาบัตรในแต่ละภาคการศึกษา ทางสำนักทะเบียนมหาวิทยาลัย พิมพ์รายชื่อผู้ที่ยื่นคาดว่าจะจบการศึกษาและมีสิทธิ์จะสำเร็จการศึกษาในภาคการศึกษานั้นๆ ทั้งหมด นำส่งการเงินและสำนักหอสมุดเพื่อตรวจสอบหนี้สินคงค้าง หากพบว่ามีหนี้สินคงค้าง ทางสำนักทะเบียนฯ จะติดตามและแจ้งนักศึกษาให้มาชำระหนี้สินคงค้าง แต่หากไม่มาดำเนินการ ทางสำนักทะเบียนฯ จำเป็นต้องคัดรายชื่อออกจากผู้สำเร็จการศึกษา ก่อนที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการวิชาการเพื่อขอการอนุมัติรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษา และทางสำนักทะเบียน นำส่งรายชื่อไปที่คณะวิชา / วิทยาลัย เพื่อให้ตรวจสอบและยืนยันรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษา จากนั้นนำรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาให้คณะกรรมการวิชาการเพื่อขอรับการอนุมัติให้สำเร็จการศึกษา และรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาจะถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย และนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการวิชาการสภามหาวิทยาลัย ตามลำดับ รายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมดจะถูกนำเสนอ เพื่อขอรับการอนุมัติให้ปริญญาโดยสภามหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยยังต้องส่งรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาให้กับ อว.อีกด้วย
ดังนั้น เมื่อพิจารณากระบวนการตรวจสอบและการขออนุมัติให้ปริญญาบัตร นักศึกษาไม่สามารถเข้ารับปริญญาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2562 ได้ เนื่องจากผู้ที่ยื่นคำร้องคาดว่าจะจบในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 จะต้องเข้ารับปริญญาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2563 ทั้งนี้ หากนักศึกษาได้ดำเนินการยื่นเรื่องคาดว่าจะจบการศึกษาครบทุกขั้นตอนตามกำหนดเวลา ตั้งแต่ภาคการศึกษาที่จบการศึกษาจริงคือ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จะไม่เกิดปัญหาหรือผลกระทบใดๆ เลย

สำหรับกรณีที่นักศึกษาต้องการได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 ตามเกณฑ์การได้รับเกียรตินิยมนั้น (นศ.มี GPA 3.53) ต้องศึกษาครบตามหลักสูตรและไม่ได้ติด F ใช้เวลาศึกษาในมหาวิทยาลัยติดต่อกันไม่เกินระยะเวลาขั้นต่ำตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตร 4 ปี หรือ 8 ภาคการศึกษา แต้ม GPA มากกว่าหรือเท่ากับ 3.50 ได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 แต้ม GPA มากกว่าหรือเท่ากับ 3.25 แต่ต่ำกว่า 3.50 ได้รับเกียรตินิยมอันดับ 2 ดังนั้น การที่นักศึกษากลับมาดำเนินการยื่นเรื่องคาดว่าจะจบในเทอม 1 / 2562 จึงทำให้ระยะเวลาเกินไป 1 ภาคการศึกษา รวมเป็น 9 ภาคการศึกษา ซึ่งนักศึกษาต้องทำเรื่องรักษาสภาพนักศึกษาในเทอม 1 / 2562 เพื่อให้มีสถานะเป็นนักศึกษาปัจจุบันที่จะสามารถสำเร็จการศึกษาในภาคการศึกษานั้นๆ
มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญและช่วยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยให้นักศึกษาติดต่อมายังมหาวิทยาลัยเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2562 นักศึกษาดำเนินการยื่นคำร้องคาดว่าจะจบเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 อาจารย์ที่ปรึกษาโทรศัพท์แจ้งให้นักศึกษาทราบว่านักศึกษาจะได้เข้ารับปริญญาในเดือนพฤศจิกายน 2563 ต่อมานักศึกษาพร้อมผู้ปกครองมาพบผู้อำนวยการสำนักทะเบียน เมื่อพบว่านักศึกษาไม่สามารถรับปริญญาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2562 พร้อมเกียรตินิยมอันดับ 1 ได้ และได้รับการยืนยันว่าทางสำนักทะเบียนฯ ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ให้ได้ เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจและความรับผิดชอบ ทางสำนักทะเบียน จึงได้ปรึกษากับทางฝ่ายวิชาการ ซึ่งทางฝ่ายวิชาการ แนะนำให้นักศึกษายื่นหนังสือคำร้องมายังรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ แต่ตัวนักศึกษาได้มายื่นหนังสือคำร้อง และอาจารย์ที่ปรึกษายื่นบันทึกข้อความ ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2562 วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2562 รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการฯ ได้มีการเรียกประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อสรุป กระทั่งต่อมาวันที่ 9 กันยายน 2562 ฝ่ายวิชาการ นัดประชุมแจ้งผลการพิจารณาโดยนักศึกษามารับฟังด้วยตนเอง ไม่มีผู้ปกครองมาด้วย