ภาระหนี้ครัวเรือนรุมเร้า

0
496

เศรษฐกิจภาคเหนือระส่ำเศรษฐกิจภาคเหนือ ระยะต่อไปยังมีปัจจัยสนับสนุนจากแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐและแนวโน้มการท่องเที่ยวยังดีต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีปัจจัยด้านความท้าทายอยู่ จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศและภาระหนี้ครัวเรือนของภาคเหนือยังน่าห่วง
นายโอรส เพชรเจริญ ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานภาคเหนือ ธนาคารแห่งประเทศไทย แถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือ ไตรมาสที่ 3 ปี 2562 ว่า การอุปโภคบริโภคเอกชน ขยายตัวเล็กน้อย จากการใช้จ่ายสินค้าในชีวิตประจำวันที่ขยายตัวเกือบทุกหมวด โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยพยุงกำลังซื้อ ขณะที่การใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าคงทนในหมวดยานยนต์ทรงตัว โดยยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ขยายตัวเล็กน้อย ส่วนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลหดตัว
ภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ขยายตัวชะลอลง จากนักท่องเที่ยวชาวไทยหดตัวจากไตรมาสก่อน ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจส่งผลให้ประชาชนบางส่วนระมัดระวังการใช้จ่าย พิจารณาจากจำนวนผู้โดยสารภายในประเทศที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานในภาคเหนือและอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมที่ลดลง สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขยายตัวดี โดยเฉพาะชาวจีน ชาวเกาหลีใต้ ยุโรปและเอเชียอื่นๆ เป็นผลจากมาตรการการยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราหน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on arrival) และการเปิดเส้นทางการบินใหม่มายังภาคเหนือ
รายได้เกษตรกร ขยายตัวเล็กน้อย จากด้านราคาเป็นสำคัญ โดยเฉพาะราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวนาปี และลำไย เพราะปริมาณผลผลิตปีนี้ลดลง นอกจากนี้ราคาปศุสัตว์ขยายตัวดีทั้งสุกรและไก่เนื้อ จากความต้องการบริโภคจากต่างประเทศที่ประสบปัญหาการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ทางด้านผลผลิตพืชหลัก เช่น ลำไย ข้าว และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หดตัวจากได้รับความเสียหายจากแล้ง สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้รับผลกระทบจากหนอนกระทู้ระบาดด้วย

การผลิตภาคอุตสาหกรรม กลับมาขยายตัว ตามหมวดเครื่องดื่มที่ขยายตัวจากปัจจัยชั่วคราวจากการเร่งผลิตก่อนการปรับขึ้นภาษีความหวานในไตรมาสหน้า หมวดสินค้าเกษตรแปรรูปขยายตัวจากลำไยตามความต้องการจากจีน หมวดอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นในหลายสินค้า ได้แก่ ชิ้นส่วนที่ใช้ในยานยนต์ ชิ้นส่วนที่ใช้ในอุปกรณ์โทรคมนาคม และชิ้นส่วนที่ใช้จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ ที่ขยายตัวตามความต้องการของตลาด นอกจากนี้บางส่วนได้รับผลดีจากการย้ายฐานการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของบางบริษัทจากจีน สำหรับหมวดสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มขยายตัวจากฐานตํ่าในปีก่อน
การลงทุนภาคเอกชน ยังคงหดตัว โดยการลงทุนเพื่อการผลิตหดตัวจากมูลค่าการนำเข้าเครื่องจักรโดยเฉพาะผู้ผลิตเพื่อส่งออกรายใหญ่หลังจากที่ลงทุนในช่วงก่อนหน้า รวมทั้งยอดจดจำหน่ายรถบรรทุกที่ลดลง ทางด้านการลงทุนในภาคก่อสร้างทรงตัวในระดับตํ่า เนื่องจากที่อยู่อาศัยเหลือขายยังมีจำนวนมาก ส่งผลให้พื้นที่รับอนุญาตก่อสร้างโดยรวมลดลงทั้งในเขตและนอกเทศบาล โดยเฉพาะพื้นที่รับอนุญาตก่อสร้างเพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรม รวมทั้งยอดสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่ให้แก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หดตัวเช่นกัน
การใช้จ่ายภาครัฐ หดตัวต่อเนื่อง จากฐานสูงในปีก่อน โดยรายจ่ายประจำลดลง ในหมวดเงินอุดหนุนทั่วไปของสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานและกรมส่งเสริมการเกษตร หมวดค่าใช้สอยของสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานและกรมพัฒนาชุมชน และหมวดรายจ่ายอื่นๆ ของกรมการปกครอง ทางด้านการใช้จ่ายงบลงทุนหดตัวตามหมวดที่ดินและสิ่งก่อสร้าง สำหรับอัตราการเบิกจ่ายของรายจ่ายรวมปีงบประมาณ 2562 โดยไม่รวมงบกลาง (ต.ค. 61 – ก.ย. 62) อยู่ที่ร้อยละ 90.9 ตํ่ากว่าเป้าหมาย
มูลค่าการค้าผ่านชายแดน มูลค่าส่งออกในรูปเงินบาทยังหดตัว จากการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ชิ้นส่วนเครื่องจักรและอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์จากยาง และ เนื้อไก่แช่แข็ง อย่างไรก็ดี การส่งออกผลไม้โดยเฉพาะมังคุดและทุเรียนไปจีนขยายตัวดี ส่วนการนำ เข้าขยายตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ตามสินค้าเกษตรจากเมียนมาและไฟฟ้าจากลาวเป็นสำคัญ
เสถียรภาพเศรษฐกิจภาคเหนือ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 0.9 ลดลงจากไตรมาสก่อนตามราคานํ้ามันขายปลีก ขณะที่ราคาอาหารสดปรับสูงขึ้นจากราคาข้าว เนื้อสัตว์ ผักและ ผลไม้ ทางด้านอัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 0.9 ทรงตัวจากไตรมาสก่อน โดยการจ้างงานภาคเกษตรเพิ่มขึ้นส่วนนอกภาคเกษตรลดลง
ภาคการเงิน สิ้นเดือนสิงหาคม 2562 ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจมียอดสินเชื่อรวม 1,334.3 พันล้านบาท ขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน จากสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ส่วนสินเชื่อธุรกิจหดตัวต่อเนื่อง ด้านเงินฝากมีจำนวน 1,211.9 พันล้านบาท ขยายตัวในหมวดเงินฝากประจำของธนาคารพาณิชย์ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ตามการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำพิเศษเพื่อชดเชยส่วนที่ครบกำหนด
อย่างไรก็ตามระยะต่อไปของเศรษฐกิจภาคเหนือ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐและแนวโน้มการท่องเที่ยวยังดีต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีปัจจัยด้านความท้าทายอยู่คือ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกกระทบมาถึงเศรษฐกิจประเทศไทยและภาคเหนือ รวมถึงความผันผวนของสภาพภูมิอากาศกระทบต่อภาคเกษตร และภาระหนี้ครัวเรือนของภาคเหนือยังน่าห่วง โดยปัจจุบันค่าเฉลี่ยรายจ่ายต่อครัวเรือนทั้งประเทศอยู่ที่ 130,000 บาท คิดเป็น 78.7% ต่อจีดีพีของประเทศ ภาคเหนือเองมีทิศทางที่เพิ่มขึ้นน่ากังวล จากการที่มีการขอหนี้เพิ่มเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน ส่งผลให้มูลหนี้ต่อคนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ตัวอย่างเช่น จาก 40,000 บาท เป็น 80,000 บาท ส่วนการชำระหนี้ก็จ่ายขั้นตํ่าเท่านั้น