วันเสาร์, มกราคม 22, 2022
หน้าแรก แท็ก ครูบาเจ้าศรีวิชัย

แท็ก: ครูบาเจ้าศรีวิชัย

ยาตราบารมี “ครูบาเจ้าศรีวิชัย” บูรณะปฏิสังขรณ์วัด จากลำพูนสู่พะเยา

0
ระยะเวลาเพียงเดือนครึ่งที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยเดินทางจากจังหวัดลำพูนไปพะเยานั้น ท่านได้สร้างวัดตามเบี้ยบ้ายรายทางจำนวนมากกว่า 40 แห่ง บทบาทของเมืองพะเยาที่เข้ามามีความสัมพันธ์กับการเดินทางไปบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามจำนวนมหาศาลของครูบาเจ้าศรีวิชัยในเขตจังหวัดเชียงราย พะเยา รวมถึงตอนเหนือของจังหวัดลำปางนั้น เริ่มต้นจากการที่พระครูศรีวิราชวชิรปัญญา (ปินตา ชอบจิต) ผู้เป็นเจ้าคณะแขวงเมืองพะเยาและเป็นเจ้าอาวาสวัดหัวข่วงแก้ว วัดราชคฤห์ในขณะนั้น (ระหว่าง พ.ศ. 2404-2487 ต่อมาพระครูศรีวิราชวชิรปัญญาเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ) ได้ทราบกิตติศัพท์ว่าที่ลำพูนมีพระภิกษุชื่อดังมากรูปหนึ่ง คือครูบาเจ้าศรีวิชัย สามารถบูรณะก่อสร้างเสนาสนะวัดสำคัญตามอารามต่างๆ จำนวนนับร้อยกว่าแห่ง เป็นผลสำเร็จราวปาฏิหาริย์ แต่ละวัดใช้เวลาไม่นาน อีกทั้งใช้งบประมาณไม่มาก เนื่องด้วยหากท่านดำริฟื้นฟูวัดไหนก็ตาม เหล่าสานุศิษย์จะยกทีมมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ ในขณะที่วัดพระเจ้าตนหลวง ริมกว๊านพะเยา (ทุ่งเอี้ยง) ถูกทิ้งร้างมานาน สภาพวัดทรุดโทรม พระวิหารผุพัง ยากต่อการบูรณปฏิสังขรณ์ พระครูศรีวิราชวชิรปัญญาจึงมอบหมายให้ลูกศิษย์จากเมืองพะเยาชื่อ ครูบาปัญญา เดินทางไปอาราธนาครูบาเจ้าศรีวิชัยมาเป็นประธานในการบูรณปฏิสังขรณ์ โดยต้องรอคำตอบจากครูบาเจ้าศรีวิชัยถึงสามครั้ง กว่าจะตอบตกลงรับเป็นประธานในการบูรณะ เมื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยตัดสินใจรับเป็นประธาน ท่านได้เดินทางผ่านสถานที่ต่างๆ ดังที่เรียกกันว่า “เส้นทางยาตราบารมีครูบาเจ้าศรีวิชัย ลำพูน-เชียงใหม่-เชียงราย-พะเยา-ลำปาง” โดยการเดินทางตั้งต้นที่วัดเชียงยัน (ปัจจุบันเป็นคณะเชียงยัน วัดพระธาตุหริภุญชัย) อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน คณะที่ติดตามมีทั้งพระภิกษุ สามเณร ฆราวาส ที่เป็นทั้งโยมอุปัฏฐาก สล่า ชาวเขาเผ่าต่างๆ โดยเฉพาะเผ่ากะเหรี่ยง จำนวนเริ่มต้นมากกว่า 300 ชีวิต ซึ่งต้องขนเอาวัสดุก่อสร้างประเภทเครื่องรัก เครื่องทอง กระจกจืน (กระจกตะกั่ว) และเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้างติดตัวไปด้วย ตามข้อตกลงระหว่างครูบาเจ้าศรีวิชัยกับพระครูศรีวิราชวชิรปัญญา ที่แบ่งภารกิจว่า ขอให้ทางพะเยาเตรียมอิฐเผา ปูน ไม้สัก เสาขนาดใหญ่ไว้ ส่วนงานเชิงประณีต เครื่องรัก เครื่องเขิน งานประดับตกแต่ง งานแกะสลักหน้าบัน ทางลำพูนจะเตรียมช่างและอุปกรณ์ที่มีอยู่ไปช่วย การเดินทางเป็นการเดินเท้า บางครั้งหามแคร่หรือเสลี่ยงให้ครูบาเจ้าศรีวิชัยนั่ง มิได้ใช้พาหนะใดๆ นานครั้งจึงจะมีพ่อค้าวัวต่างโคจรมาร่วมสมทบ นำเกวียนมาให้ครูบาเจ้าศรีวิชัยนั่งบางช่วงสั้นๆ รายละเอียดทั้งหมดปรากฏในคร่าวซอของพระภิกษุท้าวสุนทรพจนกิจและตำนานวัดพระเจ้าตนหลวง ระบุวันออกเดินทางว่าเป็นวันแรม 6 ค่ำ เดือน 3 เหนือ ปี 2465 เมื่อตรวจสอบกับปฏิทิน 120 ปีแล้วพบว่าตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน 2465 และเดินทางถึงวัดพระเจ้าตนหลวงเมื่อเย็นวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 4 เหนือ ปี 2465 ตรงกับวันอังคารที่ 26 ธันวาคม 2465 รวมระยะเวลาการเดินทางทั้งสิ้น 48 วัน หรือประมาณ 7 สัปดาห์ สรุปเส้นทางการแวะพักตามสถานที่ต่างๆ ดังนี้ ๏ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2465 ออกจากวัดเชียงยัน จังหวัดลำพูน ถึงวัดประตูป่า จังหวัดลำพูน เวลาบ่ายสองโมง นำทองคำเปลว...

ไหว้สาคารวาลัย “ครูบาอานันท์ พุทฺธธมฺโม” พระผู้ตามรอย “ครูบาเจ้าศรีวิชัย”

0
ชื่อเสียงของ “พระอานันท์ พุทฺธธมฺโม” หรือที่นิยมเรียกกันว่า “ครูบาอานันท์” แห่งวัดพระธาตุแสงแก้วมงคล อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่สายตาคนทั่วไปถึงสามสถานะ สถานะแรก ท่านได้เขียนหนังสือสำคัญชื่อ “ประวัติพระครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย นักบุญแห่งล้านนาไทย” พิมพ์ครั้งแรกปี 2537 ต่อมาพิมพ์แจกเป็นวิทยาทานอีกหลายครั้งใช้ชื่อใหม่ว่า “มหัศจรรย์พระครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย นักบุญแห่งลานนาไทย” จนกระทั่งปี 2558 สมาคมชาวลำพูน (กรุงเทพมหานคร) โดย ดร.ชัยณรงค์ ณ ลำพูน และคณะกรรมการที่ปรึกษา ได้ขออนุญาตครูบาอานันท์นำต้นฉบับมาจัดพิมพ์อีกครั้ง พร้อมปรับปรุงภาษาและเรียบเรียงข้อมูลใหม่เป็นครั้งที่ 9 ในชื่อ “ครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย นักบุญแห่งลานนา ศรีหริภุญชัย” โดยดิฉันได้รับมอบหมายให้เป็นบรรณาธิการ เป็นหนังสือที่เขียนด้วยสำนวนอ่านสนุกมีชีวิตชีวา มีการอิงหลักธรรมคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพุทธประวัติแทรกเป็นช่วงๆ ถือเป็นงานเขียนประวัติครูบาเจ้าศรีวิชัยที่ได้รับการผลิตซ้ำตีพิมพ์เผยแพร่ในวงกว้างมากที่สุด มีข้อมูลที่น่าสนใจเพราะเปิดมุมมองใหม่ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ บุกเบิกเรื่องการรวบรวมรายชื่อกู่อัฐิที่กระจัดกระจายตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งรายชื่อวัดที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยไปก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์ ถือเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาครอบคลุมชีวประวัติครูบาเจ้าศรีวิชัยครบถ้วนเกือบทุกด้านมากที่สุดเล่มหนึ่ง สถานะที่สอง ท่านได้รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ของครูบาเจ้าศรีวิชัย มาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วัดบ้านปาง และสถานะสุดท้าย ท่านได้นำอัฐิของครูบาเจ้าศรีวิชัยไปบรรจุตามวัดต่างๆ กระจายทั่วทุกจังหวัดภาคเหนือตอนบน ครูบาอานันท์เกิดในครอบครัวเกษตรกร วันเสาร์ที่ 14 เมษายน 2494 ปีเถาะ ตรงกับช่วงวันพญาวันงานบุญสงกรานต์ ณ บ้านท่าร่องช้าง อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา พ.ศ. 2508 เมื่ออายุ 15 ปีได้บรรพชาเป็นสามเณร1 พรรษา ครั้นสึกออกมาพบว่าตนเองไม่ปรารถนาชีวิตทางโลกย์ จึงบรรพชาอีกครั้งเมื่ออายุ 18 พ.ศ. 2512 ช่วงนี้ครูบาอานันท์ได้จาริกแสวงบุญไปจำพรรษาที่วัดสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างนั้นครูบาอานันท์ได้อุปัฏฐากและศึกษาธรรมะจาก “ท่านพุทธทาสภิกขุ” เป็นระยะเวลา 5 พรรษา กระทั่งปี 2517 จึงเดินทางกลับคืนสู่ภูมิลำเนา ปี 2518 เมื่ออายุได้ 24 ปี ครูบาอานันท์ทำการอุปสมบทที่วัดป่าเล็กๆ ใน จ.พะเยา โดยมีพระอุปัชฌาย์ชื่อ “พระครูบุญญาลังการ” ผู้เป็นศิษย์ของครูบาเจ้าศรีวิชัย พระครูรูปนี้ได้บอกเล่าเรื่องราวชีวิตและปฏิปทาของครูบาเจ้าศรีวิชัย สร้างแรงบันดาลใจให้ครูบาอานันท์มีความใฝ่ฝันอยากตามรอยนักบุญผู้ยิ่งใหญ่แห่งล้านนาตนนั้น ปี 2521 ครูบาอานันท์เริ่มบูรณะก่อสร้างวัดพระธาตุแสงแก้วมงคล ในช่วงแรกยังคงใช้หลักคิดตามแนวทางของท่านพุทธทาสภิกขุ เช่น เน้นเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ ธารน้ำไหล ก้อนหิน การใช้ถ้อยคำเชิงปริศนาธรรม ตั้งแต่ปี 2531 เป็นต้นไป ครูบาอานันท์ทุ่มเทชีวิตจิตใจในการตามรอยครูบาเจ้าศรีวิชัย ด้วยการเดินทางไปยังวัดบ้านปาง ต.แม่ตืน (ปัจจุบันแยกออกมาเป็นตำบลศรีวิชัย) อ.ลี้ จ.ลำพูน ซึ่งเป็นวัดบ้านเกิดของครูบาเจ้าศรีวิชัย ท่านเริ่มศึกษาอัตชีวประวัติของครูบาเจ้าศรีวิชัยอย่างละเอียดทุกแง่ทุกมุม เริ่มจากใช้งานเขียนของ ส. สุภาภา เป็นเค้าโครงหลัก กับการสัมภาษณ์บุคคลสำคัญหลายคนที่เคยอยู่ใกล้ชิดกับครูบาเจ้าศรีวิชัย อาทิ ครูบาวงค์ (ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา) วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครูบาสามท่านที่อาศัยอยู่ละแวกวัดบ้านปาง ได้แก่ ครูบาทองสุข ธมฺมสโร (พ่อหนานคําสุข คุณารักษ์) บรรพบุรุษเป็นชาวอําเภอลี้ ที่อพยพไปตั้งรกรากอยู่ที่ตําบลกลางดง อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย, ครูบาหน่อคํา(พ่อหนานหน่อคํา) และครูบาคําอ้าย (พ่อหนานอ้าย) สองท่านหลังเป็นชาว อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ทั้ง...

เทวดา-นางฟ้า หนึ่งแสนสองหมื่นชีวิต ช่วยครูบาเจ้าศรีวิชัยสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ

0
เทวดานางฟ้าจะมาช่วย           ครูบาเจ้าศรีวิชัย ได้ประกาศต่อผู้คนที่มาร่วมงานในพิธีลงมือขุดจอบแรกสำหรับการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ ในวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2477 เวลา 10.00 น. ว่า           "การสร้างทางในครั้งนี้ นับเป็นการใหญ่อย่างยิ่ง จะสำเร็จลงได้ก็ต่อเมื่อมีเทวดานางฟ้ามาช่วย ท่านทั้งหลายจงมีความมั่นใจ และร่วมมือกันอย่างจริงจัง จะเห็นผลสำเร็จอย่างแน่นอน"           ท่านได้ประกาศวาจาสิทธิ์ออกมา เป็นการกระตุ้นให้มหาชนเกิดพลัง ในขณะเดียวกันก็นึกสงสัยว่าจะมีเทวดานางฟ้ามาช่วยสร้างทางจริงๆ ล่ะหรือ ที่แท้แล้วเป็นกุศโลบายที่ท่านต้องการยกย่องผู้มีความมานะบากบั่นพยายามช่วยกันทำสิ่งยากเข็ญให้สำเร็จทุกคน ว่าเป็นผู้มีบุญอุปมาดั่ง “เทวดาและนางฟ้า” นั่นเอง           วิถีครูบาที่แท้จริงคือการ “ฮอมแฮงฮ่วมใจ๋” (ร่วมแรงร่วมใจ) การบำเพ็ญประโยชน์หรือการสร้างความดีย่อมสำเร็จได้ด้วยตนเอง หาใช่เทพไท้เทวาที่ไหนมาช่วยบันดาลไม่ กลุ่มชาวเขาและชาวบ้าน เครือข่ายชาวกะเหรี่ยง           แรงงานสำคัญในการสร้างถนนครั้งนี้ ที่ทำให้งานของท่านลุล่วงไปด้วยดีคือ ชาวกะเหรี่ยง ทั้งชาวกะเหรี่ยงที่ติดตามครูบาอภิชัยขาวปี...